โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คมนาคม หารือคลัง รับลูกทอท.จ่อกลับมาเปิด 'ดิวตี้ฟรีขาเข้า' เร่งแก้สุวรรณภูมิแออัด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลัง ร่วมคณะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงตรวจราชการเพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า จากกรณีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท.อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ในการกลับมาเปิดให้บริการ "ดิวตี้ฟรีขาเข้า"นั้น

คมนาคม หารือคลัง ทอท.จ่อกลับมาเปิด 'ดิวตี้ฟรีขาเข้า'

คมนาคม เตรียมหารือคลัง รับลูกทอท.จ่อกลับมาเปิด 'ดิวตี้ฟรีขาเข้า'

ตนจะเร่งหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ถึงความจำเป็นของการกลับมาดำเนินกิจการร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้า เพราะก่อนหน้านี้มีมติยกเลิกกิจการดังกล่าว และ ทอท. ได้นำพื้นที่คืนจากเอกชนผู้รับสัมปทานดิวตี้ฟรี และนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนากิจกรรมอื่นๆ เพื่อบริการผู้โดยสารแล้ว

ทั้งนี้หากจะนำพื้นที่ส่วนนี้กลับมาพัฒนาดิวตี้ฟรีขาเข้าอีก ก็ต้องนำเหตุผลและความจำเป็นไปรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทบทวนมติ ครม.เดิมที่เคยยกเลิก ส่วนพื้นที่จะพัฒนาอย่างไร เปิดประมูลหรือเจรจาให้สัมปทานกับเอกชนรายใด คงต้องรอให้เรื่องดังกล่าวผ่านการพิจารณาจาก ครม.ก่อน

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทราบว่ากระทรวงการคลังกำลังพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมของการนำพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้ากลับมาดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกไป

ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีพื้นที่ร้านค้าและร้านอาหารเข้ามาบริการก็จะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ทำให้ผู้โดยสารเลือกใช้บริการระหว่างรอคิวตรวจคนเข้าเมืองได้

นอกจากนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ตน และนายภัทรพงศ์ ร่วมลงพื้นที่กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแนวทางการแก้ปัญหาการให้บริการและลดความแออัดของผู้โดยสาร การลดระยะเวลากระบวนการการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เร่งแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิแออัด

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันในการแก้ไขระยะสั้น รวมทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประตูแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สำหรับการแก้ปัญหาความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง ทอท. มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร

โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุด และเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น

อันจะเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ขณะที่แนวทางแก้ปัญหาความแออัดในสนามบินสุวรรณภูมิ ประสาน ตม. เพิ่มพื้นที่รองรับเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติขาเข้า พร้อมพัฒนาระบบตรวจอ่านหนังสือเดินทางรวม 33 สัญชาติ

อัปเดตแผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ สร้างรันเวย์ 4 เปิดใช้งาน ปี 2583

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574

ในส่วนของการขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 - 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคม โดย ทอท. มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ ทอท. ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว ซึ่งจากการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub)

โดยผลการศึกษาภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบนพื้นที่แปลงที่ดิน Airport Business (A37) ที่มีเนื้อที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารรางเมตร ในรูปแบบการเช่า เพื่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale และ Midscale เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว

สำหรับแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการสนามบินสุวรรณภูมินั้น มีเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านการขนส่งทางอากาศ ด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการคลังสินค้า แสดงความประสงค์เข้าลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท. ได้วางผังการประโยชน์พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว โดยทางทิศใต้จะถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสนับสนุนท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ

แผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดพื้นที่ 420,800 ตารางเมตร คลังสินค้า (Cargo Terminal) ขนาดพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร กิจกรรมสนับสนุน ขนาดพื้นที่ 539,200 ตารางเมตร ซึ่งรวมพื้นที่ครัวการบิน (In-Fight Catering) ขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และโรงแรมสนามบิน (Airport Hotel)

กระทรวงคมนาคม พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น "ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค" (Aviation Hub)

ทั้งด้านการขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...