โทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการ
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่อง โทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการ
จากนางร้ายชื่อดังต้องมาเกิดใหม่อยู่ในร่างของสาวเฉิ่ม หญิงสาวที่กำลังถูกสามีผู้เป็นที่รักขอหย่า ทว่าเธอดันเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์นี้เข้าพอดี แล้วคิดว่าคนสวย ๆ อย่างเธอจะยอมเหรอ หย่าก็หย่าไปสิคะ!
เพราะเกิดใหม่ครั้งนี้ เรื่องสามงสามีฉันไม่ต้องการ สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือเงินคะ เงินคือทุกอย่างของชีวิตเพราะทุกวันนี้โลกมันหมุนได้ด้วยเงินทั้งนั้น ส่วนใครที่อยากจะได้อดีตสามีคนนั้นก็เอาไปเถอะ! ฉันยกให้……..
ชี้แจง
นิยายเรื่องโทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการเป็นนิยายจีนเกิดใหม่แนวสุขนิยม เน้นอ่านเพื่อความสุขและความบันเทิงเท่านั้น
นิยายเรื่องโทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการแต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ห้ามคักลอกดัดแปลงหรือทำซ้ำ สถานที่เหตุการณ์เกิดจากจินตนาการ ไม่มีการอ้างประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
นามปากกา: ข้าอยากรวย
เกิดใหม่ทั้งที ดันโดนสามีขอหย่า
“ซี๊ด!” มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปยังรอบห้อง ดวงตาสวยมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาใครสักคน แต่ว่าในห้องที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ซิ นี่ฉันยังเป็นดาราดังอยู่หรือเปล่า” เซี่ยวเฟยบ่นอย่างไม่จริงจังเพราะเธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาดูแลเธอ
นางร้ายอย่างเธอใครเขาอยากจะอยู่ใกล้ การที่พวกเขานำตัวเธอมาส่งที่โรงพยาบาลมันก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ขออนุญาตคะ” ประตูห้องถูกผลักเข้ามาหลังสิ้นเสียงประโยคหนึ่ง
“คุณหลินเยียนฟื้นแล้วเหรอคะ” พยาบาลสาวทักทายตามหน้าที่ ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับเลิกลัก หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของชื่อที่พยาบาลสาวเรียก
ทว่าภายในห้องกลับไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวเธอ
“เธอพูดกับฉันเหรอ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเองเพราะคิดว่าพยาบาลสาวน่าจะเข้าห้องผิด
“เอ่อ ใช่ค่ะ”
“ฉันชื่อหลินเยียน” อะไรกัน นี่เธอกำลังถ่ายละครอยู่เหรอ แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อในห้องแห่งนี้ไม่มีกล้องเลยสักตัว
“เอ่อ ใช่ค่ะคุณหลินเยียน ดิฉันขอตรวจดูอาการเบื้องต้นก่อนนะ”
บางที่คุณผู้หญิงท่านนี้อาจจะนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลมากเกินไปจึงทำให้มีอาการเบลอได้
นางพยาบาลจัดการตรวจร่างกายเบื้องต้นของหญิงสาวอย่างละเอียด ก่อนจะผละออกจากห้องเพื่อรายงานอาการของผู้ป่วยให้กับหมอประจำตัวผู้ป่วยทราบ
เซี่ยวเฟยที่เก็บอาการมาสักพักหลังจากที่พยาบาลสาวยืนยันว่าตนนั้นคือหลินเยียนไม่ใช่เซี่ยวเฟย ร่างบางจึงรีบลุกพรวดเข้าไปยังห้องน้ำทันที
“เซี้ย! เกิดอะไรขึ้น” ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือบางลูบหน้าเนียนไปทั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะคนในกระจกนั้นไม่ใช่ตัวเธอเลยสักนิด
แล้วเธอมาอยู่ในร่างของใคร……
ก่อนหน้านั้นเธอยังถ่ายละครอยู่เลยและหากจำไม่ผิด ฉากสุดท้ายที่กำลังถ่ายคือฉากที่เธอตกจากหน้าผา หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกทีตื่นขึ้นมาเธอก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
ที่สำคัญเธอไม่ได้อยู่ในร่างของตัวเอง แต่อยู่ในร่างของหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งร่างหลินเยียน
“เซี้ย! นึกว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ในละคร” เอาล่ะเธอจะตกใจจนเสียสติไม่ได้แล้ว ในเมื่อได้เกิดมาใหม่ก็ต้องหาทางใช้ชีวิตกับร่างใหม่นี้ให้ได้
อย่างนั้นก็ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างของใครมีสถานะแบบไหน เซี่ยวเฟยคิดในใจ
“อะซี๊ด!” ร่างบางสะดุ้งเพราะจู่ ๆ ในความคิดของเธอก็มีภาพความทรงจำของหลินเยียนเข้ามาเป็นฉาก ๆ
‘ไหนบอกว่าจะรักฉันคนเดียวไงคะ’ หลินเยียนยืนร้องไห้ต่อหน้าชายร่างสูงคนหนึ่ง ดวงตาสวยกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
‘ขอโทษนะ ผมไม่ได้รักคุณแล้ว’ ชายร่างสูงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่ว่าเป็นสามีของหลินเยียนเอง
‘แต่รักเพื่อนของฉันอย่างนั้นเหรอ’
‘ผมกับหยางมี่ไม่ได้มีอะไรกัน’ เจ้าเย่ว่าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เขาอธิบายเรื่องนี้ให้ภรรยาฟังหลายรอบแล้วแต่เธอก็ไม่เข้าใจ ยังคิดว่าเขาและหยางมี่เพื่อนของเธอเป็นชู้รักกัน
‘ไม่ได้มีอะไรกัน อึก! เหรอ’ เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง ไม่คิดว่าสามีที่เธอรักจะโกหกหน้าตายอย่างนี้
เธอเห็นกับตาว่าทั้งสองคนเข้าโรงแรมไปด้วยกัน ไหนจะรูปที่นักข่าวถ่ายได้อีก ว่าทั้งสองคนไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศด้วยกันสองคน ทั้งที่เขาบอกเธอว่าไปทำงาน สุดท้ายกลับไม่ใช่!
สามีเธอไม่ได้ไปทำงานแต่ว่าพาชู้ไปเที่ยว
‘คุณหย่าให้ผมเถอะ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น เพื่อขอให้ภรรยาเซ็นต์ใบหย่าให้ตน
‘หย่าเหรอ’ แต่เราพึ่งจะแต่งงานกันได้สามปีเองนะ ถ้าเขาจะหมดรักเธอเร็วขนาดนี้แล้วมาขอเธอแต่งงานทำไม
‘อืม’
‘มะไม่! ฉันไม่หย่า!’ เธอทำผิดอะไร
‘เราสองคนอยู่ด้วยกันก็มีแต่ทะเลาะกัน ไม่สู้แยกกันอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ’ เจ้าเย่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหลังจากแต่งงานแล้ว ภรรยาที่ตนรักก็เริ่มมีอาการเปลี่ยนไป
