โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

AI กำลังพาโลกสู่ยุคหลังสมาร์ทโฟน? เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะมองเห็น ฟัง คิดแทนมนุษย์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเร่งพัฒนาอุปกรณ์ AI แบบสวมใส่ เพื่อให้ AI มองเห็น ได้ยิน และเข้าใจผู้ใช้มากขึ้น หวังปูทางสู่ยุคหลังสมาร์ทโฟน ท่ามกลางความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว CNN รายงานว่า ลองจินตนาการว่า ในวันทำงานปกติ คุณและเพื่อนร่วมงานทุกคนต่างสวมอุปกรณ์บันทึกเสียงติดไว้กับเสื้อ แว่นตาที่ใส่สามารถระบุสิ่งที่กำลังมองเห็นได้แทบจะในทันที ขณะที่สายรัดข้อมือคอยบันทึกและวิเคราะห์ทุกบทสนทนาตลอดทั้งวัน

นี่ไม่ใช่ฉากจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่เป็นอนาคตที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นในยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ว่าผู้บริโภคจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม

ปัจจุบันทั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และสตาร์ทอัพต่างเร่งพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่สามารถมองเห็นและได้ยินสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น Meta Ray-Ban AI Glasses ที่มีกล้องและไมโครโฟนในตัว, Amazon Bee Pioneer สายรัดข้อมืออัจฉริยะ หรือ Plaud Notepin S เครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กที่ติดกับเสื้อผ้าได้ โดย Samsung ก็เตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะของตัวเองภายในปีนี้เช่นกัน

เป้าหมายของอุปกรณ์เหล่านี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้ช่วยAI เข้าถึงข้อมูลชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงทำงานแทนผู้ใช้ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวก็มาพร้อมคำถามสำคัญเกี่ยวกับ ความเป็นส่วนตัว ที่หลายฝ่ายกังวล

ผู้สื่อข่าวของ CNN ทดลองใช้อุปกรณ์ทั้งสามชนิดเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งระหว่างทำงาน เดินทาง ท่องเที่ยว และพบปะสังสรรค์ ในหลายสถานการณ์ อุปกรณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าสนใจ ระหว่างเดินทางไปกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ผู้สื่อข่าวใช้แว่น Meta Ray-Ban ถ่ายภาพอาราม Jerónimos Monastery จากนั้นAI ก็สามารถวิเคราะห์ภาพและอธิบายข้อมูลของสถานที่ได้แทบจะทันที โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหา

ส่วน Amazon Bee Pioneer ซึ่งเป็นสายรัดข้อมือที่สามารถบันทึกเสียงและให้คำแนะนำหลังการสนทนา ก็มีประโยชน์ในงานสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Networking) เพราะสามารถบันทึกบทสนทนาได้สะดวกกว่าการถือโทรศัพท์ และยังแนะนำให้ติดตามผู้ติดต่อที่สำคัญหลังจบงาน เช่นเดียวกับ Plaud Notepin S ที่ติดไว้บนเสื้อเพื่อบันทึกการประชุมหรือการสนทนาได้อย่างแนบเนียน

แต่แม้จะมีประโยชน์ ผู้สื่อข่าวยอมรับว่า ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์เหล่านี้กลับถูกเก็บไว้ในกระเป๋าหรือโต๊ะทำงาน เนื่องจากรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องขออนุญาตบันทึกเสียงระหว่างเล่นเกมกับเพื่อน หรือแม้แต่ระหว่างประชุมกับเพื่อนร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งระหว่างเล่นบอร์ดเกมกับเพื่อน เขาพูดถึงแผนการย้ายบ้านในช่วงฤดูใบไม้ร่วง วันต่อมา แอปฯ ของ Bee แจ้งเตือนให้จองบริษัทขนย้าย ซึ่งถือว่าเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์ แต่หลังจากนั้นAI กลับวิเคราะห์ว่า ผู้ใช้กำลังกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงและความรู้สึกผูกพันกับบ้าน พร้อมแนะนำให้ถ่ายภาพมุมโปรดของบ้านหลังเดิมไว้เป็นความทรงจำ

ผู้สื่อข่าวยอมรับว่า เขาไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลกับการย้ายบ้าน และไม่ได้ตั้งใจสื่อสารความรู้สึกเช่นนั้นกับใคร โดยเฉพาะกับAI

Amazon ชี้แจงว่า Bee ได้รับการออกแบบให้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ในระยะยาว ทำให้คำแนะนำในช่วงแรกอาจยังไม่แม่นยำ และผู้ใช้สามารถแจ้งได้หากAI วิเคราะห์ผิด เพื่อช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ในอนาคต

