โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เชียงใหม่เฝ้าระวัง HIV ตรวจเจอแจกยาใน 24 ชม.

Thai PBS

อัพเดต 18 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

โดยนอกจากกลุ่มเยาวชนและวัยทำงานแล้ว กลุ่มประชากรข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ก็มีอัตราการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงกว่ากลุ่มอื่น

การตรวจหาเชื้อ HIV และ ได้รับยาต้านไวรัสภายในวันเดียวหากพบเชื้อ เป็นบริการของ มูลนิธิเอ็มพลัส ในตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในองค์กรภาคประชาสังคมที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. และ มี 6 สาขา ในพื้นที่ เชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก , นครราชสีมา, ลำปาง และ กรุงเทพมหานครฯ

ไม่เพียงการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service มูลนิธิเอ็มพลัส ยังมีบริการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ และ สถานบันเทิง เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย สาวประเภทสอง และ พนักงานบริการ พร้อมทางเลือกในการป้องกัน HIV ด้วยการรับยาต้านไวรัส PrEP หรือ ยาต้านไวรัสที่ทานเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ และ PEP หรือยาต้านไวรัสในกรณีฉุกเฉินหลังสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบ

พงศ์ภีระ พัฐภีระพงศ์ ผู้อํานวยการมูลนิธิเอ็มพลัส ระบุว่าบริบทของเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางภาคเหนือ มีการเคลื่อนย้ายของประชากรสูง ทั้งผู้อยู่อาศัยประจำ กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา คนทำงาน และ นักท่องเที่ยว ทำให้ผู้ติดเชื้อHIV ใน จ.เชียงใหม่ ยังมีแนวโน้มสูง และ น่ากังวลในกลุ่มเยาวชนและวัยทำงานตอนต้น โดยเฉพาะช่วงอายุ 15–24 ปี ซึ่งเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด สาเหตุมาจากปัจจัยด้านการศึกษา สภาพสังคม การเข้าถึงสื่อได้ง่าย รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐที่เปิดเฉพาะเวลาราชการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของวัยรุ่นและคนทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน หรือ คนทั่วไป พนักงานบริการ ทุกคนมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด แต่แนวโน้ม ณ ปัจจุบัน อาจจะอยู่ที่เยาวชนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากภาวะต่าง ๆ ความอยากรู้อยากลอง การเข้าไม่ถึงระบบหลักประกันสุขภาพ รวมถึงการศึกษาที่ยังไม่ตอบรับกับตัวเยาวชน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านวิชาสุขศึกษา วิชาแนะแนว หรือ ช่องทางที่จะให้บริการในโรงเรียน

สำหรับรูปแบบการทำงานมูลนิธิเอ็มพลัสครอบคลุมทั้งเชิงรุก และ เชิงรับ โดยมุ่งเน้นกลุ่มประชากรหลักรวมถึงกลุ่มเยาวชนที่มีปัจจัยเสี่ยง สุขภาพกาย เน้นป้องกัน HIV สร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมให้เข้าถึงบริการสุขภาพ ตรวจสอบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV, ซิฟิลิส ส่วนสุขภาพจิต เน้นการคัดกรองสุขภาพจิต สอนวิธีประเมินตัวเองเบื้องต้นเพื่อดูแลทั้งตนเองและคนรอบข้าง

ผู้อํานวยการมูลนิธิเอ็มพลัสยังให้ความเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่ช่วยในการพัฒนาความสัมพันธ์ เช่น แอปพลิเคชันมือถือต่างๆว่า เป็นเพียงสื่อกลาง แต่ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ว่า คนที่มีเพศสัมพันธ์ มีการป้องกันด้วยถุงยางอนามัย มีการใช้ PrEP หรือไม่ รวมถึงไม่ได้รับบริการตรวจสุขภาพ หรือ ไม่ตระหนักในการตรวจสุขภาพของตัวเอง

พงศ์ภีระ พัฐภีระพงศ์ ผู้อํานวยการมูลนิธิเอ็มพลัส

ไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์กี่ครั้ง ถ้ามีการป้องกัน ก็ถือว่าไม่เสี่ยง แต่หากมีเพศสัมพันธ์แค่ครั้งเดียวแล้วไม่ได้ป้องกัน บุคคลนั้นมีความเสี่ยง อยากให้เข้าใจว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด ๆ กลุ่มพนักงานบริการ กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย กลุ่มหญิงบริการ ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงเหมือนกันหมด รวมทั้งชายหญิงทั่วไป ความเสี่ยงจึงอยู่ที่พฤติกรรมล้วนๆ

ภัสสรา ซาลิซส์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงานอาวุโส กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสถานการณ์และแนวโน้ม HIV ในเชียงใหม่ ในภาพรวมเมื่อเทียบกับอดีต ถือว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุด จ.เชียงใหม่ มีผู้ติดเชื้อ HIV สะสม 23,949 คน ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 723 คน คิดเป็นร้อยละ 1.34 และ มีค่าเฉลี่ยประมาณเดือนละ 44 คน หรือ ประมาณวันละ 2 คน