เธอหึงหวงอย่างไร้เหตุผล กระทั่งตนไปทำงานข้างนอกเจ้าหล่อนก็กล่าวหาว่าตนมีชู้ ในเมื่ออยู่กันไปก็มีแต่ความระแวงอย่างนั้นก็หย่ากันเถอะ
ต่างคนต่างอยู่…………
‘คุณต้องหย่า’ เสียงเข้มของผู้เป็นสามียังคงยืนยันคำเดิม
‘ไม่! ยังไงฉันก็ไม่หย่า’
‘อย่างนั้นผมคงไม่มีทางเลือกอื่น’ คนตัวสูงมองหน้าคนเคยรัก ก่อนจะเบนสายตาไปมองที่อื่น
‘ถ้าหย่าดี ๆ ไม่ได้ ผมคงให้ทนายจัดการ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ร่างบางของหลินเยียนร้องไห้กับคำพูดของสามี เธอเจ็บจนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี
เพราะที่ผ่านมาเธอก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีมาโดยตลอด ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลสามี ยอมเรียนทำอาหารเพื่อเอาใจเขา ยอมทุกอย่างเพื่อให้สามีสบายใจเวลาที่อยู่กับเธอ
แล้วสิ่งที่สามีทำกับเธอคืออะไร หย่า! เขาขอเธอหย่า เพียงเพราะไม่ชอบที่เธอหึงหวงเขามากเกินไป
หลังจากที่ทะเลาะกันหลินเยียนไม่ยอมกินข้าวกินน้ำเลย เอาแต่ร้องไห้จนไม่มีเรี่ยวแรง ทำให้ร่างบางล้มจนตกบันได และนี่ก็ทำให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างของหลินเยียน
“นี่เรามาอยู่ในร่างของยัยโง่คนนี้จริง ๆ เหรอ” อยากจะบ้าตาย หลินเยียนคนนี้หน้าตาก็ดี แต่กลับเทิดทูนความรักจนละเลยตัวเอง จะไม่ให้เธอด่าว่าโง่ได้ยังไง
หึ ถ้าเป็นเธอนะ! เธอจะรีบหย่ากับผู้ชายคนนั้นและรีบหาผัวใหม่เลย เซี่ยวเฟยคิดในใจ
“หึ เอาล่ะ ในเมื่อได้มาเกิดใหม่แล้วฉันก็จะใช้ชีวิตให้มีความสุขเอง ส่วนเธอหลินเยียน ฉันขอให้เธอไปเกิดใหม่และมีความรักดี ๆ ในชาติหน้าก็แล้วกัน”
เซี่ยวเฟยมองไปยังคนในกระจก ซึ่งก็คือร่างของหลินเยียน ก่อนจะเอ่ยวาจาหมายมั่นออกมา เพราะต่อไปนี้เซี่ยวเฟยก็คือหลินเยียน ดังนั้นต่อแต่นี้เธอจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้
คฤหาสน์ตระกูลเจ้า
ร่างบางสมส่วนของหลินเยียนเดินเข้ามาภายในบ้านที่เป็นเรือนหอของเธอและเจ้าเย่
“เอ่อ คุณผู้หญิง” หากว่าเธอจำไม่ผิด ในความทรงจำหญิงวัยกลางคนตรงหน้านี้เป็นรองแม่บ้านที่อยู่ดูแลหลินเยียน
“คุณผู้ชายอยู่บ้านหรือเปล่า” เธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะยังไงสามีคนนี้ของหลินเยียนก็ไม่อยู่บ้านแน่นอน
“ไม่อยู่ค่ะ”
“อืม อย่างนั้นก็หลีกไป!” ต่างจากที่เธอคิดที่ไหนล่ะ
“เอ่อ ไม่ได้ค่ะ” แม่บ้านว่าด้วยน้ำเสียงหนักใจ ก่อนจะก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของหลินเยียนที่มองมา
“ทำไม?”
“คุณเจ้าสั่งไม่ให้คุณหลินอยู่ที่นี่ค่ะ”
ในหัวของฉันไม่มีเรื่องของคุณเลย นอกจากเรื่องเงิน
แม่บ้านว่า เธอเองก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอก แต่มันเป็นคำสั่งของเจ้านาย เธอไม่กล้าขัดคำสั่ง
“เหอะ!” เธอนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลกลับไม่แม้แต่จะแวะไปเยี่ยมหรือไปดูแล หนำซ้ำพอเธอกลับมาบ้านยังสั่งไม่ให้เธอเข้าบ้านอีกอย่างนั้นเหรอ
เจ้าเย่ลืมไปหรือเปล่าว่าเขาและเธอยังไม่ได้หย่ากัน……….
