โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกจะแตกเมื่อไหร่?

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอีกประมาณ 1,000 ล้านปี โลกของเราจะร้อนจนอยู่ไม่ได้ แล้วพอ 5,000 ล้านปีก็จะถูกดวงอาทิตย์ที่ขยายตัวด้วยความร้อนมหาศาลมาดูดกลืนเข้าไป หรือไม่ก็ละลายไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่หมดอายุขัยไปตามจักรวาลหรือเอกภพนี้ ซึ่งจะมีอายุไม่เกิน 10,000 ล้านปี

โลกเราเกิดเมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตอย่างแรกบนโลกนี้คือแบคทีเรียเกิดขึ้นในอีก 1,500 ปีต่อมา ส่วนมนุษย์เพิ่งจะเกิดมาได้สัก 300,000 ปี ถ้าย่อเวลาให้โลกนี้มีอายุ 1 วัน แบคทีเรียจะมีอายุ 8 ชั่วโมง ส่วนคนเราก็เพิ่งเกิดได้แค่ 6 วินาที พออีก 5,000 ล้านปี โลกเราก็จะสูญสลาย ก็คือจะมีอายุอยู่ได้เพียงอีก 1วันกับ 2 นาที โดยที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ (ถ้ายังมีวิวัฒนาการเหลือรอดวิบัติภัยต่าง ๆ ไปได้)จะตายหมดเพราะทนร้อนไม่ไหวในตอนเช้า ไม่เกินตี 5 ของวันพรุ่งนี้ แล้วพอเที่ยงคืนกับ 2 นาทีของวันพรุ่นี้เช่นกัน จักรวาลนี้จะหดหายไปทั้งหมด!

ไทม์ไลน์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่เจ้าเอไอที่ชื่อ ChatGPT ทำออกมาให้ หลังจากที่เริ่มสนทนากันด้วยคำถามว่า “เมื่อไหร่โลกจะแตก สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และวิวัฒนาการของมนุษย์บนโลกนี้เป็นอย่างไร” แต่พอถามว่าอนาคตมนุษย์บนโลกนี้จะอยู่กันอย่างไร เจ้าเอไอตัวนี้ก็ตอบด้วยความไม่แน่ใจ โดยมีคำอธิบายเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรกคือไปอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น ซึ่งก็จะไม่รอดชีวิตเหมือนกัน อีกแนวทางหนึ่งก็คือปรับตัวให้อยู่บนโลกนี้ให้ได้ ซึ่งด้วยสติปัญญาของมนุษย์ที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ก็คงจะทำให้อยู่รอดไปได้สักระยะ(ไม่เกิน 1,000 ล้านปีที่ว่า) แต่รูปร่างหน้าตาของมนุษย์ในยุคนั้นอาจจะไม่เหมือนมนุษย์ในขณะนี้ เพราะเราจะสร้างอวัยวะเทียมเข้ามาใช้แทนอวัยวะจริง จนถึงขั้นกลายเป็น Cyborg หรือครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์ โดยที่สมองมนุษย์จะเล็กลงเพราะพึ่งพาเทคโนโลยีและมีการเรียนรู้หรือพัฒนาสมองน้อยลง

เจ้า ChatGPT ยังเตือนด้วยว่า ภัยที่น่ากลัวที่สุดของโลกนี้คือภัยระยะใกล้ตัว อย่างหนึ่งคือภัยที่มนุษย์ก่อขึ้นเอง ได้แก่ภัยจากสงคราม โดยเฉพาะสงครามนิวเคลียร์ กับภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่น การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่อาจจะทำให้เกิดทุพภิกขภัย หรือความอดหยาก การระเบิดของภูเขาไฟใหญ่ ๆ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ที่สร้างความวิบัติไปเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ รวมถึงโรคระบาดที่ควบคุมไม่ได้ หรือกว่าจะควบคุมได้ก็สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล เช่น โควิด-19 ที่เพิ่งผ่านพ้นมานี้ (ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นฝีมือมนุษย์ที่ทำการทดลองผิดพลาด หรือธรรมชาติที่ทำให้เกิดการระบาดนั้น)