แม้จะมีข้อกังวล แต่บริษัทเทคโนโลยียังคงเดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์ลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง Cristiano Amon ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Qualcomm ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังพัฒนาอุปกรณ์ประเภทจี้ สร้อย เข็มกลัด และเครื่องประดับอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับAI

ด้าน Panos Panay รองประธานอาวุโสฝ่ายอุปกรณ์และ Alexa ของ Amazon กล่าวว่า ผู้ช่วยAI จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเข้าใจบริบทของชีวิตผู้ใช้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่อยู่ภายในบ้าน และกล่าวว่า "ยิ่ง AI รู้จักผู้ใช้มากเท่าไร ก็ยิ่งสามารถช่วยทำงานและคาดการณ์สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการได้ดีขึ้น"

ขณะที่ Nathan Xu ซีอีโอของ Plaud เชื่อว่า อุปกรณ์บันทึกข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้มนุษย์ทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ในอนาคต เพราะAI จะเข้าใจลักษณะงานของแต่ละคนมากขึ้น และสามารถช่วยทำงานแทนได้โดยไม่ต้องป้อนคำสั่งมากนัก

ฝั่ง OpenAI ก็ยืนยันว่ากำลังพัฒนากลุ่มอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์AI ของตัวเอง โดย Greg Brockman ประธานบริษัท ระบุว่า เมื่อAI Agent มีความสามารถมากขึ้น ยุคของคีย์บอร์ดและเมาส์ก็กำลังจะสิ้นสุดลง

"การคลิกเมาส์และพิมพ์ข้อความเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของวิวัฒนาการเท่านั้น มันไม่ใช่วิธีที่มนุษย์อยากสื่อสารกับคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่แรก"

แม้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะมองอนาคตในแง่บวก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิส่วนบุคคลกลับแสดงความกังวลมากขึ้น หนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ Meta Ray-Ban AI Glasses หลังมีผู้หญิงหลายรายระบุว่าถูกชายแปลกหน้าบันทึกภาพและนำคลิปไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับความยินยอม

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักร้องชื่อดัง Lorde กล่าวบนเวทีคอนเสิร์ตว่า "ขอพูดตรงนี้เลยว่า ฉันเกลียดแว่นพวกนี้"

ภายหลัง Meta ได้ลบคลิปเหล่านั้นออกจาก Instagram และย้ำว่าแว่นตาจะมีไฟ LED สีขาวกะพริบทุกครั้งที่เริ่มบันทึกภาพหรือวิดีโอ รวมทั้งไม่สามารถปิดไฟดังกล่าวได้ เพื่อให้คนรอบข้างรับรู้ว่ากำลังถูกบันทึก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไฟแจ้งเตือนบนอุปกรณ์บางประเภท เช่น สายรัดข้อมือหรืออุปกรณ์ติดเสื้อ อาจสังเกตเห็นได้ยาก เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้จ้องมองข้อมือหรือหน้าอกของคู่สนทนา

Calli Schroeder จาก Electronic Privacy Information Center (EPIC) เตือนว่า อุปกรณ์สวมใส่ที่มีกล้องและไมโครโฟนสามารถถูกนำไปใช้ในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องลองเสื้อ หรือสถานที่ที่ไม่ควรถูกบันทึกภาพและเสียงได้ และกล่าวว่า "มีความเสี่ยงจริงที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย"

แม้จะมีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัว แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ยังคงเชื่อว่า อุปกรณ์ AI แบบสวมใส่จะกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของการใช้งานคอมพิวเตอร์ในอนาคต

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เคยกล่าวว่า ผู้ที่ไม่มีแว่นAI หรืออุปกรณ์สำหรับโต้ตอบกับAI อาจเสียเปรียบด้านศักยภาพในการทำงานและการแข่งขันกับผู้อื่น

คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวงการเทคโนโลยีกำลังพยายามผลักดันโลกเข้าสู่ยุคหลังสมาร์ตโฟน (Post-Smartphone Era) ซึ่ง AIจะติดตามผู้ใช้ไปทุกที่ ผ่านแว่นตา สายรัดข้อมือ เข็มกลัด หรืออุปกรณ์สวมใส่รูปแบบใหม่

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า ผู้บริโภคพร้อมหรือไม่ที่จะแลกความสะดวกสบายกับการถูก AI มองเห็น ได้ยิน และบันทึกทุกช่วงเวลาของชีวิต

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...