มีคลองไหนยังสามารถเดินทางโดยเรือได้อยู่ ! ส่องเส้นทางท่าเรือโดยสารกรุงเทพ
เชื่อว่าหลายๆคนจะต้องเคยมีประสบการณ์เดินทางด้วยการ นั่งเรือ กันมาบ้างแล้วอย่างแน่นอน โดยในปัจจุบันการเดินทางด้วยเรือโดยสารนั้นอาจจะดูเหมือนได้รับความนิยมที่น้อยลงไปจากการที่มีระบบขนส่วสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนวัยทำงานในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในสมัยที่บ้านเมืองยังไม่มีการขนส่งที่หลากหลายเท่าทุกวันนี้ ความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศไทยก็เป็นไปตามยุคตามสมัย การเดินทางในตอนนั้นก็ไม่ได้สะดวกเท่าไหร่ บ้างก็ใช้การเดินเท้าเป็นหลัก หรือ ไม่ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่เมื่อเวลา และวิวัฒนาการผ่านไประบบการขนส่งก็เริ่มพัฒนามากขึ้น การสัญจรต่าง ๆ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทกับผู้คนมากกว่าเก่า และถ้าถามว่าในเวลานั้นการเดินทางที่นิยมที่สุดคือรูปแบบใด แน่นอนว่าคงต้องเป็นการเดินทางด้วย เรือโดยสาร เพราะการโดยสารทางเรือมีราคาที่ถูก และเป็นการคมนาคมที่อยู่คู่กับคนไทยมาหลายช่วงอายุคน จึงทำให้ในยุคสมัยหนึ่งผู้คนนิยมเลือกใช้การคมนาคมทางน้ำมากกว่าการคมนาคมทางบกอย่างชัดเจน
หนึ่งเรื่องที่ทุกคนต้องยอมรับความจริง คือ ผังเมืองของกรุงเทพเวลานี้ยังมีความซับซ้อน และไม่เอื้อต่อการขนส่งเท่าไหร่นักถ้าเทียบกับเมืองในหลายประเทศใหญ่ แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนพอสมควร การมาของทั้ง รถไฟฟ้า รถเมล์ และรถโดยสารประจำทางต่าง ๆ ก็เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานได้ดี แต่สุดท้ายหลายการ ขนส่งสาธารณะ ก็ตกม้าตายด้วยปัญหาระดับชาติอย่างรถติด คงจะมีแต่รถไฟฟ้าที่ไม่มีผลกับรถติด แต่หมู่มวลชนก็มากเหลือเกิน ว่าแต่ทุกคนกำลังลืมอะไรรู้ตัวไหม? ใช่แล้ว หลายคนลืมว่าเรายังมีเส้นทางน้ำให้สัญจรได้ เมื่อถนนไม่ใช่คำตอบในการเดินทาง และใช้ชีวิต ถึงเวลาต้องหนีรถติดมาลงเรือแล้วให้เรือโดยสารเป็นตัวช่วยในการเดินทางที่ดีกว่า เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าท่าเรือโดยสารของในกรุงเทพมีท่าไหนบ้าง ที่สำคัญถ้าจะหนีรถติดสามารถไปลงท่าไหนได้บ้าง หรือค่าโดยสารเป็นอย่างไร ทุกคำถามที่สงสัยจะได้คำตอบหลังจากนี้ พร้อมแล้วก็ไปติดตามกันเลยครับ
เรือโดยสารของไทย พาไปที่ไหนได้บ้าง
ต้องบอกแบบนี้ก่อนว่า ปัจจุบันมีเส้นทางเรือโดยสาร อยู่พอสมควรให้ผู้คนได้เลือกใช้บริการตามความสะดวก ถ้าจะให้เข้าใจง่ายกว่าเดิม แน่นอนว่าต้องพูดถึงการเดินทางบนแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ชื่อของ เรือด่วนเจ้าพระยา ถือเป็นเส้นการเดินทางที่เป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ มีการเดินทางที่หลากหลายเริ่มตั้งแต่ปากเกร็ด ยาวไปจนถึง สาทร โดยกว่า 34 สถานีก็จะแบ่งเป็นแต่ละรอบให้บริการตามเวลามากมาย เรียกได้ว่าครบวงจรและตอบโจทย์กับกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตในเมืองอย่างดีที่สุด
เพียงแต่นั่นก็เกิดเป็นความสงสัยและคำถามตามมาว่า “แล้วถ้าไม่ใช่แม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีเส้นทางโดยเรือทางอื่นให้กับคนไทยได้ใช้บ้างหรือเปล่า?” จริงอยู่ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาคือเส้นการเดินทางสำคัญของประเทศ แต่เมื่อพูดถึงความต้องการจริง ๆ แล้วผู้คนที่อยู่ในทำเลอื่นจะไม่มีสิทธิได้ใช้การโดยสารด้วยเรือบ้างหรือ? หรือความจริงแล้วประเทศเรายังไม่มีการพัฒนาการขนส่งมวลชนเท่าที่ควร? ซึ่งจากค้นข้อมูลก็พบกับความจริงที่น่าสนใจ คือแท้ที่จริงในบ้านเรายังมีสิ่งที่เรียกว่า “คลอง” ทั่วหลายพื้นที่ จึงทำให้เกิดโปรเจกต์ในการสร้าง เรือโดยสาร คลองในประเทศไทยนับสิบโครงการตามมา แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ทำให้ในปัจจุบันมีการทำสำเร็จและเปิดให้บริการอยู่เพียง 3-4 สถานี หรือบางคลองสร้างท่าเรือเสร็จแล้ว มีกำหนดเปิดใช้แล้ว แต่ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ โดยทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในช่วงปรับปรุงหรือเปิดให้บริการแล้วก็จะเป็นหนึ่งทางเลือกที่อำนวยความสะดวกผู้คนในการสัญจรได้อย่างดี โดยแต่ละคลองมีความสำคัญอย่างไร และมีเรือโดยสารผ่านท่าใดบ้าง ตามมาอ่านได้เลยครับ
คลองแสนแสบ
สำหรับคลองแสนแสบชื่อนี้หลายคนคงรู้จักกันดี คลองนี้มีความยาว 55 ไมล์ เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง พูดถึงในทางภูมิศาสตร์ว่ากันว่าเป็นคลองที่มีความสมบูรณ์ของทุ่งหญ้า ซึ่งรวมกับการที่ใกล้แหล่งน้ำ ทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี มีคาดกันว่าครั้งหนึ่งชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นกิจกรรมหลักคือการปัดยุงที่ชุมตลอดทั้งวัน หลายคนจึงบอกว่านี่เป็นที่มาของ แสนแสบ ส่วนบางคนก็บอกว่าเพี้ยนมาจากคำว่าแส-สาบ ที่หมายถึงแม่น้ำ ลำคลอง ที่มาจากสมัยโบราณ สุดท้ายก็ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัด
ส่วนในเรื่องของเรือโดยสารคลองแสนแสบ จุดเริ่มต้นมาจากในปี พ.ศ.2533 มีการผลิตโดยสารเรือในคลองแสนแสบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่มากขึ้นทุกวัน จากที่เคยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและเสบียงอาหาร รวมถึงอาวุธทั้งหลายในยุคสงครามสมัยก่อน ก็เริ่มมีกิจการเดินเรือแสนแสบมากขึ้น จนต่อมาก็มีพัฒนามีการขุดคลอง ทำความสะอาดมากขึ้นเพื่อให้ เรือโดยสาร ได้ทำการได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายแล้วเส้นทางทั้งหมดปลายทางจะไปอยู่ที่วัดศรีบุญเรือง จากต้นสายอย่างท่าเรือผ่านฟ้าฯ
ท่าเรือโดยสาร คลองแสนแสบจะถูกแยกเป็น 2 สาย คือสายภูเขาทอง 6 ท่า และ สายนิด้า 23 ท่า ซึ่งทั้ง 2 สายสามารถเปลี่ยนมาเชื่อมต่อกันได้ที่ท่าประตูน้ำ โดยเปิดให้บริการทุกวัน 5.30-20.30 น. ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์จะปิด 19.00 น. ค่าโดยสารอยู่ที่ 10-20 บาทตามระยะทาง โดยมีการเปิดเผยว่าในแต่ละวันมีผู้คนใช้งานเรือโดยสารคลองแสนแสบกว่า 29,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และมีชาวต่างชาติประมาณ 1,000 คนต่อวันที่มาใช้บริการ และปัจจุบันมีเรือมากกว่า 40 ลำต่อวัน เพื่อมาตอบโจทย์ในเวลาอันเร่งรีบของคนกรุงเทพฯ โดยในอนาคตมีแผนพัฒนาต่อเพื่อให้รองรับผู้คนที่จะมากขึ้นได้ เพราะเมื่อย้อนไปในปี 62 คลองแสนแสบ เคยมีผู้ใช้บริการต่อวันถึง 40,000-50,000 คนต่อวันทีเดียว
คลองผดุงกรุงเกษม
วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯผูกพันกับแม่น้ำลำคลองมาพอสมควร ย้อนกลับไปคลองผดุงกรุงเกษมถูกใช้ประโยชน์เพื่อขยายเมืองให้เชื่อมกับชุมชนและย่านค้าขายมากขึ้นในย่านเทเวศร์ หัวลำโพง เป็นเส้นทางสำคัญทางประวัติศาสตร์เลย เพราะเชื่อมต่อไปยังหลายแหล่งชุมชนสำคัญในทุกด้าน แต่พอการเข้ามาของการเดินทางบนบกก็ทำให้การเดินทางโดยเรือก็เริ่มลดน้อยถอยไป ปัญหาการขนส่งก็มักไปเกิดขึ้นกับบนถนนมากกว่า เพราะเหตุนี้จึงมีการบูรณะให้การโดยสารด้วยเรือให้กลับมามีความน่าสนใจและดึงดูดผู้คนอีกครั้ง และคลองผดุงกรุงเกษมคือหนึ่งในนั้น