เมื่อ 60 ปีก่อน ผู้เขียนอายุได้ 7 - 8 ขวบ ยังอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านที่ค่อนข้างกันดาร ในอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ย่าของผู้เขียนชอบพาผู้เขียนไปทำบุญที่วัดในหมู่บ้านเป็นประจำ ถ้าเป็นหน้าเข้าพรรษาพระจะไม่ออกมาบิณฑบาต ก็ต้องไปถวายจังหันและเพลที่วัดทุกวัน บางวันถ้าเป็นวันพระก็จะมีสวดมนต์ตอนเย็น บางครั้งย่าก็จะไปนอนกับคนแก่ ๆ ด้วยกันบนศาลาการเปรียญของวัด (ที่ทั้งหมดมีแต่ผู้หญิง เพราะผู้ชายต้องไปทำไร่ไถนาแต่เช้า) พอจำความได้ว่าคนเฒ่าคนแก่ชอบคุยกันเรื่อง “ความทุกข์ - ความยาก” ถึงครึ่งค่อนคืนกว่าจะพากันหลับไป ส่วนเด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกันใต้ศาลาเปรียญ มีความสุขจากการที่ได้เจอเพื่อนเด็ก ๆ ด้วยกันมากมาย และขนมกับของกินต่าง ๆ ที่เหลือจากการถวายพระ

“ความทุกข์ - ความยาก” ที่พวกย่า ๆ ยาย ๆ (ทางอีสานเรียกว่า “แม่ใหญ่” ถ้าเป็นปู่เป็นตาจะเรียกว่า “พ่อใหญ่”) คุยกันก็คือ “อดีตของความทุรกันดาร” คือบรรดาแม่ใหญ่เหล่านี้จะอพยพมาจากถิ่นอื่นของภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะมาจากพื้นถิ่นหรือหมู่บ้านเดียวกัน โดยจะคุยกันถึงว่าได้อพยพมาอย่างยากลำบากอย่างไร ต้องใช้เกวียนใช้ควายมาด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อเดินทางมายังพื้นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์กว่า โดยรอนแรมกันมาเป็นเดือน ๆ กว่าจะเลือกทำเลที่เหมาะสมได้ บางทีก็ทดลองอยู่กันเป็นปีสองปี ถ้ายังไม่เหมาะไม่พอใจ ก็จะเคลื่อนย้ายไปหาที่ที่ดีกว่ากันต่อไป เมื่อเจอที่เหมาะ ๆ จนพอใจแล้วก็ค่อยปักหลักปักฐานสร้างบ้านสร้างเรือนอยู่อย่างถาวรต่อไป บางทีก็รอนแรมออกไปหากันหลายปี ต้องเผชิญภัยอันตรายต่าง ๆ มากมาย ทั้งสัตว์ร้ายและโจรภัย โดยสมัยนั้น(เมื่อราว พ.ศ. 2480 - 2490)ยังไม่มีถนนหนทางใด ๆ ในภาคอีสาน การเดินทางต้องข้ามป่าข้ามเขาน่ากลัวมาก ๆ

คนเฒ่าคนแก่ของภาคอีสานนี้ยังชอบเล่าเรื่อง “ผีบุญ” ที่เป็นคนพยากรณ์ว่า “โลกาจะวินาศอย่างไร” โดยคำทำนายของผีบุญบอกว่า ในปีนั้นปีนี้จะมีไฟจากฟ้าลงมาไหม้ไปทั่วแผ่นดิน จากนั้นน้ำจากฟ้าก็ตกลงมาท่วมจนไม่เห็นแผ่นดินอีกเป็นสิบ ๆ ปี ข้าวจะยาก หมากจะแพง คนจะฆ่าฟันกันตายเป็นผักเป็นปลา ทางรอดคือต้องทำบุญกันมาก ๆ โดยผีบุญจะเป็นผู้มาช่วยกอบกู้และป้องกันภัยจาก “ไฟจากฟ้าและน้ำจากฟ้า” นั้น โดยในโลกใหม่ของผีบุญ แผ่นดินจะเต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทอง กรวดและหินจะกลายเป็นเพชรเป็นพลอย ไร่นาจะอุดมสมบูรณ์ ได้ข้าวเต็มยุ้งเต็มฉาง ลงนาลงห้วยก็จับกุ้งหอยปูปลาได้เป็นหอบ ๆ อยู่ดีกินอิ่มกันถ้วนหน้า

