“ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ” อ่อนตัว ตลาดลดเสี่ยงก่อนงบ Nvidia-เงินเฟ้อ PCE จับตาบอนด์ยีลด์ 4.65%
"ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ" อ่อนตัว ตลาดลดเสี่ยงก่อนงบ Nvidia-เงินเฟ้อ PCE ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีขยับขึ้นแตะ 4.65% แม้ราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 14.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐล่วงหน้าปรับตัวลดลงในวันนี้ (26 ส.ค.) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเผชิญแรงขาย เนื่องจากนักลงทุนชะลอการเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญ
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ลดลง 0.1% ขณะที่ Nasdaq 100 Futures ลดลง 0.2% ส่วน Dow Jones Futures ทรงตัว ด้านตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงตลอดช่วงอายุ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 2 Basis Points สู่ระดับ 4.65% แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน
ความสนใจของตลาดมุ่งไปที่ผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะประกาศหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันนี้ เนื่องจากบริษัทมีมูลค่าตลาดมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดมากที่สุด โดยตลาด Options ประเมินว่าราคาหุ้น Nvidia อาจเคลื่อนไหวประมาณ 5.4% หลังประกาศผลประกอบการ ขณะที่ตลาดคาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ฟลอเรียน อีลโป หัวหน้าฝ่ายมหภาคของ Lombard Odier Investment Managers ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า Nvidia จะรายงานผลประกอบการสูงกว่าคาดหรือไม่ แต่ตลาดจะให้ความสำคัญกับแนวโน้มความต้องการ AI และวงจรการลงทุนด้าน AI ในระยะกลาง ซึ่งเป็นจุดที่ Nvidia ไม่สามารถสร้างความผิดหวังให้แก่นักลงทุนได้
ก่อนการประกาศงบ Nvidia นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผย ดัชนี PCE เดือนกรกฎาคม โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นรายปีต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
การประกาศเงินเฟ้อมีขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี แต่ตลาดยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านราคา การขาดดุลการคลัง รวมถึงการกู้ยืมจำนวนมหาศาลของภาคธุรกิจเพื่อใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
อุลริช เออร์บาห์น จาก Berenberg มองว่า ตัวเลข PCE ที่ผ่อนคลายลงอาจช่วยลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคในระยะสั้น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้เพียงลำพัง โดยปัจจัยที่จะช่วยสร้างแรงบวกอย่างยั่งยืนมากกว่าคือเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันที่มีเสถียรภาพ อุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง และการลดลงของ Bond Yield ระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งมาตรการเพิ่มสภาพคล่องจากกระทรวงการคลังเพียงอย่างเดียว
ด้านตลาดอื่น ๆ ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.7% และ MSCI Emerging Markets เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ Bloomberg ทรงตัว เงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.1% สู่ระดับ 159.02 เยนต่อดอลลาร์
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น โดย Bitcoin เพิ่มขึ้น 1% แตะประมาณ 78,984 ดอลลาร์ และ Ether เพิ่มขึ้น 1.1% สู่ระดับประมาณ 2,464 ดอลลาร์
ส่วนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 2.6% สู่ 86.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำ Spot ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ประมาณ 4,634.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนสองปัจจัยสำคัญอย่างตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และผลประกอบการ Nvidia
อ้างอิง : bloomberg.com