โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง” ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 58 ล้านหุ้น เข้า mai

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2566 เวลา 04.42 น.

"อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง" ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 58 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.22% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

บมจ.อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง (IROYAL) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 58 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.22% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

IROYAL ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา แนะนำโซลูชั่น จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ครอบคลุมงานติดตั้งและงานซ่อมบำรุง สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงปูนซีเมนต์ ผ่านการนำเข้าจากผู้ผลิตชั้นนำในต่างประเทศ ตามความต้องการของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ วัตถุประสงค์การใช้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ให้บริการจัดหาและจำหน่ายแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบเผาไหม้ (Combustion System) เช่น อุปกรณ์กำจัดเขม่าควัน (Soot Blower) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป่าเขม่าควันในท่อเตาเผาขณะเผาเชื้อเพลิง เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบจัดการของเสียและไอเสีย (Flue Gas Management System) ด้วยเทคโนโลยีการจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOx) เช่น อุปกรณ์ดักจับฝุ่นละอองชนิดไฟฟาสถิตย์ (Electrostatic Precipitator : ESP) เป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศที่ดักจับฝุ่นละอองและไอน้ำมันจากกระบวนการเผาไหม้ในอุณหภูมิสูงออกจากไอเสีย เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่จะปล่อยออกไปสู่ภายนอก เป็นต้น
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบระบายความร้อน (Heat Exchanger System) เช่น แผงระบายความร้อน (Fill Pack) ที่อยู่ในหอหล่อเย็น ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของน้ำร้อนให้เย็นลงและส่งกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตในระบบต่างๆ อีกครั้ง เป็นต้น
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบประปา (Water System) เช่น เครื่องกรองอนุภาคระดับไมครอนในน้ำดิบ (Microfiltration) ปั๊มน้ำ (Pump) วาล์วและหัวขับลมที่ใช้ในการควบคุมวาล์ว (Valve and Pneumatic Actuator) ระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงาน (Uninterruptible Power Supply System) เช่น เครื่องสำรองไฟ (UPS) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เป็นต้น

ส่วนบริการแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • การให้บริการเชิงบำรุงรักษา เป็นการนำเสนออุปกรณ์ชนิดเดิมที่ลูกค้าใช้อยู่แล้ว โดยหากอุปกรณ์ที่ลูกค้าใช้อยู่เป็นตราผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มบริษัทเป็นตัวแทน กลุ่มบริษัทก็จะจัดหาอุปกรณ์ชนิดเดิมและให้บริการติดตั้งตามรอบอายุการใช้งานเพื่อบำรุงรักษาและป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต
  • การให้บริการเชิงพัฒนา เป็นการเสนออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์เดิม หรือเสนออุปกรณ์เสริมเพื่อติดตั้งเพิ่มเติมควบคู่กับอุปกรณ์เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของลูกค้า รวมถึงการให้คำปรึกษา และร่วมกันพัฒนา ออกแบบ โดยเฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการผลิต

กลุ่มลูกค้ารายหลักของกลุ่มบริษัทเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทอุตสาหกรรมไฟฟ้า ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงถ่านหินที่มีระบบจัดการของเสียและไอเสีย (Flue Gas Management System) ที่มีอุปกรณ์ซับซ้อนและมากกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ

รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในโรงงาน โดยกลุ่มบริษัทจะยังคงรักษากลุ่มลูกค้าประเภทนี้ต่อไป ด้วยการนำเสนอบริการเชิงบำรุงรักษาและบริการเชิงการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทได้เริ่มขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ มากขึ้น เช่น โรงกลั่นน้ำมันหรือโรงงานปิโตรเคมี ที่มีระบบการเผาไหม้ (Combustion System) โรงงานปูนซีเมนต์ที่มีระบบจัดการของเสียและไอเสีย (Flue Gas Management System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ/หรือ ลดมลภาวะทางอากาศจากกระบวนการผลิตได้ และได้เริ่มขยายฐานลูกค้าด้วยการสรรหาผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงาน (Uninterruptible Power Supply System)

โดยเน้นกลุ่มโรงแรม อาคารขนาดใหญ่ อาคารโรงพยาบาล หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงาน

กลุ่มบริษัทมีแผนการสรรหาผลิตภัณฑ์ และการให้บริการในอนาคต 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม (Sustainable Environmental Solutions and Services) เช่น การจัดหาวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพให้กับโรงกลั่นน้ำมัน การบำบัดทางเคมีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า และอื่นๆ เป็นต้น กลุ่มธุรกิจกลุ่มนี้จะเน้นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดมลภาวะที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศ
  • กลุ่มธุรกิจบริการด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรม (Digital Services and Solutions) เช่น โรงไฟฟ้าอัจฉริยะและโซลูชั่นอุตสาหกรรม (Intelligent Power Plant and Industrial Solutions) ในอุตสาหกรรม Industrial Internet of Things หรือ IIoT รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นๆ
    โดยเป็นการนำเสนอระบบที่จะเป็นเครื่องมือในการจัดการข้อมูลในระบบต่างๆ ที่มีความซับซ้อนและกระจัดกระจายให้สามารถเชื่อมโยงรวมศูนย์กันได้ และสามารถติดตามตรวจสอบระบบต่างๆ ได้ทันท่วงที ตามแนวทางการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance)

แผนธุรกิจดังกล่าวอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ โดยกลุ่มบริษัทจะพิจารณาถึงโอกาส ข้อจำกัด ความเสี่ยง ซึ่งจะคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของกลุ่มบริษัท ทั้งนี้แผนธุรกิจในอนาคตข้างต้นนี้จะใช้เงินทุนหมุนเวียนภายใน

ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียน 115 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 230 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนชำระแล้ว 86 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 172 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

โครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 9 พ.ย.66 มีนางนาฏนภา ประภัทรโพธิพงศ์ ถือหุ้น 116,421,400 หุ้น คิดเป็น 67.69% หลัง IPO จะลดเหลือ 50.62% นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง 13,923,800 หุ้น คิดเป็น 8.10% จะลดเหลือ 6.05% น.ส.ประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์ น.ส.ไพลิน ประภัทรโพธิพงศ์ น.ส.ศิวัตรา ศุภผลศิริ และน.ส.วไลพร ตันจิรวัฒนา ถือหุ้นรายละ 10,413,600 ล้านหุ้น คิดเป็น 6.05% จะลดเหลือรายละ 4.53%

ผลประกอบการปี 63-65 มีรายได้รวม 122.44 ล้านบาท 196.78 ล้านบาท และ 116.98 ล้านบาท ตามลำดับ กำไรขั้นต้น 27.48 ล้านบาท 60.06 ล้านบาท และ 50.98 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 27.48% 31.66% และ 44.51% ตามลำดับ กำไร/(ขาดทุน)สุทธิในช่วงดังกล่าว จำนวน (1.01) ล้านบาท 35.36 ล้านบาท และ 27.94 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 66 บริษัทมีรายได้ 167.53 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากการขาย 42.18% และรายได้จากการขายพร้อมติดตั้ง 57.82% กำไรสุทธิ 40.39 ล้านบาท ณ วันที่ 30 ก.ย.66 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 160.05 ล้านบาท หนี้สินรวม 29.79 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 130.26 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...