สาวใจเด็ด! เปิดศึกสู้ งูรัด-กัดขา ไม่ยอมปล่อย พลีชีพช่วยแมวรัก ก่อนแกะรอยตามหาจนเจอ
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Duangnapa Barrikut” โพสต์เล่าประสบการณ์ระทึกขวัญ หลังพยายามช่วย “เปอร์” แมวที่เลี้ยงไว้ ซึ่งถูกงูรัดบริเวณสวนหลังสำนักงานก่อนแมวจะตกใจวิ่งหนีออกจากบ้าน ทำให้เจ้าของต้องออกตามหาข้ามไปถึง 3 ซอย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
เจ้าของโพสต์ระบุว่า หลังกลับจากบ้านดอนเมืองได้รีบเปิดประตูบ้านเพื่อมาหาเปอร์ ซึ่งอยู่บ้านเพียงลำพังตั้งแต่ช่วงเช้า ตามปกติเมื่อเปิดประตู เปอร์จะวิ่งออกไปเดินเล่นในสวน เจ้าของจึงเดินตามอยู่ไม่ห่าง กระทั่งเปอร์วิ่งเข้าไปบริเวณสวนหลังสำนักงานก่อนจะได้ยินเสียงร้องเสียงหลงคล้ายแมวกัดกัน เมื่อวิ่งเข้าไปดูพบว่างูกำลังรัดตัวเปอร์อยู่
เจ้าของจึงรีบเข้าไปช่วยโดยลากงูไปยังบริเวณที่สว่างก่อนคว้ากระถางดินเผาที่อยู่ใกล้มือมาทุบงูหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำให้งูคลายการรัดได้ จึงใช้มือขวาคว้าคองู ระหว่างชุลมุนถูกกัดบริเวณหัวแม่มือขวา ก่อนจะจับหัวงูและดึงออกจากตัวเปอร์จนงูยอมคลายการรัด ทำให้แมวหลุดออกมาและวิ่งไปบริเวณหน้าออฟฟิศ
จากนั้นงูได้หันมารัดขาของเจ้าของแทน โดยเริ่มจากขาข้างเดียว ก่อนจะรัดทั้งสองข้างจนเดินไม่ได้ เจ้าของจึงใช้มือทั้งสองข้างรวบคองูและบีบสุดแรง กระทั่งงูยอมคลายการรัด แต่ยังไม่ยอมปล่อย จึงถอดรองเท้าและยกขาออกมา ระหว่างนั้นได้ร้องขอความช่วยเหลือจากบ้านข้างเคียง
ไม่นานน้องๆ จากบ้านข้างเคียงออกมาช่วย แต่ไม่สามารถข้ามกำแพงมาได้จึงอ้อมมาทางหน้าบ้านก่อนช่วยจัดการงูและนำงูใส่กระสอบ โดยเจ้าของยังถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ด้วย หลังจัดการงูได้ เจ้าของจึงพบว่าเปอร์หายไปแล้ว และคาดว่าแมววิ่งหนีไปไกล จึงนำโทรศัพท์มาเปิดดูตำแหน่ง AirTag ที่ติดไว้กับตัวเปอร์ โดยเริ่มออกตามหาประมาณ 20.20 น. กระทั่งพบว่าพิกัดขยับไปยังพื้นที่ถัดไปอีก 3 ซอย จึงรีบวิ่งตามหา
เมื่อไปถึงบ้านหลังหนึ่งพิกัด AirTag แสดงอยู่ภายในบ้าน เจ้าของจึงขออนุญาตเจ้าของบ้านเข้าไปเรียกหาเปอร์ ซึ่งเจ้าของบ้านให้ความร่วมมือ แต่ยังไม่พบแมว และพิกัดมีการเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง โดยเจ้าของระบุว่าเปอร์อยู่ในอาการตกใจอย่างมาก แม้แต่เสียงเจ้าของที่คุ้นเคยก็ไม่ยอมตอบ และคาดว่าอาจได้รับผลจากกลิ่นงูที่ติดตัวเจ้าของ หลังจากงูฉี่ใส่ระหว่างการต่อสู้
ระหว่างนั้น พี่ตู่ พี่จุ๋ม และเพื่อนบ้านในซอยมณียาสาม รวมถึงคนในละแวกนั้น ได้ออกมาช่วยกันตามหาเปอร์ โดยมีประมาณ 10 คนช่วยเรียกหาและติดตามเสียงจาก AirTag กระทั่งเชื่อว่าเปอร์อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง แต่เจ้าของบ้านยังนอนอยู่ พี่จุ๋มจึงช่วยติดต่อจนเจ้าของบ้านลงมาเปิดประตูและอนุญาตให้เข้าไปค้นหา
เจ้าของโพสต์ระบุว่า หลังค้นหาอยู่พักใหญ่ ได้เห็นพวงหางสีขาวโผล่บริเวณรั้วโมกข้างกำแพง จึงพบเปอร์ซ่อนอยู่และยังปลอดภัย แต่แมวอยู่ในอาการหวาดกลัวและจำเจ้าของไม่ได้ เมื่อพยายามเข้าไปจับ เปอร์ยังขู่และกัด จึงขอผ้าจากเพื่อนสำเร็จ เมื่อกลับถึงบ้าน เจ้าของตรวจดูบาดแผลของเปอร์ พบมีรอยเลือดซึมเล็กน้อยบริเวณหลัง 2 แผล และเล็บเท้าหลังฉีก จึงให้แมวพักอยู่ภายในบ้าน ส่วนเจ้าของเดินทางไปโรงพยาบาลโดยมีพี่ตู่พาไป เพื่อฉีดยาและทำบ้านเพื่อใช้คลุมตัว
ครั้งแรกเปอร์หลุดออกจากผ้าและหายไปอีกครั้ง แต่เจ้าของตั้งสติและพบว่าแมวยังอยู่บริเวณแนวรั้วจึงค่อย ๆ จับและใช้ผ้าห่อตัวไว้ ก่อนกอดเปอร์และเรียกชื่อซ้ำๆ ขณะที่ “ป้าตู่” ซึ่งเปอร์คุ้นเคยเข้ามาเรียกและลูบหัว ทำให้เปอร์เริ่มสงบลงและจำเสียงกับกลิ่นที่คุ้นเคยได้ก่อนเจ้าของจะสามารถพากลับบ้านได้แผล ก่อนกลับถึงบ้านในเวลาประมาณ 01.00 น.กว่า ๆ
หลังกลับบ้าน เปอร์ยังมีอาการตกใจและเข้าไปมุดซ่อน เจ้าของจึงตามหาจนพบและปลอบประโลม กระทั่งเจ้าของระบุว่ากว่าจะได้นอนก็ประมาณ 03.00 น.
เจ้าของโพสต์ยังกล่าวขอบคุณพี่ตู่ที่ออกมาช่วยตามหา พี่ยูที่ช่วยเฝ้าบ้านช่วงออกตามหาเปอร์ พี่จุ๋มและพี่ๆ ซอยมณียาสาม รวมถึงน้องๆ ทั้ง 4 คนจากบ้านข้างเคียงที่ช่วยจัดการกับงู พร้อมระบุว่ารู้สึกโชคดีที่เปอร์แคล้วคลาดและปลอดภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมเจ้าของแมว โดยระบุว่าเป็นคนใจกล้าและเป็นคุณแม่ที่แข็งแกร่ง หลังยอมเสี่ยงเข้าไปช่วยแมวจากงูและออกตามหาแมวจนพบในที่สุด.
ภาพ/เนื้อหาจาก FB: Duangnapa Barrikut