โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพากร ยันเร่งเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ลุยสืบทรัพย์ทั้งใน-ต่างประเทศ

PostToday

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 32 นาทีที่แล้ว

กรมสรรพากรเดินหน้าเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 กรณีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จากสิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายรวม 73,271 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการดำเนินการจะเป็นไปตามวิธีการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้กรมฯได้รับชำระภาษีตามคำพิพากษา โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามเงื่อนไข วิธีการ และขั้นตอนทางกฎหมายอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ กระบวนการจัดเก็บภาษีมีรายละเอียดหลายขั้นตอน โดยกรมสรรพากรได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์สินและหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสืบทรัพย์และตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หากท้ายที่สุดกรมฯ มั่นใจว่าไม่ได้รับชำระภาษีอย่างครบถ้วน จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การสืบทรัพย์ในกรณีดังกล่าวดำเนินการมาโดยตลอด และขณะนี้มีการสืบทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขทรัพย์สินหรือข้อมูลต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลในชั้นความลับ

“เรื่องสืบทรัพย์นั้น กรมสรรพากรได้ดำเนินการมาโดยตลอด ตัวเลขมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เพราะเป็นชั้นความลับ แต่ยืนยันว่าเรามีการสืบทรัพย์ มีการสอบสวนอย่างครบถ้วนเท่าที่อำนาจทางกฎหมายของกรมฯ จะมีและทำได้” นายสมศักดิ์กล่าว

อธิบดีกรมสรรพากรย้ำว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลยการดำเนินการ และไม่ได้ดำเนินการตามกระแสสังคม แต่ยึดกฎหมายเป็นหลัก โดยจะพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลทางทะเบียนและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“ย้ำว่า กรมฯ ไม่ได้ละเลย ไม่ได้ทำตามกระแส เราปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก เพราะกรมฯ ก็เจ็บมาเยอะกับเรื่องประมาณนี้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่กรมฯ ทำเต็มที่อยู่แล้ว โดยที่ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล แต่การดำเนินการต้องเป็นตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายจะเป็นหลังพิงให้เรา เพราะถึงเวลาจริงๆ ขึ้นมา ไม่มีใครช่วยเรา” นายสมศักดิ์กล่าว

สำหรับคดีดังกล่าว ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 6890/2568 โดยอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 และวินิจฉัยว่าการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้คดีเป็นที่ยุติและหนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุด

ส่วนประเด็นเรื่องอายุความ ซึ่งเป็นข้อกังวลของหลายฝ่าย นายสมศักดิ์กล่าวว่า กรมสรรพากรจะยึดแนวทางตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง โดยการนับอายุความให้เริ่มนับเมื่อคดีถึงที่สุด และกรณีนี้มีอายุความ 10 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...