โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สอบทุจริต 'รองประธานกลต.จีน' ดันคดีคอร์รัปชั่นการเงินทะลุ 400 ราย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลจีนได้สั่งให้มีการสอบสวน "ฟาง ซิงไห่" (Fang Xinghai) อดีตรองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นรายล่าสุด ส่งผลให้จำนวนเจ้าหน้าที่และผู้บริหารใน "ภาคการเงิน" ที่ตกเป็นเป้าการปราบปรามคอร์รัปชันจีน เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 400 รายแล้ว นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา

ฟาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเปิดตลาดทุนจีนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงได้มากขึ้น กลายเป็นเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงรายล่าสุดที่ถูกสอบสวนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ "การละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ทางการจีนมักใช้ในคดีคอร์รัปชัน

เฉพาะในปี 2026 นี้ มีเจ้าหน้าที่และบุคลากรในภาคการเงินราว 50 ราย ที่ถูกลงโทษทางวินัยหรืออยู่ระหว่างการสอบสวน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประธานาธิบดี"สี จิ้นผิง" ในการรักษาการควบคุมระบบการเงินของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าราว 556 ล้านล้านหยวน (ราว 2,750 ล้านล้านบาท) แม้ว่าจำนวนคดีใหม่จะเริ่มชะลอตัวลงแล้วก็ตาม

ข้อมูลที่บลูมเบิร์กรวบรวมจากการเปิดเผยของเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย (CCDI) ระบุว่าในรอบ 5 ปีมานี้ หรือนับตั้งแต่ปี 2021 มีเจ้าหน้าที่และผู้บริหารมากกว่า 400 ราย จากธนาคาร บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน ถูกสอบสวนหรือถูกลงโทษทางวินัย

ข่าวการถูกสอบสวนของฟางสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่ติดตามแวดวงการเงินจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและเป็นที่รู้จักในแวดวงการเงินระหว่างประเทศ

"ผมแทบตกเก้าอี้" แดเนียล เซนเกอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท Wilton Partners กล่าวกับบลูมเบิร์กหลังทราบข่าวเมื่อค่ำวันศุกร์ โดยเขาเคยร่วมงานกับฟางในปี 2549 ระหว่างช่วยธนาคาร UBS Group AG ขยายธุรกิจในจีน

เซนเกอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การหายไปของฟางทำให้เกิดช่องว่าง เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดที่ชัดเจนในการผลักดันการพัฒนาภาคการเงินให้ทันสมัย หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่มีประสิทธิภาพระหว่างสถาบันการเงินต่างชาติกับผู้กำหนดนโยบายของจีน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้เดินหน้ารวมศูนย์อำนาจกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงิน ควบคู่กับการรณรงค์ปราบปรามวิถีชีวิตแบบ "ฟุ้งเฟ้อและเสเพล" (hedonistic) ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนายธนาคารระดับสูง

การปราบปรามคอร์รัปชันที่เริ่มขึ้นในปี 2564 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคการเงิน และค่อยๆ เปลี่ยนเป้าหมายจากผู้บริหารธนาคารของรัฐ บริษัททรัสต์ และกลุ่มบริษัทการเงินขนาดใหญ่ ไปสู่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลและผู้กำหนดนโยบายที่รับผิดชอบการกำกับอุตสาหกรรมการเงินมากขึ้น

การสอบสวนฟางเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากการสอบสวน "โจว เหลียง" (Zhou Liang) อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติ (NFRA) เมื่อเดือนมี.ค. ที่เพิ่งผ่านมา

ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน อี้ ฮุ่ยหมาน (Yi Huiman) อดีตประธาน CSRC ก็เพิ่งถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะที่ หวัง ฮุ่ยหมิน (Wang Huimin) อดีตหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบวินัยของ CSRC ถูกตั้งข้อหารับสินบน

นอกจากนี้ จีนยังได้จัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบและกำกับดูแลวินัยด้านการเงิน ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างอิทธิพลของประธานาธิบดีสีเหนือภาคการเงินของประเทศ

ที่มา: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...