‘ชุดไทย’ ฟีเวอร์อินเจแปน ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวแห่ชมงาน CHUD THAI สนใจ ‘ผ้าไทย x กิโมโน’ ฉลองพระองค์เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
บรรยากาศภายในงาน ‘CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME’ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569 ณ อาคารเฮียวเคกัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก
การจัดงานครั้งนี้มีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 แบบ
ภายในงานยังจัดแสดงและสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ ตลอดจนงานหัตถศิลป์ชั้นสูงและงานช่างฝีมือไทย อาทิ การพันดิ้น การปักสะดึงกรึงไหม งานเครื่องเงิน เครื่องทอง และผ้าไหมทอลายมงคล เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทยในมิติร่วมสมัย
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดงานในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของการเผยแพร่ชุดไทยพระราชนิยมและเสื้อพระราชทาน ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของไทยในต่างประเทศ หลังจากนำเสนอครั้งแรกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อเดือนเมษายน 2569
ซาบีดากล่าวว่า งานที่ญี่ปุ่นได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีจุดเชื่อมโยงผ่านเรื่องแฟชั่นและการทูตวัฒนธรรม โดยประเทศไทยและญี่ปุ่นต่างมีชุดประจำชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์และงานฝีมือของแต่ละประเทศ
หนึ่งในสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ การนำผ้าไทยมาตัดเย็บเป็นชุดกิโมโน ดังเช่นฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่น พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการนำเสนอผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ
ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดันรายการ ‘ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ’ เพื่อเสนอให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในเดือนธันวาคม 2569
การจัดงาน CHUD THAI ที่กรุงโตเกียวจึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสืบสานองค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และอัตลักษณ์ไทย ตลอดจนใช้วัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมต่อยอด ‘ชุดไทย’ ในฐานะมรดกที่มีชีวิตสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน