โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เปิดโผ 10 รถยนต์ราคาไม่เกิน 600,000 บาท ประหยัดงบแต่ครบเครื่องก่อนหมดปี 2023

สยามนิวส์

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 08.55 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ต้องบอกเลยว่าประหยัดงบแต่ครบเครื่องนะ หากใครที่ต้องการรถยนต์แต่มีงบไม่เกิน 6 แสนบาท แต่ต้องการรถใหม่ไว้ขับใช้งานในเมืองเป็นหลัก คันไม่ต้องใหญ่หรือไฮเทคจนดูแลยาก เน้นคล่องตัว ขับง่าย ไปไหนมาไหนสะดวก รวมถึงค่าบำรุงรักษายังสบายกระเป๋า วันนี้เราได้คัดรถยนต์ 10 ยี่ห้อราคาไม่เกิน 600,000 บาท ในปี 2023 เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับการตัดสินใจว่าคันไหนเหมาะสมกับคุณ จะมีรุ่นไหนกันบ้างไปดูกัน

ต้องบอกเลยว่าประหยัดงบแต่ครบเครื่องนะ หากใครที่ต้องการรถยนต์แต่มีงบไม่เกิน 6 แสนบาท แต่ต้องการรถใหม่ไว้ขับใช้งานในเมืองเป็นหลัก คันไม่ต้องใหญ่หรือไฮเทคจนดูแลยาก เน้นคล่องตัว ขับง่าย ไปไหนมาไหนสะดวก รวมถึงค่าบำรุงรักษายังสบายกระเป๋า วันนี้เราได้คัดรถยนต์ 10 ยี่ห้อราคาไม่เกิน 600,000 บาท ในปี 2023 เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับการตัดสินใจว่าคันไหนเหมาะสมกับคุณ จะมีรุ่นไหนกันบ้างไปดูกัน

1. Toyota Yaris Ativ

- รุ่น Sport ราคา 549,000 บาท

- รุ่น Smart ราคา 594,000 บาท

รถสไตล์ตัวถังซีดานออกแนวสปอร์ต ภายในกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นแบรนด์กระแสหลัก ความน่าเชื่อถือไม่น่ากังวลมาก ติดตั้งเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และมีถุงลมนิรภัย 6 จุด มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาดความจุ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

2. Honda City Hatchback

รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท

รถแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ที่มาพร้อมความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบ Ultra Seat สามารถพับปรับรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ 4 รูปแบบ และเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร เทอร์โบ มีกำลังแรงสุดในกลุ่มอีโคคาร์ แต่ราคาเริ่มต้นค่อนข้างสูง ซึ่งในงบไม่เกิน 6 แสน จะได้เพียงรุ่นเริ่มต้น S+ ไม่มีเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ให้ถุงลมนิรภัยติดตั้งมา 4 จุด มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ช่วง 2,000-4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

3. Nissan Almera

- รุ่น E ราคา 515,000 บาท

- รุ่น EL ราคา 565,000 บาท

รถอีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู มีห้องโดยสารกว้างขวาง แต่สำหรับงบ 6 แสนบาท จะมีให้เลือกได้ 2 รุ่น คือ E และ EL โดยรุ่น E จะมีเพียงอุปกรณ์พื้นฐานเท่าที่จำเป็น ในขณะที่รุ่น EL ได้กุญแจ Keyless ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรก และล้ออัลลอย เป็นต้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ช่วง 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

4. Suzuki Swift

- รุ่น GL ราคา 567,000 บาท

- รุ่น GL Plus ราคา 572,000 บาท

อีโคคาร์ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ด้วยดีไซน์น่ารัก ไม่ฉูดฉาด จึงไม่ล้าสมัยง่าย ในงบ 6 แสนบาทจะมีให้เลือกได้ 2 รุ่นย่อย คือ GL และ GL Plus ซึ่งทั้ง 2 รุ่นติดตั้งอุปกรณ์ในระดับพื้นฐาน เช่น เครื่องเล่น CD MP3, ล้อเหล็กพร้อมฝาครอบ พร้อมถุงลมนิรภัย 2 จุด และรุ่น GL Plus ได้ชุดแต่งภายนอกเพิ่มจาก GL เท่านั้น แต่ก็มาพร้อมครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

5. Mazda 2 Hatchback

- รุ่น E Sports ราคา 546,000 บาท

- รุ่น C Sports ราคา 599,000 บาท

อีโคคาร์สำหรับคนที่ชอบดีไซน์ดูดีพรีเมียม แต่ในงบ 6 แสนบาทจะเลือกได้ 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น E Sports กับ C Sports ซึ่งการตกแต่งอาจไม่ได้พรีเมียมเหมือนรุ่นท็อป โดยอุปกรณ์ก็จะเป็นแบบพื้นฐานตามสไตล์รุ่นเริ่มต้น โดยรุ่น C Sports จะได้อุปกรณ์มากกว่า เช่น ไฟวิ่งกลางวัน กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า การตกแต่งภายในดีขึ้น ได้แอร์อัตโนมัติ เบาะหลังแยกพับ 60:40 เครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน กุญแจ Keyless และกล้องมองหลัง เป็นต้น