คลองผดุงกรุงเกษม ถูกยกให้เป็นคลองกลางเมืองที่เชื่อมต่อการขนส่งไว้ด้วยระบบ ล้อ-ราง-เรือ จากแนวคิดของภาครัฐ ทำให้ช่วยระบายการจราจรได้ดี หากรถติดก็สามารถไปขึ้นเรือ หรือต่อรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้ เป็นอีกไอเดียที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้ดี และอย่างที่รู้กันว่า เรือโดยสาร ในคลองผดุงกรุงเกษมจะเป็นเรือไฟฟ้า ก็ยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าการใช้น้ำมัน เรียกว่าเป็นคลองที่นำความทันสมัยให้มาอยู่ร่วมกับการขนส่งในบ้านเรามากขึ้น
โดยเปิดให้บริการตามเส้นทางจาก ท่าเรือ สถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังท่าเรือตลาดเทวราช วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-09.00 น. ความถี่ทุก 20 นาที เวลา 16.00-19.00 น. ทุก 20 นาที วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-19.00 น. ความถี่ทุก 30 นาที และด้วยความเป็นเรือพลังงานไฟฟ้าลำแรกของไทย จึงทำให้กรุงเทพธนาคมบริษัทที่ดำเนินงานคลองผดุงกรุงเกษม ได้รับมอบหมายจากกรุงเทพมหานครให้พัฒนาระบบเดินเรือต่อไป เพื่อที่จะช่วยลดมลพิษและในอนาคตอาจจะได้เห็นเรือไฟฟ้าอยู่ทั่วทุกคลองของกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้
คลองพระโขนง
ระยะทางไม่ใช่จุดเด่นสำหรับคลองพระโขนง แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ประวัติความเป็นมา เรื่องราวเก่าแก่ที่ถูกเล่ามารุ่นต่อรุ่น หนึ่งเรื่องที่ชวนให้หลายคนรู้จักต้องยอมรับว่าจากแม่นาค ภาพยนตร์และตำนานชื่อดังของไทย คลองพระโขนงคือคลองเก่าแก่ ถ้าพูดกันถึงจุดสำคัญต้องเป็น วัดมหาบุศย์ วัดชื่อดังที่หลายคนให้ความศรัทธา เป็นคลองที่ไม่ได้มีระยะทางกว้างหรือใหญ่นัก แต่ในเส้นทางต่างเรียงร้อยเรื่องราวที่น่าสนใจไว้ให้ผู้คนตามมาศึกษาอย่างไม่รู้จบ
แต่สำหรับการเดินทางเรือโดยสารคลองพระโขนง รับส่งผู้โดยสารตั้งแต่ท่าพระโขนง - ตลาดเอี่ยมสะอาด แวะจอดทั้งหมด 16 สถานี คิดค่าบริการ ระหว่าง 5-15 บาทขึ้นอยู่กับระยะทาง และเปิดให้บริการวันธรรมดา เวลา 06.00 - 19.00 น. วันเสาร์ เวลา 06.30 - 18.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.00 - 18.00 น. เป็นอีกหนึ่งคลองที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงมากนัก แต่หากมองที่รายละเอียดแต่ละป้ายก็สามารถไปยังสถานที่สำคัญได้เช่น วัดปากบ่อ วัดขจรศิริ หรือตลาดเอี่ยมสมบัติ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งคลองลับก็ได้ที่หากจะเลี่ยงรถติดก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
สถานการณ์ล่าสุดของคลองภาษีเจริญและ คลองรังสิต
ขอเริ่มกันที่เรือโดยสารคลองภาษีเจริญ คลองฝั่งธนที่มีความเก่าแก่ไม่แพ้กัน ภายใต้เส้นทางจาก วัดปากน้ำภาษีเจริญไปจนถึง เพชรเกษม 69 อีกหนึ่งเส้นทางที่เข้ามาเพิ่มการขยายเส้นทาง และความสะดวกให้กับผู้ชุมชน แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างทำให้ถึงเกิดปัญหาอยู่เรื่อย ๆ แม้จะเคยเปิดให้บริการไปแล้ว แต่ก็มักจะเจอปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งมูลฝอยหรือน้ำเสีย และอีกมากมาย ทำให้ล่าสุดต้องยุติการให้บริการไปก่อนเพื่อไปปรับปรุง โดยที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่ ถ้ามีความคืบหน้าจะนำมาอัพเดทอีกครั้งแน่นอน
ในฟากของ คลองรังสิต ถ้าจำความได้คือพบเห็นท่าเรือมานานพอสมควร แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เปิดให้บริการสักที ครั้งหนึ่งเคยมีข่าวว่าจะเปิดตัวตั้งแต่ในปี 2562 จนปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้า อาจจะด้วยปัญหาต่าง ๆ ทำให้ยังเปิดให้บริการไม่ได้ แต่มองในอีกมุมคือตอนนี้มี ท่าเรือ พร้อมแล้ว ไม่แน่ว่าหากอนาคตมีการปรับปรุงและพัฒนามากขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะมีก็จะเปิดกว้างมากขึ้นเช่นกัน
อ่านบทความเต็ม คลิก