เรื่องผีบุญที่ผู้เขียนได้ฟังมาจากย่ายายในหมู่บ้านเมื่อ 60 ปีก่อนนี้ น่าจะเป็นคนละเวอร์ชันกับเรื่องของผีบุญที่มีจริง ๆ ในประวัติศาสตร์ โดยในประวัติศาสตร์มีรายละเอียดว่า “กบฏผีบุญ (พ.ศ. 2444-2445) คือขบวนการต่อต้านอำนาจรัฐสยามในภาคอีสาน นำโดยผู้นำที่อ้างเป็น "ผู้มีบุญ" (พระยาธรรมิกราช) เพื่อกอบกู้ความเชื่อความศรัทธาและความยุติธรรม สาเหตุหลักจากการปฏิรูปการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล การเก็บภาษีส่วย และภัยแล้ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ 5 บริเวณอุบลราชธานี หนองคาย และสกลนคร สาเหตุเกิดจากราษฎรไม่พอใจการเก็บภาษีส่วยชายฉกรรจ์คนละ 4 บาท, ภัยแล้งต่อเนื่อง, การถูกกดขี่จากเจ้าหน้าที่รัฐ, และการสูญเสียอำนาจของขุนนางท้องถิ่นจากการรวมศูนย์อำนาจของสยาม โดยมีการสร้างแนวคิดเกี่ยวกับผู้มีบุญ ที่อ้างตนเป็นพระศรีอริยเมตไตรย หรือผู้ทรงวิเศษที่ลงมาปราบความอยุติธรรม ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นบ้านที่ดึงดูดชาวบ้านที่สิ้นหวังให้เข้าร่วม หลังเหตุการณ์สงบลง รัฐบาลไทยสมัย ร.5 ได้เปลี่ยนนโยบายพัฒนาภาคอีสาน ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาเกษตร และเริ่มสร้างตำรวจภูธร ฯลฯ”

ขณะนี้หลายคนมองว่า โลกของเราน่าจะอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างรุนแรง จนน่ากลัวว่า “โลกจะแตก” เร็ว ๆ นี้ ด้วยสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล แต่นี่ก็รบกันมากว่า 1 เดือนแล้วก็ดูซบ ๆ ซา ๆ ไป โดยตอนนี้ก็มีข่าวเป็น 2 ขั้ว ขั้วหนึ่งบอกว่าอาจจะมีการเจรจและจบสงครามนี้เสีย กับอีกขั้วที่บอกว่ากำลังมีการทุ่มเทกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ของทั้งสองฝ่ายเพิ่มเข้าไปอีกอย่างน่ากลัวมาก เลยยังไม่อยากฟันธงว่า “โลกจะแตก” อย่างที่หลาย ๆ คนกลัวกัน

ผู้เขียนกลัวภัยธรรมชาติมากกว่า โดยเจ้า ChatGPT ที่ผู้เขียนคุยด้วยเช้านี้บอกว่า ภัยธรรมชาติที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดาวเคราะห์น้อยชนโลก ซึ่งตั้งแต่ผู้เขียนเติบโตและติดตามมาก็มีข่าวเรื่องนี้มาเป็นระยะ เพียงแต่เฉียดไปเฉียดมา ยังไม่ชนโลกเสียที ซึ่งก็น่ากลัวมาก แม้จะมีการจับตาเฝ้ามองวงโคจรของพวกดาวเหล่านี้อยู่โดยตลอด แต่ก็หวังว่าโลกจะแคล้วคลาดไม่เป็นอะไรไปนาน ๆ

มีชีวิตอยู่ก็ทำบุญทำทานเยอะ ๆ ไม่ใช่ทำเฉพาะแต่กับพระกับวัด แต่ต้อง “ทำบุญกับธรรมชาติ” คือช่วยกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกันให้ดี ๆ เพื่อโลกนี้จะได้น่าอยู่และทุกคนมีความสุขสบายไปนาน ๆ

#โลกจะแตก #ภัยพิบัติ #วิทยาศาสตร์ #ผีบุญ #สังคม #สิ่งแวดล้อม #สงคราม #มนุษย์ #ความเชื่อ #อนาคตโลก #siamrathonline

ภาพประกอบสร้างขึ้นโดยAI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...