แฉ! พิรุธแชต"ing ing" แฟน "น้องเทียน" ยันโดนหลอกหิ้วไอซ์ ติดคุกญี่ปุ่น
แฟนหนุ่มหอบหลักฐานมอบ ป.ป.ส.-ตำรวจ ยืนยัน "น้องเทียน" บริสุทธิ์ ถูกหลอกรับหิ้วพัสดุซุกไอซ์ในซองกาแฟไปญี่ปุ่น แฉแชต "ing ing" พิรุธเพียบ ไม่รู้มียาซ่อนข้างใน
วันที่ 27 ก.ค.2569 ภายหลังนายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี พ่อของน้องเทียน และนายศราวุธ หรือ ไอซ์ อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มผู้ที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.บางบัวทอง กว่า 2 ชั่วโมง ล่าสุดนายศราวุธ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนและแฟนสาวทำอาชีพรับหิ้วสินค้าไทย-ญี่ปุ่นมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยยืนยันตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด
นายศราวุธ เล่าว่า การเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง
นอกจากนี้ทาง ป.ป.ส. ภาค 1 ได้ประสานให้เข้าไปพบเมื่อเช้าเพื่อส่งมอบหลักฐานและรายละเอียดทั้งหมดที่มีให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงเอกสารหลักฐานจากกรมการกงสุล และแชตการสนทนาใน LINE Official ซึ่งหลักฐานที่นำมาแสดงพบว่า บัญชีผู้สั่งหิ้วใช้ชื่อบัญชีไลน์ว่า "ing ing" และเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปปรากฎว่าแฟนสาวเคยคุยกับไลน์นี้มาตั้งแต่การส่งของครั้งแรกเมื่อในเดือนพฤษภาคมแล้ว 1 ครั้ง
ส่วนครั้งนี้แฟนสาวได้หิ้วพัสดุส่งที่ประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 9 คน ผ่านบริการขนส่ง Yamato ในญี่ปุ่น แต่มีผู้รับอยู่ 1 คนที่ไม่สามารถติดต่อได้ และทำการบล็อกไลน์ไป จากการตรวจสอบรายชื่อผู้รับปลายทางในประเทศญี่ปุ่น ในรอบแรกเดือนพฤษภาคม ระบุชื่อผู้รับปลายทางว่า "ฮานะ" น้ำหนักพัสดุประมาณ 13.70 กิโลกรัม คิดค่าหิ้วกิโลกรัมละ 300 บาท เป็นเงิน 4,170 บาท ครั้งนั้นมีการส่งพัสดุปลายทางแบบเก็บเงินปลายทางสำเร็จ จากเมืองฟุกุโอกะไปยังเมืองคานางาวะ
ส่วนรอบสอง คือในเดือนกรกฎาคม ระบุชื่อผู้รับปลายทางที่ญี่ปุ่นว่า "แอนโทนี" แต่จากการสังเกตหน้ากล่องพัสดุ ตอนได้รับพัสดุที่บ้าน ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง มีเขียนบนหน้ากล่องว่า “ing ing” และมีเพียงชื่อผู้รับปลายทางว่า “จุฑาทิพย์ ทองน้อย“ ซึ่งน้ำหนักพัสดุ 12 กิโลกรัม คิดค่าหิ้วเป็นเงิน 3,600 บาท โดยในรอบนี้พัสดุยังไม่ได้ถูกส่งออกไป เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นกักไว้เสียก่อน
ทั้งนี้นายศราวุธ ยังสังเกตพบอีกว่า แม้ชื่อผู้รับปลายทางในการฝากของทั้ง 2 ครั้ง จะใช้คนละชื่อ แต่เบอร์โทรศัพท์ปลายทางในประเทศญี่ปุ่น เป็นเบอร์เดียวกันทั้งสองรอบ อีกทั้งบัญชีธนาคารที่โอนเงินค่าจ้างหิ้วเข้ามาในไทยทั้งสองครั้ง ก็เป็นบัญชีเดียวกัน คือ ชื่อบัญชี HO THI MAI
เมื่อถามถึงลักษณะการคุยกับไลน์ “ing ing” มีความผิดปกติหรือไม่ นายศราวุธ ระบุว่า หลังจากที่ตนมาไล่เช็กรายละเอียดใน LINE Official ของแฟนสาว ก็เริ่มเห็นถึงความไม่ปกติ เพราะบทสนทนามีลักษณะเหมือนมีคนตอบหลายคน เช่น เริ่มต้นพิมพ์ว่า "สวัสดีครับ" แต่บางข้อความกลับพิมพ์ตอบว่า "โอเคค่ะ"
ส่วนขั้นตอนการรับพัสดุในประเทศไทย นายศราวุธ เล่าว่า ผู้สั่งหิ้วได้ส่งข้อความมาแจ้งว่า "แกร็บกำลังจัดส่งสินค้านี้ให้คุณ โปรดรับสินค้าด้วย" โดยในวันที่ 10 กรกฎาคม เวลาประมาณ 21.00 น. มีผู้ชายขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Honda City นำกล่องพัสดุมาส่งให้ถึงบ้าน ซึ่งแฟนสาวของตนเป็นคนออกไปรับของ ส่วนตนอยู่ในบ้าน วันนี้ตนได้มอบข้อมูลรถ และผู้มาส่งนี้ให้ตำรวจไปทั้งหมดแล้ว