“ดิฉันขอโทษนะคะคุณหลินเยียน”
“ช่างเถอะ! เธอจะทำอะไรได้ เธอเป็นลูกจ้างนิ ไม่ใช่เจ้าเย่” หลินเยียนไม่คิดจะกล่าวโทษหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิด เธอเข้าใจดีว่าแม่บ้านก็ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น
“อย่างนั้นฉันขอเข้าไปเอาของได้หรือเปล่า” ในความทรงจำเดิมของร่างนี้ หากว่าเธอจำไม่ผิด หลินเยียนได้เก็บของบางอย่างอยู่ในห้องนอน เธอจะเข้าไปเอา
“แต่ว่า….”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าไปเอาแปบเดียว เจ้าเย่ไม่ว่าอะไรเธอหรอก” เพราะยังไงวันนี้เธอก็ตั้งใจจะมาเก็บของเพื่อออกจากคฤหาสน์หลังนี้อยู่แล้ว
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
หลินเยียนเข้าไปเอาของแปบเดียวอย่างที่บอกกับแม่บ้านไว้จริง ๆ หลังจากนั้นเธอจึงนั่งรถแท็กซี่ออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ทันที ซึ่งที่ที่เธอจะไปก็คือคอนโดหรูที่หลินเยียนแอบเอาเงินเก็บทั้งหมดซื้อเอาไว้ก่อนจะตกลงแต่งงานกับเจ้าเย่
คอนโด xx
หลินเยียนเดินสำรวจคอนโดที่เธอจะต้องมาอาศัยอยู่ แม้ว่าการแต่งห้องจะไม่ถูกจริตกับเธอก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็พอให้มันมีที่ซุกหัวนอนก็ยังดี
ช่วยไม่ได้นี่ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ถูกสามีขอหย่า หนำซ้ำยังโดนสามีที่ตนเองรักไล่ออกจากบ้าน
“ชิ ผู้ชายอะไร รวยก็รวยแต่ไม่ให้เงินภรรยาตัวเองใช้” เซี่ยวเฟยที่อยู่ในร่างของหลินเยียนว่าอย่างไม่พอใจในตัวเจ้าเย่
หากว่าเป็นหลินเยียนคนเดิมคงต้องยอม แต่ว่าตอนนี้ร่างของหลินเยียนเป็นเธอที่เข้ามาอาศัยอยู่ เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นมาเอาเปรียบเด็ดขาด
“จะหย่าทั้งที ฉันไม่ยอมออกมามือเปล่าหรอกนะ” อย่างน้อยก็น่าจะมีเงินเป็นก้อนเพื่อให้เธอตั้งหลักและใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าได้ ไม่ใช่ทิ้งให้เธออยู่อย่างอดอยากอย่างนี้
ในที่สุดเธอก็หาโอกาสมาเจอเจ้าเย่ชายหนุ่มที่กำลังจะเป็นอดีตสามีของเธอ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคุณเจ้าเย่ติดประชุมอยู่ค่ะ” พนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภรรยาของท่านประธานเดินทางมาที่บริษัทเพื่อมาขอเข้าพบสามี
แต่ก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ท่านประธานไม่เคยให้ภรรยาคนนี้ขึ้นไปรอที่ห้องส่วนตัวเลย มีแต่ให้รอที่ห้องรับรองแขก
“นานหรือเปล่า” หลินเยียนนั่งกอดอกถามด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้ว่าหลินเยียนคนก่อนทนอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ยังไง
“เอ่อ น่าจะนานเหมือนทุกครั้งค่ะ” ดูเหมือนว่าภรรยาของเจ้านายจะเปลี่ยนไป ดูหงุดหงิดง่ายและดูแต่งตัวเก่งกว่าเดิม พอมองรวม ๆ แล้วหญิงสาวสวยกว่าเมื่อก่อนอีก
“ไปบอกเขาว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับเขา เรื่องเร่งด่วน” เธอเองก็ไม่อยากจะมาเสียเวลากับผู้ชายคนนี้หรอกนะ
ชีวิตของเธอตอนนี้มีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ตอนนี้เธอต้องการหาเงินและหาเงิน เพราะชีวิตต่อแต่นี้ที่อยู่ในร่างของหลินเยียนมันหมุนด้วยเงินทองทั้งนั้น
เฮ้อ! เกิดใหม่มาอยู่ในร่างของหญิงสาวจน ๆ มันก็เหนื่อยอย่างนี้แหละ ในหัวไม่มีเรื่องอะไรให้คิดมากเลยนอกจากเรื่องหาเงิน เซี่ยวเฟยในร่างหลินเยียนคิดในใจ
“แต่ว่าคุณเจ้าเย่ติดประชุมอยู่นะคะ”
“เธอยังไม่ไปบอกเขาเลย แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าเย่จะไม่มา” อะไรกัน บริษัทแห่งนี้มันเอาเกณฑ์แบบไหนรับคนเข้าทำงาน ทำไมทั้งเจ้านายและลูกน้องถึงได้มีนิสัยเหมือนกันอย่างนี้
“ได้ ๆ ค่ะ ฉันจะไปรายงานคุณเจ้าเย่เดี๋ยวนี้เลย” พนักงานสาวเร่งเดินหนีออกมา ถึงยังไงผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นภรรยาของเจ้านายเธอ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ยังไงคุณเจ้าเย่ก็เลือกภรรยาตัวเองอยู่ดี
เธอไม่อยากมีปัญหาหรอกนะ พนักงานสาวคิดในใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยานี้กำลังสั่นคลอน
สถานะของคนทั้งสองกำลังจะสิ้นสุดลง เหลือเพียงอดีตสามีและอดีตภรรยาเท่านั้น
พลั่ก!
