โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดแผน ‘IRPC’ ฮึดสู้น้ำมันผันผวนยาว ลุยต่อยอดธุรกิจหลักสู่ 5 กลุ่มธุรกิจแห่งอนาคต

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ธ.ค. 2566 เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2566 เวลา 11.59 น. • The Bangkok Insight

"IRPC" เปิดยุทธศาสตร์สร้างทางโต สู้ราคาน้ำมันผันผวนสูง เดินหน้ายกระดับเพิ่มมูลค่าธุรกิจหลัก ต่อยอดสู่ 5 ธุรกิจใหม่ สร้างทางโตยอดขาย-กำไร คาด 5 ปีธุรกิจใหม่สร้างสัดส่วนรายได้ 15%

นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นจากการท่องเที่ยวและภาคอสังหาริมทรัพย์ก็คาม

IRPC

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ตัวเลข GDP ของไทยในปี 2567 จะเติบโตได้เพียง 2.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงมีปัญหา ตลาดหลักซบเซา โดยเฉพาะจีนที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี ราคาน้ำมันยังคงผันผวนต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเอง คาดว่าตลาดส่งออกยังไม่ฟื้นตัว ทำให้มีเพียงภาคธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า

จากสถานการณ์และปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่ท้าทายและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บริษัทฯ ได้วางแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง โดยเพิ่มประสิทธิภาพเสริมขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขัน ที่ยึดหลักสร้างความแข็งแกร่งต่อยอดจากธุรกิจหลักปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ท่าเรือ และอสังหาริมทรัพย์ ขยายการลงทุนไปในกลุ่มธุรกิจใหม่ ด้วยมาตรการควบคุมภายในและสถานะทางการเงินที่เข้มแข็ง

ยกระดับธุรกิจหลักสู่ธุรกิจใหม่

นายกฤษณ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์จะมุ่งเป้าไปยัง 5 ธุรกิจแห่งอนาคต ประกอบด้วย

1. Health&Life Science เช่น อุปกรณ์กรอง ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 ชุดกาวน์ ชุด PPE อุปกรณ์กรองน้ำ และอื่นๆ ที่เติบโตตามแนวโน้มของมลภาวะที่เพิ่มสูงขึ้น และการรักสุขภาพของผู้บริโภคในปัจจุบัน

2. Advanced Meterials วัสดุที่ใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การผลิตลิเธียม ซึ่งเป็นวัสดุต้นน้ำของรถพลังงานไฟฟ้า และแบตเตอรี เป็นต้น

3. Green&Circular ธุรกิจรีไซเคิล โดยเฉพาะการรีไซเคิลพลาสติก PP ที่ปัจจุบันมีปริมาณการใช้ถึงปีละ 1.4 ล้านตัน แต่ยังไม่มีการนำกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้ใหม่ โดยขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องเทคโนโลยีการรีไซเคิล เพื่อนำมารีไซเคิลพลาสติก PP ให้ได้อย่างน้อย 2 แสนตันต่อปี

4. Future Energy ที่จะเดินหน้าต่อยอดโซลาร์ลอยน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไปยังสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงโซลาร์รูฟ ที่จะเริ่มเดินหน้าโครงการนับจากนี้

5. Asset&Service ปัจจุบัน IRPC นับเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์เป็นที่ดินกว่าหมื่นไร่ มากเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ดังนั้น จึงมองการพัฒนาที่ดินเพื่อสร้างรายได้มากขึ้น

ต่อยอดธุรกิจหลักสร้างความแข็งแกร่ง

นายกฤษณ์ กล่าวว่า จากเป้าหมายที่จะมุ่งไปยัง 5 กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ด้วยการต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เริ่มเดินหน้าแล้วหลายโครงการ ดังนี้

ธุรกิจปิโตรเลียม (Domestic first)

1. ขยายระบบโลจิสติกส์ขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยขยายคลังน้ำมันแห่งใหม่ที่ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยระบบขนส่งน้ำมันทางท่อความยาว 99 กิโลเมตร ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานภาคขนส่งในภาคกลางและภาคเหนือ ช้วยให้การดำเนินงาน และการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

2. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและคุณภาพน้ำมันดีเซล ยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project หรือ UCF) มีความพร้อมผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 หรือน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันต่ำ สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ภายใน 1 มกราคม 2567 ตามนโยบายของภาครัฐ ช่วยสร้างมูลค่าและรายได้เพิ่มให้กับบริษัทฯ

