‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป ขณะที่สมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ความสนใจของผู้ชมจึงกลายเป็นทรัพยากรที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องแข่งขันกันเพื่อช่วงชิง และนำไปสู่การปรับทั้งรูปแบบการเล่าเรื่อง วิธีการผลิต และโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการย้ายเนื้อหาจากหน้าจอหนึ่งไปสู่อีกหน้าจอหนึ่ง แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้เกิดรูปแบบการบริโภคและการผลิตสื่อใหม่ๆ ซึ่งสามารถขยายฐานผู้ชม
สร้างช่องทางรายได้ และลดข้อจำกัดด้านพรมแดนของอุตสาหกรรมบันเทิง ขณะเดียวกัน เมื่อผู้ชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น อิทธิพลของสื่อที่มีต่อการรับรู้และพฤติกรรมก็ยิ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีทำให้ทั้ง ‘โอกาสทางธุรกิจ’ และ ‘ความเสี่ยงต่อผู้บริโภค’ สามารถขยายตัวไปพร้อมกัน
ภายใต้บริบทที่ ความเร็วในการบริโภค กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม รูปแบบคอนเทนต์ที่ถูกออกแบบให้สอดรับกับพฤติกรรมดังกล่าวจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และกำลังสร้างคำถามใหม่ทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และภาครัฐว่า การเติบโตของสื่อรูปแบบใหม่จะสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากเพียงใด และในอีกด้านหนึ่ง สังคมควรเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร ประเด็นเหล่านี้จึงเป็นโจทย์ที่ต้องจับตาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมบันเทิงในยุคดิจิทัล
ภาพของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับพฤติกรรมของผู้บริโภค หากยังสะท้อนผ่านทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้คนที่เปลี่ยนไป จากการนั่งดูละครตามเวลาออกอากาศหรือรับชมซีรีส์ตอนละเกือบหนึ่งชั่วโมง มาเป็นการดูเนื้อหาสั้นๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ ละครแนวตั้ง (Vertical Drama) ซึ่งออกแบบสำหรับหน้าจอมือถือและเน้นการเล่าเรื่องกระชับ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ไทยเป็นตลาดที่น่าจับตา จากจำนวนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และการใช้จ่ายผ่าน In-App Purchase สูงเป็นอันดับ 3 นอกประเทศจีน ประกอบกับไทยมีจุดแข็งด้านบุคลากรสื่อและบันเทิงที่มีประสบการณ์ในระดับสากล และทุนทางวัฒนธรรม ทำให้ละครแนวตั้งสามารถสร้างโอกาสใหม่ได้ 3 ด้าน ได้แก่ 1.เปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตและบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมและสร้างงาน 2.พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การซื้อเหรียญ การสมัครสมาชิก การโฆษณาบนแพลตฟอร์ม และการสอดแทรกสินค้า และ 3.เผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะเนื้อหาที่สะท้อนความเป็นไทยและความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายสำคัญ และสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
อย่างไรก็ตาม โอกาสเหล่านี้มาพร้อมกับความท้าทายสำคัญ ได้แก่ สูตรสำเร็จของเนื้อหาที่เน้นความเข้มข้นและกระตุ้นอารมณ์ หากผลิตซ้ำต่อเนื่องอาจลดความหลากหลาย ส่งผลต่อมุมมองเรื่องความถูกผิดและการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน, การรับชมของกลุ่มเปราะบาง การรับชมผ่านมือถือลำพังอาจลดโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมอง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการรับโฆษณาแฝง เนื้อหาชวนเชื่อ หรือข้อมูลหลอกลวง และการหลอกลวงออนไลน์ โดยมิจฉาชีพสร้างโฆษณาหรือลิงก์ปลอม หลอกให้เปิดเผยข้อมูลหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์ เพื่อนำไปสู่การสวมรอยทำธุรกรรมและขโมยเงินจากบัญชี
หลายประเทศได้มีแนวทางการกำกับดูแลที่ต่างกัน จีน กำหนดให้ละครต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ ขณะที่ สหรัฐ เน้นป้องกันการเรียกเก็บเงินจากการซื้อเหรียญและการสมัครสมาชิกโดยไม่ตั้งใจ สำหรับประเทศไทย ควรเน้นการกำกับเฉพาะประเด็นที่กระทบสิทธิและความปลอดภัย เช่น การล่วงละเมิดเด็กและการหลอกลวง โดยไม่ควบคุมเนื้อหาอย่างเข้มงวดจนกระทบความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริม Media Literacy ให้ผู้ชมรู้เท่าทันเนื้อหา โฆษณาแฝง และการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงสนับสนุนพื้นที่ให้ผู้ชมได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเปิดมุมมองที่หลากหลายและตระหนักถึงอิทธิพลของสื่อต่อความคิดและพฤติกรรมของตัวเอง.
ครองขวัญ รอดหมวน