“ยังต้องการอะไรจากผมอีก” ร่างสูงของเจ้าเย่เดินเข้ามาภายในห้องรับรองด้วยความรวดเร็ว เมื่อพนักงานสาวรายงานมาว่าภรรยาของตนมีเรื่องเร่งด่วนจะคุยด้วย
“เหอะ! ฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณมากหรอก” อะไรกัน เธอพึ่งจะออกจากโรงพยาบาล แต่ว่าชายตรงหน้าไม่แม้แต่จะถามอาการป่วยของเธอเลยสักนิด
หนำซ้ำยังแสดงสีหน้าไม่พอใจอีก เมื่อรู้ว่าเธอเดินทางมาพบเขาที่บริษัท ช่างเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ
“ถ้าจะมาขอร้องไม่ให้ผมหย่ากับคุณก็เลิกฝันเถอะ เพราะยังไงผมก็จะหย่าเหมือนเดิม” เจ้าเย่ร่ายยาวถึงสิ่งที่ตนตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้ว
“ฉันรู้”
“รู้แล้วมาหาผมที่บริษัทอีกทำไม” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจอะไรง่ายขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตนพูดเรื่องหย่ากับหญิงสาวบ่อย คนตรงหน้าก็ยังทำตัวเฉยเมย
“มาคุยเรื่องหย่า” หน๊อยแนะ! เธอเองก็ไม่ได้อยากจะมาเหยียบที่นี่นักหรอก
“คุยเรื่องหย่า” เจ้าเย่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินเลยสักนิด มันเป็นไปได้เหรอที่เธอจะมาหาเขาที่นี่เพราะจะมาคุยเรื่องหย่า หรือว่าหมอให้ยาหลินเยียนผิด
หลังจากที่เจ้าหล่อนออกจากโรงพยาบาลก็ดูจะทำตัวแปลกไป แม้แต่เรื่องที่ตนไล่เธอออกจากบ้าน หลินเยียนก็ไม่โวยวายเลยสักนิดเดียว หนำซ้ำยังยอมออกจากบ้านของเขาอย่างง่ายดาย
“ใช่ เรื่องหย่า!”
“ทำไม? จะไม่ยอมหย่าอีกอย่างนั้นเหรอ” เจ้าเย่กล่าวอย่างหยั่งเชิง ลองดูว่าคนร่างบางตรงหน้าจะมาไม้ไหนอีก
“เหอะ! อย่าคิดเองเออเองให้มากนักเลย ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรคุณมากขนาดนั้น” หลินเยียนสวนกลับ ผู้ชายอย่างเจ้าเย่มีอะไรให้เธอต้องเสียดายกัน
“แล้วตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่” แปลก? ครั้งนี้เจ้าหล่อนมาแปลกจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะเล่นละครหลอกอะไรตนอีก
“ข้อตกลงในการหย่า”
“ข้อตกลง?”