ธุรกิจปิโตรเคมี (Specialty Boost)

ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ POLIMAXX ได้แก่

1. เม็ดพลาสติกพีพี เมลต์โบลน (PP Melt Blown) สำหรับผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทยฺ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยที่มีคุณภาพ เช่น หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 ชุดกาวน์ ชุด PPE ผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงแผ่นกรองต่าง ๆ

2. เม็ดพลาสติก พีพีอาร์ (PPR: PP random copolymer pipe) มีคุณสมบัติที่แข็งแรงทนต่อแรงขีดข่วนและแรงดัน ทนต่อสารเคมีได้มากกว่าท่อน้ำประปาทั่วไป มีความปลอดภัยสูง ผลิตจากเทคโนโลยีแบบไร้สารทาเลต (Non Phthalate) เหมาะสำหรับผลิตท่อน้ำร้อนน้ำเย็นในครัวเรือนและในโรงงานอุตสาหกรรม

3. เม็ดพลาสติก HDPE 100-RC สำหรับผลิตท่ออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีคุณสมบัติทนแรงกระแทกได้ดีมาก มีอายุการใช้งานนานกว่า 100 ปี ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้าง

ธุรกิจท่าเรือและอสังหาริมทรัพย์ (Maximize Infrastructure & Asset Utilization)

บริษัทฯ มีความพร้อมให้บริการท่เทียบเรือน้ำลึก เพื่อขนถ่ายสินค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รองรับการขนส่งของแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ท่าเรือคอนเทนเนอร์และสินค้าทั่วไป (Bulk & Container Terminal) ท่าเรือปิโตรเคมีและปิโตรเลียมเหลว
(Liquid & Chemical Terminal)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุน
การขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รองรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor. EEC) รวมถึงโครงการตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและเอกชน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไออาร์พีซี จังหวัดระยอง
  • โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ อินดัสเตรียลเอสเตท ระยอง (WHAIER) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  • ที่ดินพื้นที่อื่นๆ ที่มีศักยภาพในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

รุกขยายพอร์ตลงทุนใหม่ (Step up and beyond)

  • ธุรกิจโรงพยาบาลและที่พักเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness) โดยขยายการลงทุนร่วมกับโรงพยาบาลบางปะกอกและโรงพยาบาลปิยะเวท ศึกษาการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลและที่พักเพื่อสุขภาพ ในพื้นที่ศักยภาพของบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เดียง คาดว่าจะใช้พื้นที่กว่า 20 ไร่
  • ธุรกิจสีและสารเคลือบ (Paint & Coating) ร่วมกับ บริษัท เบเยอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบมาตรฐานโลกเป็นครั้งแรกของประเทศ ด้วยส่วนผสม Polytetrafluoroethylene (PTFE) ที่มีคุณสมบัติพิเศษมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง ช่วยยืดอายุการใช้งานโครงสร้างเหล็กถึงสามเท่า เพื่อใช้เคลือบโครงสร้างเหล็กในโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมีสนามบิน ท่าเรือและสะพาน เป็นต้น
  • ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและอาหารเสริมพืช ปุ๋ยหมีขาว ภายใต้เครื่องหมายการค้า REINFOXX เพิ่มอีก 4 สูตร เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ต่อผลิตผสและสิ่งแวดล้อม โดยได้ขยายตลาดในประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน ธุรกิจหลักอย่างปิโตรเคมียังคงไม่ฟื้นตัว และมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายธุรกิจแบบระมัดระวัง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดตันทุนพลังงาน รวมถึงลดค่าใช้จ่าย โดยวางเป้าหมายลดต้นทุนให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดขยายกำลังการผลิตโครงการโซลาร์ลอยน้ำหรือ Floating Solar เพิ่มขึ้นอีก 8.5 เมกะวัตต์ และบูรณาการความยั่งยืนเข้าไปในธุรกิจ มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ปี 2573 รวมทั้งบรรลุความเป็น
กลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ปี 2593 และลดการปล่อยก๊ซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี 2603 เร็วกว่าเป้าหมายของประเทศที่ตั้งเป้าบรรลุในปี 2608

อ่านข่่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...