6. Mitsubishi Mirage

- รุ่น Active MT ราคา 474,000 บาท

- รุ่น Active CVT ราคา 509,000 บาท

- รุ่น Smart CVT ราคา 579,000 บาท

รถอีโคคาร์ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู มีอุปกรณ์ให้มาสมเหตุสมผล โดยมีระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า ระบบตัดกำลังเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ แต่ถุงลมนิรภัยยังมีให้ 2 จุด เครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาดความจุ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา (MT) และเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

7. Suzuki Celerio

- รุ่น GA MT ราคา 338,000 บาท

- รุ่น GL CVT ราคา 416,000 บาท

- รุ่น GX CVT ราคา 442,000 บาท

อีโคคาร์ขนาดเล็กสุดในไทย เน้นขับง่าย จอดสะดวก ใกล้เคียงกับความเป็นเคคาร์ ดูแลรักษาง่าย และไม่มีอะไรให้จุกจิกกวนใจมาก เพราะไม่ซับซ้อน เนื่องจากอุปกรณ์ไฮเทคแทบไม่มี เหมาะเป็นรถใช้งานในเมืองแบบไม่ต้องการฟีเจอร์หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาก ด้วยครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาดความจุ 1.0 ลิตร กำลังสูงสุด 68 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา 5 สปีด (MT) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 21.3 กิโลเมตร/ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20.8 กิโลเมตร/ลิตร

8. Fomm One

Fomm One 2022 มีให้เลือกรุ่นเดียว ราคา 481,500 บาท

ไมโครคาร์ไฟฟ้าขนาดจิ๋วสำหรับขับในเมืองไป-กลับในระยะทางสั้น ๆ ไม่เกิน 160 กิโลเมตร ประหยัดเพราะไม่ต้องเติมน้ำมัน หาที่จอดง่ายเนื่องจากคันเล็กมาก และไม่เปลืองพื้นที่บนถนน แต่วิ่งได้ไม่เร็วนัก ช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Direct Drive คือมอเตอร์ 2 ตัวอยู่ในล้อคู่หน้า ให้กำลังรวมกันสูงสุด 13.4 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 166 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (WLTP) ความเร็วสูงสุด 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

9. VOLT City EV

- รุ่น For - Two Classic (3 ประตู) ราคา 335,000 บาท

- รุ่น For - Two TOP (3 ประตู) ราคา 365,000 บาท

- รุ่น For - Four Classic (5 ประตู) ราคา 390,000 บาท

- รุ่น For - Four Top (5 ประตู) ราคา 425,000 บาท

รถยนต์ไฟฟ้าจีนขนาดเล็กตัวถังแฮตช์แบ็ก ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 3 และ 5 ประตู ระยะทางวิ่งสั้น 165-200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) ดีไซน์น่ารัก โทนสีพาสเทล เหมาะสำหรับวิ่งใกล้ ๆ ในเมือง เป็นรถจีนที่ติดตั้งพวงมาลัยขวามาให้ มีถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับ โดยรุ่น 3 ประตู นั่งได้ 2 คน และรุ่น 5 ประตู นั่งได้ 4 คน

10. Neta V

Neta V มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียว ราคา 549,000 บาท

ถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กจากจีนราคาต่ำสุดในไทย นั่งได้ 5 คน ระยะทางวิ่งสูงสุด 384 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) ติดตั้งหน้าจอมัลติฟังก์ชันขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ส่วนระบบความปลอดภัยติดตั้งถุงลมนิรภัย 2 จุด มีกล้องมองหลัง ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็ว เป็นต้น ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่เพลาหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 38.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 384 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ NEDC

สำหรับรถยนต์ราคาไม่เกิน 6 แสนบาทนั้น สิ่งที่ต้องยอมรับเป็นอย่างแรกเลย คือ เรื่องของอุปกรณ์มาตรฐานที่อาจไม่มากมายนัก ทำให้รายการอุปกรณ์ค่อนข้างจำกัด มีเฉพาะที่จำเป็น หรือเพียงพอกับการใช้งาน รวมถึงระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนดในหลายรุ่นเท่านั้น ดังนั้น การเลือกซื้อรถยนต์ราคาไม่เกิน 6 แสน จึงควรพิจารณาว่าสิ่งไหนคือความต้องการหลัก เพื่อใช้เป็นข้อเปรียบเทียบว่ารถรุ่นไหนเหมาะกับเรามากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...