โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซาอุฯ หนุน “ทรัมป์” เดินหน้าสงครามอิหร่าน ชี้เป็นโอกาสเปลี่ยนตะวันออกกลาง

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แหล่งข่าวอ้าง ซาอุดีอาระเบียหนุน “ทรัมป์” ทำสงครามอิหร่านต่อไป ชี้เป็น “โอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ในการเปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว New York Times ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ผู้นำโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบีย ได้ผลักดันให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการทำสงครามกับอิหร่านต่อไป โดยให้เหตุผลว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็น “โอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ในการเปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวบอกว่า ในการสนทนาหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าชายโมฮัมเหม็ดได้สื่อสารกับทรัมป์ว่า เขาต้องทำลายรัฐบาลสายแข็งของอิหร่าน

เจ้าชายโมฮัมเหม็ดได้ให้เหตุผลว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามระยะยาวต่ออ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะกำจัดได้ก็ต่อเมื่อกำจัดรัฐบาลเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ก็มองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามระยะยาวเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลอาจมองว่าอิหร่านเป็นรัฐล้มเหลวและติดอยู่ในความวุ่นวายภายในจนไม่สามารถคุกคามอิสราเอลได้นั้นเป็นชัยชนะ ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียมองว่า รัฐอิหร่านที่ล้มเหลวเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงและโดยตรง

แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐฯ ต่างกังวลว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป อิหร่านอาจโจมตีโรงงานน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น และสหรัฐฯ อาจติดอยู่ในสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติซาอุดีอาระเบียนั้นมหาศาล การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเป็นการตอบโต้การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้สร้างความปั่นป่วนอย่างมากในตลาดน้ำมัน

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธความคิดที่ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดผลักดันให้สงครามยืดเยื้อออกไป

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งนี้อย่างสันติมาโดยตลอด แม้กระทั่งก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลทรัมป์ และความมุ่งมั่นของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

รัฐบาลกล่าวเสริมว่า “ความกังวลหลักของเราในวันนี้คือการปกป้องตนเองจากการโจมตีประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของเราในแต่ละวัน อิหร่านเลือกที่จะใช้กลยุทธ์เสี่ยงอันตรายมากกว่าการแก้ปัญหาทางการทูตอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีใครได้รับผลกระทบมากไปกว่าอิหร่านเอง”

แหล่งข่าวบอกว่า ขณะที่ทรัมป์ดูเหมือนจะเปิดกว้างต่อการยุติสงคราม แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดแย้งว่านั่นจะเป็นความผิดพลาด และได้เรียกร้องให้มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพื่อบั่นทอนอำนาจรัฐบาลในเตหะราน

บทความนี้อ้างอิงจากการสัมภาษณ์บุคคลที่ได้สนทนากับเจ้าหน้าที่อเมริกัน และผู้ที่บรรยายการสนทนาโดยไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากลักษณะที่ละเอียดอ่อนของการเจรจาระหว่างทรัมป์กับผู้นำโลก

เจ้าชายโมฮัมเหม็ดได้รับความเคารพจากทรัมป์ และเคยมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประธานาธิบดีมาก่อน เจ้าชายโมฮัมเหม็ดเคยกล่าวว่า สหรัฐฯ ควรพิจารณาส่งกองกำลังเข้าไปในอิหร่านเพื่อยึดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและขับไล่รัฐบาลออกจากอำนาจ ตามข้อมูลจากผู้ที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ได้พิจารณาอย่างจริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน การปฏิบัติการดังกล่าวโดยใช้กองกำลังทางอากาศหรือการโจมตีสะเทิงน้ำสะเทิงบกโดยนาวิกโยธิน จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดได้สนับสนุนการปฏิบัติการภาคพื้นดินในการสนทนากับทรัมป์ ตามข้อมูลจากผู้ที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่อเมริกัน

มุมมองของซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับสงครามนั้นได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมากพอ ๆ กับปัจจัยทางการเมือง นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมพลังงานของภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำมันส่วนใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ต้องผ่านช่องแคบนี้เพื่อเข้าสู่ตลาดโลก

แม้ว่าซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะสร้างท่อส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบ แต่เส้นทางทางเลือกเหล่านั้นก็ถูกโจมตีเช่นกัน

นักวิเคราะห์ที่คุ้นเคยกับความคิดของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า แม้ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดอาจต้องการหลีกเลี่ยงสงคราม แต่ก็กังวลว่าหากทรัมป์ถอนกำลังออกไปในตอนนี้ ซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางจะต้องเผชิญหน้ากับอิหร่านที่ฮึกเหิมและโกรธแค้นเพียงลำพัง

