โซเชียลเดือด 10 รุม 1 นักเรียน ม.ปลายโคราช วิวาทกันหน้าโรงเรียน ปมเหตุมีเรื่องในสนามฟุตบอล
โซเชียลเดือด 10 รุม 1 นักเรียน ม.ปลายโคราช วิวาทกันหน้าโรงเรียน เผยปมเหตุ มีเรื่องในสนามฟุตบอล แล้วเคลียร์ไม่จบ ซัดกันยับ
นครราชสีมา – หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กนำคลิปเหตุการณ์กลุ่มนักเรียนชายกว่า 10 คน รุมทำร้ายร่างกายนักเรียนชาย 1 คน ที่ล้มลงบริเวณใกล้สะพานลอยข้ามถนนหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความบนคลิปว่า “ใครรุมตีน้องกู พ่อแม่มึงมีตังหลายมั้ย หมาหมู่เหว่ย นักเลงไหนเขารุมกัน ตีรถมอไซค์อีก
1.ทำร้ายร่างกาย 2.ทำให้เสียทรัพย์ รุมตีขนาดนี้กูรับไม่ได้ โรงเรียนควรเรียกมาเตือนนะ เห็นแก่ความเป็นศิษย์เก่า อย่าให้ได้รับเรื่องร้องเรียนละกัน”
หลังจากโพสต์คลิปแล้ว มีชาวเน็ตเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหน้าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาชื่อดัง ในเขตพื้นที่ อ.คง จ.นครราชสีมา
ล่าสุด วันที่ 9 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนเมืองคง จ.นครราชสีมา เป็นโรงเรียนที่ปรากฏในคลิป เพื่อสอบถามเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากคณะผู้บริหารของโรงเรียน โดย น.ส.ศุภลักษณ์ เดือนกลาง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปกครอง กลุ่มบริหารงานบุคคล โรงเรียนเมืองคง ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ตามคลิป เกิดขึ้นช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.65 โดยทางโรงเรียนได้ทราบข่าวมาก่อนแล้วว่า นักเรียนจะมีการนัดรวมตัวตีกันอีกครั้ง
หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.65 เพิ่งเปิดภาคเรียน นักเรียนได้ไปเล่นกีฬาฟุตบอลภายในโรงเรียน แล้วหยอกล้อ จนถึงขั้นกระทบกระทั่งมีปากเสียงกัน แต่ก็แยกย้ายกันไป จนช่วงเย็นหลังเลิกเรียนได้ไปเตะฟุตบอลที่สนามกีฬาชุมชน แล้วทะเลาะวิวาทชกต่อยกันอีก ทางโรงเรียน เมื่อได้ทราบข่าวในภายหลัง เช้าวันที่ 6 มิ.ย.65 จึงเรียกนักเรียนมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นักเรียนที่ถูกตีในวันนั้นไม่ได้มาโรงเรียน เพราะผู้ปกครองเกรงว่าจะเกิดปัญหาชกต่อยกันขึ้นอีก จึงให้หยุดเรียนชั่วคราว
สอบถามจากอีกฝ่ายในเบื้องต้น ทราบว่า เป็นการเขม่นกันระหว่างห้องเรียนชั้น ม.4 เมื่อทะเลาะวิวาทกันแล้ว ไม่ยอมจบ ต้องการจะเอาคืน จึงได้โพสต์นัดแนะรวมตัวกันในช่วงเย็นวันที่ 6 มิ.ย.65 ซึ่งทางโรงเรียนได้ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และเมื่อทราบข่าวว่าจะมีการรวมตัวกัน ได้จัดกำลังครู บุคลากร รวมถึงประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และผู้นำชุมชน ได้เข้ามาช่วยเฝ้าระวังบริเวณหน้าโรงเรียน
เมื่อถึงเวลา จะเป็นช่วงกำลังเลิกเรียน มีเด็กนักเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนี้ มีเด็กที่เตรียมก่อเหตุปะปนอยู่ด้วย เมื่อเห็นว่ามีตำรวจ ครู เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายเฝ้าอยู่ด้านหน้าโรงเรียน จึงรีบพากันขึ้นสะพานลอยเดินข้ามไปอีกฟากถนน จนไปเจอกับคู่กรณีกำลังเดินลงจากสะพานลอย จึงพากันกรูเข้าไปกระโดดถีบ และชกต่อยกันตามภาพในคลิป โดยมีบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นชาวบ้านไม่ได้เรียนหนังสือแต่เป็นเพื่อนกัน เข้ามาผสมโรงชุลมุนชกต่อยด้วย เมื่อตำรวจเห็นจึงรีบเข้ามาระงับเหตุ
โดยมีนักเรียนของโรงเรียนที่ทำร้ายเพื่อน มีจำนวน 6 คน ส่วนนักเรียนที่ถูกทำร้าย มีจำนวน 4 คน ทางโรงเรียนได้รีบนำส่งรักษาที่ รพ.คง พร้อมกับสอบถามหาสาเหตุ แต่โชคดีที่นักเรียนได้รับบาดเจ็บไม่มาก หลังจากนั้น จึงพานักเรียนไป สภ.คง เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า ให้เรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกันก่อนที่โรงเรียน จึงโทร.แจ้งให้ผู้ปกครองมารับตัวนักเรียนกลับบ้าน และนัดแนะผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองฝ่าย มาพูดคุยกันอีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย.65
ด้าน นายอภิรมย์ สินชุม ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองคง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ อาจารย์ฝ่ายปกครองได้เรียกนักเรียนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของโรงเรียน มาพูดคุยทำความเข้าใจและอบรมตักเตือนในเบื้องต้นให้มีความรักความสามัคคีกัน ซึ่งนักเรียนฝ่ายเริ่มก่อเหตุทะเลาวิวาทตั้งแต่ครั้งแรกก่อน ได้ไปขอโทษเพื่อนแล้ว แต่ทางโรงเรียนยังคงต้องดำเนินการตามระเบียบ และเชิญผู้ปกครองพร้อมกับนักเรียนทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกัน
นอกจากนี้ ได้จัดเวรยามไปสังเกตและตรวจการณ์หน้าโรงเรียน กำชับครูเวรประจำวันและครูที่ปรึกษาให้ดูแลนักเรียนให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องการทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่น แม้จะเป็นเรื่องที่ห้ามกันยาก แต่ก็ต้องปลูกฝังค่านิยมและความคิดในทางที่ถูกที่ควร ซึ่งทางโรงเรียนได้วางมาตรการกำกับดูแลเรื่องเด็กทะเลาะวิวาทไว้ก่อนแล้ว
โดยทำ MOU วางเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานในแต่ละด้าน ส่วนนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบ ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน และตัดคะแนนความประพฤติ รวมทั้งเชิญผู้ปกครองมาพูดคุย เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานร่วมกับทางโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์
นอกจากนี้ จะดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ให้เข้มข้นมากขึ้น ตามระบบ Student Care และให้นักเรียนช่วยดูแลกันเองด้วย หากพบสิ่งผิดปกติ จะได้รีบแจ้งเพื่อทางโรงเรียนจะได้เข้าแก้ไข ไม่ให้ปัญหาบานปลาย และจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันมากขึ้น จะได้รักสามัคคีกันและดูแลซึ่งกันและกันมากขึ้น