“ใช่ ข้อตกลง คุณคงไม่คิดว่าฉันจะยอมหย่าให้คุณเฉย ๆ หรอกนะ ฉันแต่งงานกับคุณ! นอกจากจะไม่มีความสุขแล้ว ฉันยังรู้สึกเสียเวลาชีวิตในช่วงที่ต้องแต่งงานกับคุณอีกต่างหาก”
เพราะว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
“เธอว่าไงน่ะ” หลินเยียนบอกว่า การที่เธอแต่งงานกับตนนั้นมันไม่มีอะไรดีขึ้นเลยอย่างนั้นเหรอ
“ก็อย่างที่ฉันบอกไปนั่นแหละ ฉันเองก็ไม่อยากจะจมปรักอยู่กับคนอย่างคุณแล้ว”
หลังจากที่ทำการหย่าร้างเสร็จสิ้น ฉันจะได้เอาเวลาที่เหลือไปหาเงินและไปหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณ หลินเยียนคิดในใจ
“คนอย่างผมมันทำไมเหรอ” ก่อนหน้านั้นคนตรงหน้าไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย แล้วทำไมพอออกมาจากโรงพยาบาลถึงได้มีนิสัยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้
“ก็เป็นผู้ชายเฮงซวย แม้กระทั่งหน้าที่สามียังทำไม่ดีเลย” หลินเยียนว่า วัน ๆ ชายตรงหน้าก็ทำแต่งาน มีข่าวเรื่องผู้หญิงตลอดแต่ก็ไม่เคยอธิบายอะไรให้เธอรับรู้
เงื่อนไขการหย่าของเรา
ปล่อยให้ภรรยาคิดเองเออเอง จนเป็นทุกข์ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น มันก็เป็นผลทำให้ชีวิตคู่ของเราสองคนไปไม่รอดยังไงล่ะ
“ห๊า! ผมนี่นะ” อะไรกันก่อนหน้านั้นไม่เห็นภรรยาจะพูดอะไรเลย พอตอนจะหย่ากัน ก็หาว่าตนเองทำหน้าที่สามีไม่ดี ก็เขาไม่ใช่เหรอที่ทำงานงก ๆ หาเงินเพื่ออนาคต
ไปทำงานเช้ากลับบ้านค่ำ ก็ทำเพื่อครอบครัวทั้งนั้น จะมีก็แต่หญิงสาวนั่นแหละที่หาแต่เรื่องให้ตนต้องปวดหัวเพิ่มในแต่ล่ะวัน หาว่าตนมีชู้ ทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยสักนิด
“ฉันต้องการเงิน 50 ล้านหยวนเพื่อแลกกับการหย่าของเราสองคน” แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับเวลาที่หลินเยียนต้องเสียไปกับการแต่งงานที่ล้มเหลวนี่
“50 ล้านหยวนอย่างนั้นเหรอ” เหอะ! ที่แท้ก็ต้องการเงิน ที่เล่นตัวไม่ยอมหย่ากับตนก็เพื่อเรียกร้องเงินสินะ
“ใช่ นี่ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำกับเวลาที่ฉันเสียไปตอนที่แต่งงานกับคุณ” หลินเยียนว่าอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วคุณคิดว่าผมไม่เสียเวลาหรือไง!”
“ไม่! เพราะคุณเป็นคนขอฉันแต่งงานเอง ขอให้ฉันลาออกจากงานเพื่อมาอยู่กับคุณ แล้วคุณล่ะ? ทำอะไรเพื่อชีวิตคู่ของเราสองคนบ้าง?” คนเห็นแก่ตัว เซี่ยวเฟยในร่างหลินเยียนคิดในใจ
“ในเมื่อต้องหย่ากัน คุณก็ควรรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น!”
“หลินเยียน!” นี่เจ้าหล่อนคิดอย่างนี้จริง ๆ เหรอ การแต่งงานกับเขามันแย่ขนาดนั้นเลยใช่ไหม
“ทำไม คุณอยากหย่าไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากหย่าก็ทำตามข้อเสนอของฉันเถอะ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว” เธอจะเอาเงินจำนวนนี้มาตั้งหลัก หางานทำที่ดีชีวิตต่อไปจะได้มั่นคง
“ที่คุณไม่ยอมหย่าก่อนหน้านั้นก็เพราะต้องการเงินสินะ”
“ใช่! ชีวิตทุกวันนี้มันดำเนินไปด้วยเงินทั้งนั้น แค่ก้าวขาออกจากบ้านในแต่ล่ะวันก็ต้องใช้เงิน ใครบ้างจะไม่อยากได้เงิน” โดยเฉพาะเธอ
“เธอ!”