สำหรับพัสดุที่รับมา นายศราวุธ ยืนยันว่า ปกติแฟนสาวจะทำการตรวจเช็กพัสดุทุกครั้ง อย่างในรอบแรกเดือนพฤษภาคม ผู้สั่งหิ้วได้ส่งรูปภาพรายละเอียดสินค้าภายในกล่องมาให้ดู เป็นพวกขนมและกาแฟธรรมดา แฟนสาวก็ได้ตรวจเช็กกล่องพัสดุตามปกติ
ส่วนในรอบสองเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ซึ่งเป็นกล่องพัสดุที่เป็นปัญหา แฟนสาวได้เปิดดูเฉพาะตัวกล่องพัสดุภายนอก แต่ไม่ได้ฉีกซองกาแฟดูภายใน ทำให้ไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนสารเสพติดไว้ข้างในซองกาแฟ
นายศราวุธ ยังเล่าถึงเหตุการณ์ในวันเดินทางไปถึงสนามบินฟุกุโอกะว่า ตนยกกระเป๋าเดินทาง 2 ใบขึ้นรถเข็น ส่วนแฟนสาวมีกล่องพัสดุ 1 กล่องขึ้นรถเข็น เมื่อเดินผ่านจุดสแกน เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นได้ทำการกักตัวแฟนสาวไว้ทันที ส่วนตนและเพื่อนได้เดินออกไปรอข้างนอกตรงจุดขนส่ง Yamato เพื่อเตรียมส่งของตามปกติ
ในตอนแรกตนคิดว่าเป็นเพียงการสุ่มตรวจค้นตามปกติ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ตน และเพื่อนจึงเดินเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาตน และเพื่อนแยกไปสอบสวนในห้องสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ถามย้ำหลายรอบว่า "มั่นใจหรือไม่ว่าในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบของคุณไม่มีสารเสพติด" ซึ่งตนก็ตอบยืนยันไปทุกครั้งว่ามั่นใจ ซึ่งผลการตรวจกระเป๋า 2 ใบของตน ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ทำให้ตนและเพื่อนได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา หลังโดนสอบสวนตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ส่วนแฟนสาวไม่ได้ถูกปล่อยตัวออกมาด้วย และนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน ตนก็ยังไม่ได้เจอหรือพูดคุยกับแฟนสาวอีกเลย
เมื่อถามถึงประเด็นคดีดังอย่าง ”แอร์มีนา" ที่เคยมีข่าว เรื่องการรับหิ้วของ ทางนายสราวุฒิและแฟนสาวมีความกลัวหรือความกังวลหรือเตือนกันบ้างหรือไม่ นายศราวุธ
ยอมรับว่า เคยเห็นข่าวและเคยพูดคุยเตือนแฟนสาวอยู่บ้างว่าให้รับหิ้วเฉพาะของที่ซื้อเอง แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดลึกๆ ว่าแฟนสาวไปรับงานผ่านแชทไลน์อย่างไร เพราะแฟนสาวเป็นคนดูแลเรื่องนี้ทั้งหมด และแฟนสาวทำอาชีพรับหิ้วของไทย-ญี่ปุ่น คิดราคา กิโลกรัมละ 300 บาท โดยโพสต์รับงานตามกลุ่มเฟซบุ๊กคนไทยในญี่ปุ่นมานานกว่า 1 ปีแล้ว ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เมื่อถามถึงความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายของญี่ปุ่น ที่อาจมีคำสั่งฟ้องภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ และอาจต้องควบคุมตัวนาน 2 เดือน นายศราวุธ ตอบว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงแฟนสาวมาก ขณะนี้ทางกรมการกงสุลได้เข้ามาดูแลและจัดหาทนายความในประเทศญี่ปุ่นให้เรียบร้อยแล้ว โดยคดีอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
"ผมไม่ได้กังวลเรื่องอื่น แต่เป็นห่วงแฟน อยากขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานทางฝั่งไทยช่วยประสานงานกับทางญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ นำหลักฐานที่เรามีทั้งหมด ไปช่วยยืนยันว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์และถูกหลอกจริงๆ" นายศราวุธ กล่าว