อนุทินเผย 6 หน่วยงานผนึกกำลังสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น สบายใจเพราะประธาน ป.ป.ช. มาคุมด้วยตนเอง
การสืบสวนสอบสวนกรณีการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ประจำปี 2568 ได้ยกระดับสู่การบูรณาการของหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ ล่าสุดมีผู้กระทำผิดถูกควบคุมตัวในเรือนจำโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวจำนวน 3 คน พร้อมทั้งมีการออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำงานที่กระทรวงมหาดไทยว่า กลไกของรัฐบาลและกระทรวงสามารถระบุตัวบุคคลที่กระทำการทุจริตได้ครบถ้วนภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นับจากเกิดเหตุ
โดยคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจได้ดำเนินการเพิกถอนสถานะข้าราชการที่ทุจริตแล้ว นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รายงานความคืบหน้าว่าการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้เข้าสู่มาตรการที่ 8 และกำลังเตรียมการสำหรับมาตรการที่ 9 เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดตามลำดับ
ในมิติของการตรวจสอบทางกฎหมาย สุชาติ ตระกูลเกษม ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ด้วยตนเอง
“นานๆ เราจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้สักที ผมยิ่งมีความสบายใจและดีใจไปใหญ่ ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู ขนาดประธาน ป.ป.ช. ยังใส่ใจลงมาดูคดีด้วยตัวเอง” อนุทินกล่าว
สำหรับการทำงานภายในของรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตในการสอบแข่งขันฯ จะทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีภายในระยะเวลา 2-3 วัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของกระบวนการทุจริตอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การขยายผล ควบคู่ไปกับการตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
อนุทินกล่าวสรุปว่าการทำงานร่วมกันของหน่วยงาน 5-6 สายนี้ จะทำหน้าที่เป็นกลไกถ่วงดุลซึ่งกันและกัน บังคับให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อเท็จจริงและไม่มีการละเว้นบุคคลใด เมื่อข้อมูลจากทุกหน่วยงานถูกนำมาประกอบกัน จะทำให้โครงข่ายการทุจริตมีความชัดเจนและนำไปสู่การลงโทษตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์