สิงโต 3 ตัวตาย ในสวนสัตว์โตเกียว จากอาการขาดน้ำและอวัยวะล้มเหลว หลังญี่ปุ่นเผชิญอากาศร้อนสุดขั้ว
ท่ามกลางสถิติอุณหภูมิที่ทำลายสถิติในญี่ปุ่น สัตว์ในสวนสัตว์เองก็อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความร้อนสุดขั้วได้ หลังมีรายงานว่า สิงโต 3 ตัวในสวนสัตว์โตเกียว ตายหลังเผชิญอาการป่วยจากอากาศร้อนจัด
ช่วงเวลานี้ ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมถึง 2 สิงหาคมที่ผ่านมา สิงโตเพศเมียจำนวน 3 ตัว อายุ 3, 11 และ 15 ปี ตายที่สวนสัตว์ทามะ ในเมืองฮิโนะ ชานเมืองทางตะวันตกของกรุงโตเกียว
ผลการชันสูตรพบว่า สิงโตทั้งสามตัวมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงและอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีสาเหตุจากภาวะเครียดจากความร้อน
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ปีที่แล้วก็ร้อนเช่นกัน แต่ไม่มีสิงโตตัวไหนป่วยหนักแบบนี้” มิว่า โคซากะ ตัวแทนสวนสัตว์ กล่าวกับ BBC
ส่วน The Independent รายงานว่าตั้งแต่อุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม มีสิงโต 10 ตัวจากทั้งหมด 16 ตัวในสวนสัตว์ต้องได้รับการรักษา หลังจากที่สิงโตบางตัวมีอาการเบื่ออาหารและยืนไม่ได้
ในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ยังพยายามลดอุณหภูมิกรง โดยใช้พัดลมและสเปรย์น้ำ พร้อมกับให้ยาแก่สัตว์เหล่านั้น นอกจากนี้ สวนสัตว์ก็ปิดกรงสิงโตไม่ให้ประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากอาการของพวกมันแย่ลง และทางสวนสัตว์ยังไม่ได้ระบุว่าจะเปิดกรงอีกครั้งเมื่อใด
สำหรับสถานการณ์อากาศร้อนจัดในญี่ปุ่นก็ยังคงน่าเป็นห่วง โดยบางจังหวัดสามารถบันทึกวันที่มีอากาศ ‘ร้อนจัด’ หรืออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสได้หลายวัน
ระหว่างวันที่ 20 ถึง 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีประชาชนญี่ปุ่นที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 18,591 คน และเสียชีวิต 45 คน โดยผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นประมาณ 58% ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ทั้งนี้โตเกียวมีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดในบรรดาจังหวัดต่างๆ
นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ประเทศใกล้เคียงอย่าง ‘เกาหลีใต้’ ก็กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์และอันตราย โดยมีรายงานอุณหภูมิสูงถึง 42.5 องศาเซลเซียส ที่เมืองยางซานทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นอุณหภูมิสูงสุดที่บันทึกไว้ในระดับประเทศในรอบ 122 ปี
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และคาดกันว่า ต่อจากนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ เพราะได้รับผลจากสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นทั่วโลก
อ้างอิงจาก