โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ภราดร” กางยุทธศาสตร์งบปี 70 ใช้ Zero-Based ผ่าทางตันงบประมาณ ชู “ไทยช่วยไทย” ดันคนละครึ่งพลัส

สยามรัฐ

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 09.15 น.

"ภราดร" กางยุทธศาสตร์งบปี 70 ชูหลัก Zero-Based ผ่าทางตันงบประมาณ เน้นตอบโจทย์ 3 ด้าน "โลก-ประเทศ-เยียวยา" พร้อมเข็น "คนละครึ่งพลัส" ภายใต้ร่มใหญ่ "ไทยช่วยไทย"

วันที่ 21 เม.ย.69 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยมุ่งเน้นการปฏิรูประบบงบประมาณครั้งสำคัญด้วยหลักการ งบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ซึ่งจะไม่ยึดติดกับฐานงบประมาณเดิมที่แต่ละหน่วยงานเคยได้รับในปีก่อนหน้า แต่จะพิจารณาจากความจำเป็นและความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยตั้งเป้าหมายว่าร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 จะสามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามกรอบปีงบประมาณปกติ

สำหรับการจัดทำคำขอนั้น นายภราดรระบุว่าได้ให้แนวทางหน่วยรับงบประมาณเสนอคำขอเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 20% จากวงเงินปีที่ผ่านมา เพื่อลดภาระในการพิจารณาตัดลดงบประมาณที่เกินจริง ซึ่งในอดีตมักมีการขอเกินกว่าวงเงินที่ได้รับจริงถึง 2-3 เท่า โดยทุกโครงการที่จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นต้องตอบโจทย์สำคัญ 3 ประการ คือ 1.สถานการณ์โลกและสงคราม 2.สถานการณ์ของประเทศ และ 3. การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน หากโครงการใดไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ภายหลัง โดยหน่วยงานราชการต้องเสนอโครงการเข้ามาภายในวันที่ 1 พ.ค.นี้เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณา

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) โดยสั่งการให้หน่วยงานราชการชะลอโครงการที่ยังไม่มีความจำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่เป็นเวลา 1-2 ปี หากจำเป็นให้ใช้วิธีการเช่าแทน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศเพื่อประหยัดงบประมาณ ส่วนงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้สั่งให้ชะลอโครงการประเภทถนนและแหล่งน้ำที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก และให้เน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยในส่วนของงบประมาณกลุ่มจังหวัดจาก 2 หมื่นกว่าล้านบาท คาดว่าจะเหลือ 4 พันล้านบาท อีกทั้งยังมีการปรับลดแผนงานบูรณาการจาก 9 แผน เหลือเพียง 3 แผนสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ, รัฐบาลดิจิทัล และการป้องกันปราบปรามการทุจริต

ส่วนในด้านนโยบายพลังงาน นายภราดรกล่าวว่ารัฐบาลมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด (Energy Transformation) โดยกำชับให้หน่วยงานราชการพิจารณาเช่าหรือซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นอันดับแรก และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารรัฐเพื่อลดค่าใช้จ่าย

สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายภราดรยืนยันว่าเงินที่ได้จากการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นจะถูกนำไปจัดสรรให้กับโครงการภายใต้ร่มใหญ่ชื่อ "ไทยช่วยไทย" เพื่อเยียวยาประชาชน ซึ่งรวมถึงโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่คาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 20-30 ล้านคน โดยตั้งเป้าวงเงินความช่วยเหลือเบื้องต้นไม่น้อยกว่าครั้งก่อน หรือประมาณ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผ่าน ธ.ก.ส. เช่น ปุ๋ยราคาถูกและการลดดอกเบี้ย รวมถึงโครงการธงฟ้าและรถพุ่มพวงของกระทรวงพาณิชย์

เมื่อถามว่ากรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 กำหนดไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท จะมีวงเงินที่ใช้ได้เท่าไหร่ หากไม่รวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี นายภารดรกล่าวว่าคาดว่าจะมีงบประมาณที่ใช้บริหารจัดการนโยบายได้จริง (Fiscal Space) ประมาณ 7-8 แสนล้านบาท หลังหักรายจ่ายประจำและเงินเดือนข้าราชการ

ส่วนการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาทนั้น คาดว่าจะเสนอต่อสภาฯได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 หลังจากที่ ครม. เห็นชอบรายละเอียดงบปี 2570 เพื่อให้สามารถตั้งงบชดใช้เงินคงคลังจำนวน 7 หมื่นล้านบาทไว้ในงบปี 2570 ได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้เงินที่โอนมาสามารถนำไปใช้เยียวยาประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องนำการโอนงบประมาณส่วนนี้ไปใช้หนี้เงินคงคลังของรัฐบาลก่อน

#ภราดร #งบประมาณปี70 #ZeroBasedBudgeting #คนละครึ่งพลัส #ไทยช่วยไทย #เศรษฐกิจไทย #นโยบายรัฐ #การคลัง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...