“ว่ายังไง?” เธอมาครั้งนี้ก็เพื่อมายื่นข้อเสนอ ไม่ใช่มาเพื่อให้เขาต่อรอง
“………”
“เงียบทำไมล่ะ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งคุณไม่ร่วงหรอก” วัน ๆ ก็เอาแต่ทำงาน เงินทองก็ไม่ได้ใช้ เรื่องแค่นี้จำเป็นต้องคิดด้วยเหรอ
“ที่ผมเงียบ เพราะผมเสียใจ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ก่อนจะมองดวงหน้าหวานของคนที่เขาเคยหลงรักจนหัวปักหัวปำ
“เสียใจ?” เพื่ออะไร
“ใช่ เสียใจที่เลือกคนอย่างคุณมาแต่งงานด้วย” เจ้าเย่กล่าว ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันหลินเยียนไม่เป็นอย่างนี้ เธอน่ารักว่านอนสอนง่ายอยู่ตลอด
ตนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว เรื่องทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
“ชิ! ทำมาเป็นพูดดี คุณคิดว่าฉันไม่เสียใจหรือไง” ใช่ถ้าเธอเข้าร่างหลินเยียนก่อนที่เจ้าหล่อนจะแต่งงาน เธอจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายตรงหน้าเด็ดขาด
“ฉันมาหาคุณก็เพราะเรื่องนี้ ถ้าตกลงฉันก็จะหย่าให้ทันที” หลินเยียนยื่นข้อเสนอที่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะยอมรับ
“แล้วถ้าผมไม่ยอมล่ะ”
“ไม่ยอมอย่างนั้นเหรอ……ไม่กลัวว่าชู้ของคุณจะเสียใจหรือไง” ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็อยากจะเปิดตัวไม่ใช่หรอกเหรอ ในเมื่อมีโอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ยังจะลังเลอีกทำไม
“ผมไม่เคยมีชู้”
“อย่ามาพูดเลย คนอื่นรู้กันทั้งประเทศ ฉันไม่ได้โง่นะ” หลินเยียนกอดอก เมินหน้าหนีไม่อยากจะเห็นหน้าชายร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า
“เฮ้อ!”
“ถอนหายใจทำไม” อย่ามาทำท่าทางเหมือนว่าหลินเยียนเป็นคนผิด เจ้าหล่อนคนนั้นไม่ได้ผิดอะไรสักนิด เพียงแค่เป็นคนซื่อไม่ทันผู้ชายอย่างเจ้าเย่ หลินเยียนตัวจริงถึงได้มาตายอย่างนี้ไง
“นี่คือธาตุแท้ของเธออย่างนั้นเหรอ” ผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนโยนคนนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา ที่เจ้าหล่อนเสแสร้งทำให้ผมหลงกลอย่างนั้นเหรอ
“ใช่” เอาล่ะ ในเมื่อจะหย่ากันแล้ว เธอไม่สนใจหรอกนะว่าผู้ชายคนนี้จะคิดยังไง
“ได้! ในเมื่ออยากได้เงินมากขนาดนั้นผมก็จะให้ แต่!” ใบหน้าสวยตรงหน้าที่กำลังยกยิ้มกลับต้องหยุดชะงัก เพียงเพราะได้ยินชายร่างสูงพ่นวาจาว่า แต่! ขึ้นมา
“อะไร?”
“เราสองคนจะหย่ากันก็ต่อเมื่อถึงปลายปีแล้วเท่านั้น” ก่อนหน้านั้นผมอาจจะยังไม่ทันคิด เลยขอหลินเยียนหย่า เรื่องที่เราสองคนจะหย่ากันจะต้องรอให้ผ่านวันครบรอบของบริษัทเสียก่อน ไม่อย่างนั้นปัญหาอาจจะตามมาทีหลังก็ได้
ยิ่งตอนนี้คนตัวเล็กข้างหน้าเปลี่ยนไปมาก หากว่าเราสองคนหย่ากัน เธออาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าวจนทำให้หุ้นบริษัทผมตกก็เป็นไปได้
“อืม ฉันเข้าใจ” นั้นก็หมายความว่าเจ้าเย่ไม่ได้ไว้ใจเธอมากขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะเรื่องเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เธอเข้าใจได้
“แต่ว่า!”
