“เอกนิติ”รับรัฐบาลศึกษาแนวกู้เงิน ถกเครดิตเรตติ้งไม่มีปัญหา
#ทันหุ้น “เอกนิติ”รับรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายการกู้เงินเพื่อเยียวเศรษฐกิจ ถกเครดิตเรตติ้งแล้วไม่มีปัญหา ระบุ หากกู้ไม่เกิน 8 แสนล้านไม่ต้องขยายเพดานการก่อหนี้ ขณะที่ ระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับ 66% ถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก
นายเอกนิติ นิติทัณธประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า สถาบันจัดอันดับเครดิต( rating agency)ไม่มีปัญหา หากว่ารัฐบาล จะออกกฎหมายกู้เงินเพิ่มเติม เพื่อมาเยียวยาเศรษฐกิจ
เขากล่าวว่า โจทย์สำคัญของ rating agency ที่มองในเรื่องที่รัฐบาลไทยอาจออกกฎหมายกู้เงินเพิ่มเติมดังกล่าวก็คือ เราจะกู้เงินไปทำอะไร ซึ่งนโยบายของตนนั้นชัดเจนว่า หากจะกู้ก็จะต้องมียุทธศาสตร์ในการใช้เงินให้คุ้มค่า โดยเน้นใช้เงินไปที่เป้าหมาย หรือ target ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเนื่องจากเป็นกลุ่มเปราะบางในสังคม และ transistion คือใช้เงินช่วยให้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐในครั้งนี้สามารถปรับตัวได้ ,Transform คือการใช้เงินเพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น และtogether คือต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างและทุกภาคส่วนในการเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจ
“จะกู้หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับกู้ไปทำอะไร“นายเอกนิติ กล่าว
เขากล่าวอีกว่า หากจะมีการออกกฎหมายเพื่อกู้เงินดังกล่าว จะออกเป็นในรูป พ.ร.ก.หรือไม่นั้น กำลังให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษา โดยดูว่า รัฐธรรมนูญกำหนดในเรื่องนี้อย่างไร
สำหรับในเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะ ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ไม่เกิน 70%ของจีดีพีนั้น ณ ปัจจุบันหนี้สาธารณะของรัฐบาลอยู่ที่ 66% ยังมีช่องเหลืออยู่ 4% คิดเป็นวงเงินราว 8 แสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลออกกฎหมายกู้เงินเพิ่มเติมไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ
เขากล่าวอีกว่า ระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาลไทยที่ 66% ต่อจีดีพีนั้น ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรป ที่ระดับหนี้สาธารณสูงกว่า 100%ของจีดีพี ขณะที่เทียบกับประเทศในอาเซียน เราก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงกว่าในอาเซียน นอกจากนี้ หากพิจารณาจากนิยามหนี้สาธารณของ IMF ที่มองเฉพาะหนี้สาธารณะในส่วนของรัฐบาลกลางเท่านั้นขณะที่ไทยได้รับเอาหนี้ของรัฐวิสาหกิจ และ ของกองทุนฟื้นฟูเข้ามาไว้ในหนี้สาธารณะด้วย
เขากล่าวอีกว่า นอกเหนือจากแนวคิดการกู้เงินดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ในส่วนที่นังไม่ได้ทำสัญญาผูกพัน โดยจะออกพ.ร.บ.โอนงบเหล่านั้นมาไว้เป็นงบกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ว่าจะสามารถตัดงบส่วนใดเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน
ในส่วนของโครงการคนละครึ่งเฟสอง ยังไม่ได้เข้า ครม.ในวันอังคารนี้ (21) เนื่องจากกำลังพิจารณาแหล่งเงินที่จะใช้สำหรับโครงการนี้