ในมุมมองนี้ พวกเขากล่าวว่า การโจมตีที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จะทำให้ซาอุดีอาระเบียเสี่ยงต่อการโจมตีจากอิหร่านบ่อยครั้ง สถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้อิหร่านมีอำนาจในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นระยะ ๆ ได้

การโจมตีโรงงานน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในปี 2019 ซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันของราชอาณาจักรลดลงครึ่งหนึ่งชั่วคราว ผลักดันให้เจ้าชายทบทวนแนวทางที่เป็นปรปักษ์ต่อสาธารณรัฐอิสลาม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียได้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายความตึงเครียดทางการทูต โดยฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่านในปี 2023 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาตระหนักว่าการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ให้การคุ้มครองจากอิหร่านได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้ดำเนินนโยบายสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับอิหร่านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน

หลังจากที่ทรัมป์ตัดสินใจทำสงคราม โดยไม่ฟังคำแนะนำของรัฐบาลหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายพันลูกใส่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ทำให้ความพยายามของประเทศเหล่านั้นที่จะดึงอิหร่านเข้ามาร่วมกลุ่มต้องล้มเหลว

ซาอุดีอาระเบียมีระบบสกัดกั้นขีปนาวุธแพทริออตจำนวนมากที่ใช้ป้องกันตนเองจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงของอิหร่านที่กระหน่ำใส่แหล่งน้ำมัน โรงกลั่น และเมืองต่าง ๆ แต่ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธมีจำนวนจำกัด

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียแสดงความกังวลมานานแล้วว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อพวกเขา พวกเขากังวลว่า แม้รัฐบาลอิหร่านจะล่มสลายไปแล้ว แต่กองกำลังทหารบางส่วน หรือกลุ่มติดอาวุธที่อาจเกิดขึ้นในสุญญากาศทางอำนาจ ก็จะยังคงโจมตีซาอุดีอาระเบียต่อไป และมีแนวโน้มที่จะมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างด้านน้ำมัน

นักวิเคราะห์ข่าวกรองของรัฐบาลบางคนได้บอกกับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ว่า พวกเขาคิดว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดมองสงครามเป็นโอกาสที่จะเพิ่มอิทธิพลของซาอุดีอาระเบียทั่วตะวันออกกลาง และเชื่อว่าซาอุดีอาระเบียสามารถปกป้องตนเองได้แม้ว่าสงครามจะดำเนินต่อไป

ในการสนทนากับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรัมป์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ ผู้นำซาอุดีอาระเบียได้ให้ความมั่นใจกับเขาว่านี่เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น ตามข้อมูลจากผู้ที่ได้รับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่อเมริกัน

แต่เจ้าหน้าที่อเมริกันและในภูมิภาคต่างไม่เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าตลาดน้ำมันจะฟื้นตัวจากสงครามได้อย่างรวดเร็ว นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียไม่สามารถชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากสงครามได้ เพราะท่อส่งน้ำมันทางบกสามารถขนส่งน้ำมันได้เพียงเศษเสี้ยวของปริมาณน้ำมันที่ปกติจะขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซียในการรับมือกับการปิดช่องแคบ แต่ก็อาจเผชิญกับผลกระทบที่ร้ายแรงหากเส้นทางน้ำไม่เปิดอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้

แม้กระทั่งก่อนที่สงครามจะเริ่มต้น เจ้าชายโมฮัมเหม็ดก็เผชิญกับความท้าทายทางการเงินอย่างหนักหน่วง โดยคาดว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะมีงบประมาณขาดดุลในอีกหลายปีข้างหน้า เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่ทะเยอทะยานและการลงทุนมหาศาลในปัญญาประดิษฐ์กำลังสร้างภาระให้กับทรัพยากรที่จำกัดของประเทศ

สงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่านจะทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเสี่ยง ความสำเร็จของเจ้าชายขึ้นอยู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว

เรียบเรียงจาก New York Times

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มสิทธิเมียนมาแฉ “มิน อ่อง หล่าย” ซื้อบ้านหรูกลางกรุงเทพฯ

เกาะติดสงครามอิหร่าน 27 มี.ค. 69 “ทรัมป์” ส่อยกพลขึ้นบก บีบอิหร่านยอมจำนน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซาอุฯ หนุน “ทรัมป์” เดินหน้าสงครามอิหร่าน ชี้เป็นโอกาสเปลี่ยนตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...