นศ.กอดแม่น้ำตาริน เสิร์ฟอาหารส่งตัวเองเรียน แม่จำนองที่นา กู้นอกระบบรักษาตัว
ลูกกอดแม่ร่ำไห้ เสิร์ฟอาหารหลังเลิกเรียนหาเงินค่าเทอม แม่ป่วยพ่อเดินไม่ได้นำที่นาไปจำนองกู้นอกระบบ ส่งลูกสาวเรียนหนังสือ เคยท้อถึงกับคิดจะฆ่าตัวตาย
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง อยู่ในเขต ต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากทราบว่า มี 2 สามีภรรยา กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะว่าสามีป่วยด้วยโรคเกาต์ เดินไม่สะดวก ขณะที่ภรรยาป่วยหลายโรค และมีลูกสาว 1 คนที่กำลังเรียนระดับอุดมศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ
เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบว่า สภาพบ้านค่อนข้างเก่ามาก ชั้นบนของบ้านนำเอาสังกะสีมาตีปะเอาไว้แทนฝาบ้าน ชั้นล่างของบ้านพบชายชราคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่าคือ นายบุญมี อายุ 76 ปี และพบหญิงชรากำลังก้มล้างจานอยู่ข้างบ้าน ทราบชื่อคือ นางนอง อายุ 71 ปี เดินไม่สะดวก เนื่องจากมีอาการปวดหลัง
โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งคือ น.ส.นภาพร ลูกสาวของ 2 สามีภรรยา เดินมาจูงมือแม่เดินไปนั่งที่แคร่หน้าบ้าน ซึ่งลูกสาวนั่งกอดแม่เอาไว้น้ำตาไหลอาบแก้ม เพราะกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และไม่มีเงินที่จะต้องไปเรียนหนังสือ
นางนอง อายุ 71 ปี เล่าว่า น.ส.นภาพร ลูกสาวของตนเป็นลูกหลง เนื่องจากว่าตนมีลูกตอนอายุแก่มากแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีลูกมาแล้ว ขณะนี้ น.ส.นภาพร ลูกสาวของตนกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ ตนต้องพยายามส่งลูกเรียนหนังสือด้วยความยากลำบากมาก ในการที่จะหาเงินทองที่จะส่งเสียลูกไปเรียนหนังสือ
ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายก็จะได้จากเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 2 คน โดยตนกับพ่อของเด็กจะได้รับเงินผู้สูงอายุคนละ 700 บาท รวมเป็นเงิน 1,400 บาท ก็จะนำเอาเงินนี้มาจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟ
นอกจากนี้ ตนก็ออกหาเก็บผักเก็บหญ้ามาขายในหมู่บ้านพอเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งในช่วงที่ลูกสาวกำลังเรียนหนังสือนี้ ตนนำที่นา 13 ไร่ ซึ่งเป็นที่นาผืนเดียวที่มีอยู่ ไปจำนองเพื่อกู้เงินนอกระบบ ได้เงินมาประมาณ 400,000 บาท ซึ่งนำเงินมาใช้จ่ายในการรักษาอาการเจ็บป่วยของตนและสามี เป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกสาวไปเรียนหนังสือ ที่ตัว จ.ศรีสะเกษ
"เงินใช้จ่ายในแต่ละวันก็กู้หนี้ยืมสินจากพี่ๆ น้องๆ ซึ่งพ่อของเด็กป่วยเป็นโรคเกาต์ไม่ได้ทำงานอะไร เนื่องจากสุขภาพไม่ดีมีอาการปวดตามแขนขาตลอดเวลา ดิฉันก็ไม่แข็งแรงเนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายโรค ซึ่งหากว่าลูกสาวไม่ได้กู้ยืมเงิน กยศ. คงจะไม่สามารถที่จะได้เรียนหนังสือต่อได้ อยากขอฝากถึงท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง ขอให้ช่วยเหลือด้วยเพราะว่าเงินทองก็ไม่มี แต่ว่าอยากให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือ ไม่มีเงินที่จะนำเอามาส่งลูกเรียน พ่อแม่ก็อยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีเงินรายได้อะไร" นางนอง กล่าว
น.ส.นภาพร กล่าวด้วยน้ำตาไหลอาบแก้มว่า ขณะนี้ตนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเรียนแต่ละวันก็ค่อนข้างสูงมาก ตนก็ใช้วิธีในการขอยืมเงินจากญาติพี่น้องและขอยืมเงินจากอาจารย์ที่สอน เวลาที่ตนไม่มีเงินที่จะใช้ซื้ออาหารกิน ซึ่งหากว่าตนไม่ได้เงินกู้จาก กยศ. ตนก็คงจะไม่ได้เรียนหนังสือต่อไป
ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละวันตนต้องหางานพาร์ทไทม์ทำหลังจากที่เลิกเรียนทุกวันแล้ว โดยไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ได้เงินค่าแรงวันละ 200 บาท ซึ่งก็นำเอาเงินค่าแรงที่ได้มาไปใช้หนี้ที่ขอยืมมาและเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างประหยัดมาก เคยท้อกับชีวิตเพราะหาเงินใช้ไม่ได้จนถึงกับจะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่าย กองทุน กยศ.คือความหวังของตน ถ้าไม่มีเงิน กยศ. ตนก็คงไม่ได้เรียนต่อ
ขณะนี้ตนกำลังเรียนอยู่ ไปทำงานพาร์ทไทม์ก็เลิกดึก ต้องตื่นเช้าต้องรีบไปเรียนหนังสือ แต่ละวันตนเหน็ดเหนื่อยมากและท้อมาก เพราะว่าไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในการไปเรียนหนังสือ ความหวังสุดท้ายที่ตนจะได้เรียนหนังสือคือการขอกู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ.เท่านั้น