ตำนานพูดจีนในโรงเรียนไทยกับค่าปรับ 8.25 บาท(โป๊ยพ้วกเจ็กจี๊) - linxikun
📣ตำนานพูดจีนในโรงเรียนไทยกับค่าปรับ 8.25 บาท(โป๊ยพ้วกเจ็กจี๊)
1 ในความภาคภูมิใจของผู้เขียนในวัยเด็ก คือการสอบเข้า ส.พ.ช.โรงเรียนสามัญวัดพลับพลาชัย ได้ เพราะเมื่อสมัยนั้น (ปี 2515) เด็กนักเรียนประถมต้นจากทุกสารทิศ โดยเฉพาะเด็กจากโรงเรียนจีนในย่านใกล้เคียง
.
1 ในนั้นมีผู้เขียนกับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่จากโรงเรียนเสียนจินจิ้นเตอะเฟินเซี่ยว (จ.ฟ.)暹京進德分校 Xiān jīng jìn dé fēnxiào โรงเรียนจีนเล็กริมถนนจารุเมือง ดงร้านขายเหล็ก รวมอยู่ด้วย ซึ่ง ส.พ.ช.ตั้งอยู่ในย่านที่เรียกได้ว่าเป็นไชน่าทาวน์เช่นกัน ต่างมุ่งหน้าฝ่าฟันเพื่อแข่งขันสอบเข้าศึกษาที่พลับพลาชัยของเรา และตำนานค่าปรับพูดภาษาจีน 8 บาทกับอีก 1 สลึงของผมก็เกิดขึ้น
.
เนื่องด้วยเด็กนักเรียนที่นี่ ร้อยละเกิน 90 ก็ว่าได้เป็นตึ่งหนั่งเกี้ย แถมแต่ละคนมาจากโรงเรียนจีนซึ่งเรียนมา 4-5 ปี เพราะฉนั้นช่วงปี ป.5 ที่เพิ่งจะมาเรียนโรงเรียนไทย ภาษาจีนจึงติดมามาก ด้วยเวลาอยู่บ้านที่บ้านก็พูกเอ้ยพูดแต้จิ๋ว พ่อแม่ก็เป็นตึ่งนั้งทั้งคู่ ผมจึงมีสัญชาติไทย เชื้อชาติจีน มาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแซ่เป็นนามสกุล จาก ด.ช.สุชาย แซ่ลิ้ม หรือชื่อจีน 林錫坤 หลิ่มเซียะคุง ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดจนถึง ป.4 มาเป็น เกียรติศักดิ์ ศักดาภิพาณิชย์ (ชื่อนามสกุลยาวมาก) ก็ตั้งแต่สอบเข้าพลับพลาชัยได้ครับ
.
เพื่อนในรุ่นเดียวกับผมที่มีชื่อจีนที่จดจำแม่น เช่น แกปู่ เป๋งฮั้ว จุ้งฮั้ว ก๊กเฮี้ยง ฯลฯ ต่างพูดคุยต๊าอ่วยกันเป็นภาษาพื้นถิ่นแบบออริจินอล คือแต้จิ๋วหรือตี่-ออจิวอ่วยกันเป็นชีวิตประจำวัน จนครูซึ่งส่วนมากเป็นคนไทยถึงกับ ง งู4ตัว ครูจึงต้องตั้งกฎกติกาขึ้นมาว่า ใครพูดภาษาจีนจะโดนปรับคำละ 1 สลึง (25 ส.ต.) จำได้ว่าเดือนนั้นโดนปรับไป ถามว่าเข็ดไหม?ตอบเลย เข็ดครับ!!
.
เพราะเงิน 8.25 ในสมัยนั้นถือว่าเยอะมาก คราวนี้เลยแก้ปัญหาโดยการหนีไปพูดภาษาออริจินอลนอกรั้วโรงเรียน หรือกลับไปพูดที่บ้าน อิอิ
หมายเหตุ: เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นจากความทรงจำ กราบขออภัยถ้าพาดพิงถึงคุณครู มิได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากนำเรื่องราวในอดีตมาบอกเล่าแบ่งปันสู่กันฟัง อดีต..สวยงามเสมอ
.
"เรากลับไปแก้ไขอดีต..ไม่ได้ แต่ เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด..ได้" Linxikun
อาลั้นเด็กหลังตลาด/เตี่ยงหม่อโผ่วตาโปวเกี้ย