“อะไรอีก?” เงิน 50 ล้านหยวนยังไม่พออีกอย่างนั้นเหรอ เจ้าเย่คิดในใจ
“คุณจะต้องให้เงินฉันมาก่อนครึ่งหนึ่ง” เอาล่ะ เธอเองก็จำเป็นต้องใช้เงินเหมือนกัน จะให้รออีกเจ็ดเดือนกว่าที่เราสองคนจะหย่ากัน มันก็ไม่ได้
“ยัยผู้หญิงหน้าเงิน!” เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น เจ้าเย่พูดออกไปเพื่อต้องการให้คนตรงหน้าเจ็บกับประโยคที่ตนพูด ทว่าหลินเยียนที่ได้ยินคนตรงหน้าว่าให้ เธอกลับมีสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด
“ฮ่า ฮ่า ขอบคุณ ขอบคุณที่เข้าใจฉันค่ะ” หนำซ้ำเจ้าหล่อนยังหัวเราะชอบใจที่เจ้าเย่ว่าให้เธออีก
ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง และเธอก็ต้องการเงินจริง ๆ ทำไมต้องโกรธด้วย ต้องขอบคุณชายตรงหน้าด้วยซ้ำที่เข้าใจเธอ เพราะตอนนี้เธอนั้นร้อนเงินมากจริง ๆ
“นี่เธอ!” ผมกำลังต่อว่าเธออยู่นะ ทำไมถึงยังทำหน้าตาระรื่นอย่างนี้ ไม่รู้สึกละอายใจหรือไง
“โอนมาที่บัญชีของฉันเลยก็ได้” หลินเยียนว่าอย่างไม่อยากจะเสียเวลาอีกต่อไป
“ไม่!”
“เอะ? อะไรอีก” เดี๋ยวก็ไม่ เดี๋ยวก็ยอม ตกลงเจ้าเย่ต้องการอะไรกันแน่หรือแค่หลอกให้เธอดีใจเก้อเท่านั้น
“เธอต้องเซ็นต์สัญญาก่อน ไม่อย่างนั้นเงินก็จะไม่ถูกโอนไปให้” ผมไม่เชื่อใจเธอหรอกนะ ในเมื่อเพราะเงินตัวเดียวที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป อย่างนั้นข้อตกลงที่เราสองคนคุยกันวันนี้ เธออาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตก็ได้
“ชิ! เรื่องแค่นี้เอง” หลินเยียนว่า ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาจิบเพื่อบ่งบอกให้เจ้าเย่รู้ว่า ตอนนี้เธอก็กำลังรอเซ็นต์สัญญาอยู่น่ะ
“ไม่นานหรอก เธอได้เซ็นต์แน่” ในระหว่างที่คนทั้งสองรอเอกสารจากเลขาของชายหนุ่ม เจ้าเย่จึงได้มีโอกาสสำรวจร่างบางตรงหน้า
เมื่อได้ลองสังเกตแล้ววันนี้หลินเยียนแต่งตัวแต่งหน้า ไม่ปล่อยหน้าสดเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน ใบหน้าที่แต่งแต้มให้มีสีสันกลับมีเสน่ห์ไม่น้อย
ส่วนการแต่งตัวก็ดูจะใส่สั้นกว่าเมื่อก่อน ไหนจะรองเท้าสนสูงนั้นอีก ปกติเจ้าหล่อนไม่แต่งตัวแบบนี้ด้วยซ้ำ
“เป็นยังไงบ้าง” เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น ในช่วงที่หลินเยียนเข้าโรงพยาบาลตนไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเลยมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน
“คุณถามฉันเหรอ” นิ้วมือเรียวชี้เข้าหาตัวเอง
“อืม”
“ฉันต้องตอบว่ายังไงดี” หากว่าเป็นหลินเยียนเจ้าของร่างเดิมคงเสียใจมาก ที่ภรรยาเข้าโรงพยาบาลแต่สามีไม่คิดจะมาหาเลยสักครั้ง
หนำซ้ำในวันที่เจ้าหล่อนออกจากโรงพยาบาล สามีที่หล่อนรักนักรักหนากลับไล่หล่อนออกจากบ้าน เรื่องราวแบบนี้มันทำให้คนรู้สึกดีอย่างนั้นเหรอ
“……..” เจ้าเย่มองดูสีหน้าและท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าตลอดเวลา ทว่ากลับไม่พบแววตาของความเสียใจเลย