โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Post-Graduate Blues ภาวะซึมเศร้าของเหล่าบัณฑิตจบใหม่ ต้องรับมืออย่างไรถึงจะก้าวผ่านไปได้

Dek-D.com

อัพเดต 21 ต.ค. 2565 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2565 เวลา 12.41 น. • DEK-D.com
Post-Graduate Blues ภาวะซึมเศร้าของเหล่าบัณฑิตจบใหม่ ต้องรับมืออย่างไรถึงจะก้าวผ่านไปได้

หลังจากที่ใช้เวลาเกือบ 20 ปี ไปกับการร่ำเรียนหนังสือ อดทนฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ นานามาอย่างยาวนาน และแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง…วันที่เราเรียนจบอย่างเป็นทางการ!

ภายใต้ความดีใจหลังจากเรียนจบ บัณฑิตจบใหม่หลายคนอาจจะกำลังเผชิญกับความรู้สึกเคว้งคว้าง เพราะถึงเวลาเริ่มต้นแช็ปเตอร์ใหม่ของชีวิต เป็นพาร์ตของวัยทำงานที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกแห่งความจริงแล้วแต่หลายคนก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป และเฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

“ฉันจะทำงานอะไรดี”

“ฉันจะหางานทำได้ภายในปีนี้ไหมนะ”

“ฉันเก่งเรื่องอะไรบ้าง”

หลายคนคิดถึงเรื่องอนาคตมากเกินไปจนนอนไม่หลับ อีกทั้งยังมีความรู้สึกหลากหลายที่วนเวียนเข้ามาไม่หยุดพัก ทั้งเศร้า กดดัน วิตกกังวล สับสน เพราะมองหาทางไปต่อให้กับชีวิตของตัวเองหลังจากเรียนจบไม่ได้ หากน้องๆ คนไหนที่กำลังมีอาการเหล่านี้อยู่ เราอาจจะกำลังตกอยู่ใน ภาวะ Post-Graduate Blues หรือ ภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบก็ได้ค่ะ

Post-Graduate Blues คืออะไร?

Post-Graduate Blues มีอีกชื่อเรียกว่า Post-Graduation Depression โดย ดร.เบอร์นาร์ด ลัสกิน (Bernard Luskin)นักจิตบำบัดชาวอเมริกันได้อธิบายเกี่ยวกับภาวะนี้ไว้ว่า มันคืออาการซึมเศร้าและวิตกกังวล ที่สามารถเกิดได้ทั้งก่อนและหลังจากสำเร็จการศึกษา และอาจเกิดภายในไม่กี่เดือนหลังเรียนจบอีกด้วย

จากข้อมูลของ National Alliance on Mental Healthพบว่ากว่า 75% ของวัยที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตนั้น มีอายุอยู่ที่ราวๆ 24 ปี หมายความว่า เป็นช่วงวัยที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ หรือเริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงานนั่นเอง

นอกจากนี้ ทาง City Mental Health Allianceได้ทำการสำรวจและพูดคุยกับเหล่าบัณฑิตกว่า 300 คน พบว่า มีบัณฑิตจบใหม่กว่า 49% ที่กำลังเผชิญกับอาการเหล่านี้อยู่

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ Post-Graduate Blues

1.ต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ เรามีตารางชีวิตที่เกี่ยวกับเรื่องเรียนซะส่วนใหญ่ หรือยังพอมีเวลาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อเรียนจบแล้วเราก็ต้องปรับตัวจากนักศึกษาเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่พร้อม

2.ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อดี

คำถามหนึ่งข้อที่ต้องเผชิญจากคนรอบตัว คือ ‘หลังจากเรียนจบจะทำอะไร’เรียกได้ว่าเป็นคำถามซึ่งไร้คนตอบ เพราะตัวเราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อหลังจากนี้ การที่ไม่รู้ว่าเองจะไปทางไหนต่อเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กจบใหม่บางคนรู้สึกหลงทาง สับสน ไปจนถึงรู้สึกแย่กับตัวเอง

3.เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

บัณฑิตจบใหม่มักจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสังคม และคนรอบตัว ที่บีบบังคับให้ต้องรีบหางานให้ได้ภายในไม่กี่เดือน แม้กระทั่งแรงกดดันจากตัวเองที่มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะในขณะที่เพื่อนได้งานทำกันหมดแล้ว ยังเหลือแค่เราที่ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อดี

เหล่าบัณฑิตจบใหม่ควรจะรับมือกับ Post-Graduate Blues ยังไง?

อย่างไรก็ตาม หากใครที่กำลังเผชิญอยู่กับภาวะนี้ ขอให้รับรู้ไว้ว่า ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่กำลังต่อสู้กับมัน เพราะยังมีบัณฑิตจบใหม่อีกหลายคนที่อาจตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับเรา

และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้น น้องๆ สามารถป้องกันและรับมือได้ด้วยวิธีดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

เพราะการเปรียบเทียบจะทำให้เราเกิดความรู้สึกแย่ และเป็นการด้อยคุณค่าตัวเองให้คิดเสมอว่าเราทุกคนต่างมีเงื่อนไขและต้นทุนในชีวิตที่แตกต่างกัน มันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ถ้าหากว่าสามารถลดความคิดเรื่องนี้ให้น้อยลง มันก็อาจจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆ ไปได้

2.ให้เวลาช่วยเยียวยาจิตใจ

การเปลี่ยนบทบาทจากนักศึกษาและก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ถือเป็นการเริ่มต้นแช็ปเตอร์ใหม่ของชีวิต และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือกดดันตัวเองจนเกินไป ควรให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนและปรับตัว เพื่อให้เราได้ทบทวนความต้องการที่แท้จริงของตัวเองพักสมองจากเรื่องน่าปวดหัว ออกไปทำในสิ่งที่อยากทำก็อาจจจะช่วยให้เราได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ สำหรับการทำงานในอนาคตเพิ่มขึ้นอีกด้วย

3.บอกเล่าความรู้สึกให้ผู้อื่นฟัง

หากใครที่รู้สึกว่ารับมือกับสิ่งที่เจอไม่ไหว ลองบอกเล่าความรู้สึกให้ผู้อื่นฟังอาจจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนที่เราไว้ใจ หรือจิตแพทย์การระบายความในใจที่เก็บเอาไว้จะช่วยให้เราสบายใจขึ้น และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว หรือความเศร้าลงได้แต่สำหรับคนที่ไม่สบายใจจะบอกเล่าให้คนอื่นฟัง การเขียนไดอารี่ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยจะให้เราสลัดความรู้สึกแย่ๆ ที่อยู่ภายในใจออกมาได้เหมือนกันค่ะ

Post-Graduate Blues เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นและหายไปได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องให้เวลาตัวเองได้ปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลง และมองหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ภาวะนี้มันคือสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาในใจของเราเอง และเราก็สามารถจัดการกับอาการเหล่านี้ให้หายไปได้ด้วยตัวเราเองเช่นกันค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...