เมื่อนำสถิติมาวิเคราะห์ก็พบแนวโน้มการติด HIV จะอยู่ในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40-50 ปีขึ้นไป สาเหตุเกิดจากไม่กล้าไปตรวจ จนเมื่อป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนแล้วจึงมาพบแพทย์ ทำให้ค่า cd4 หรือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที-เฮลเปอร์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัส มีจำนวนลดลง อัตราการเสียชีวิตจึงเพิ่มสูงขึ้น

ภัสสรา ซาลิซส์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงานอาวุโส กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับกลุ่มเปราะบางอีกกลุ่มหนึ่งที่พบใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนถึง 5 อำเภอ คือ ประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ ผู้ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย และ เดินทางมาทำงานกลางคืน หรือ มีพฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อ HIV จากการลงพื้นที่ไปสำรวจและเฝ้าระวังโรคในพื้นที่ ก็พบว่าประชากรกลุ่มนี้ มีเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อสูง ทั้งเชื้อ HIV และ โรคติดต่อเพศสัมพันธ์ ในบางรายอาจจะติดเชื้อทั้งซิฟิลิส หนองใน หูดหงอนไก่ ร่วมกับ HIV ด้วยก็มี และแม้ว่าประชากรกลุ่มนี้อาจไม่มีสิทธิ์ด้านการรักษาพยาบาลเหมือนคนไทย แต่ยังมีช่องทางในการรับการรักษาผ่านกองทุนระหว่างประเทศ

ถ้าเป็นน้องๆชาติพันธุ์ไร้สิทธิ์ใดๆ แล้วมาอยู่ในประเทศไทย เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเมื่อสามารถค้นหาเคสเหล่านี้ได้ ก็จะนำเข้าสู่ระบบการรับยาต้านซึ่งได้รับสนับสนุนจากกองทุนโลก Global Fund โดยทางโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะเบิกจ่ายจากกองเอดส์มาให้ประชากรกลุ่มนี้

ส่วนข้อจำกัดด้านภาษาที่อาจทำให้ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือ แรงงานข้ามชาติ ไม่ได้รับข่าวสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ HIV หรือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่พยายามประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม อาทิ map และ การผลิตสื่อภาษาเฉพาะ โดยในปีถัดไปจะมีอาสาสมัครชาติพันธุ์ช่วยติดตามเคสที่โรงพยาบาล และ สร้างการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เชียงใหม่มีเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้าถึงกลุ่มกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ดี และ มีพลังเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง มีโรงพยาบาล 25 แห่งภาครัฐ รวมถึงเอกชนที่ให้บริการยาต้านไวรัส ในอดีตเมื่อผู้ป่วยตรวจพบเชื้อวันนี้ อาจต้องรอเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน แต่ตอนนี้เมื่อตรวจพบเจอ ภายใน 24 ชั่วโมงจะได้รับยาต้านไวรัส

ภัสสรา ซาลิซส์ กล่าวอีกว่าในด้านการป้องกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนติดเชื้อ HIV จึงมีการสนับสนุนถุงอนามัย ซึ่งสามารถขอได้ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ ภาคประชาสังคม อาทิ Mplus แคร์แมท และ เครือข่ายที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของ จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังมียา PrEP คือ ยาป้องกันก่อนการติดเชื้อ แต่ก่อนจะรับต้องตรวจคัดกรองว่าเลือดเป็นผลลบ แพทย์ก็จะพิจารณาจ่ายยาให้ โดยในปีงบประมาณปี 2570 จะมีการทำงานอย่างเข้มข้นในการจ่ายยาPrEP ให้กลุ่มเสี่ยงที่มีผลเลือดเป็นลบ เพื่อป้องกันตัวเอง

ส่วน ยาPEP หรือ ยาสำหรับผู้ที่เพิ่งสัมผัสเชื้อ ภายใน 72 ชั่วโมง ทุกท่านที่มีปัญหากังวลใจว่าจะติดหรือเปล่า ก็สามารถไปตรวจคัดกรองได้ที่ภาคประชาสังคม และ โรงพยาบาลภาครัฐทุกแห่งได้

สำหรับโรคติดต่อที่สำคัญ คือ ซิฟิลิส ซึ่งพบว่ากลุ่มเยาวชนมีการติดเชื้อซิฟิลิสมากที่สุด หากมีพฤติกรรมเสี่ยงไปเรื่อยๆ โอกาสติด HIVในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้น ฉะนั้นหากมีเพศสัมพันธ์ ก็ขอให้ติดต่อรับอุปกรณ์ป้องกัน คือ ถุงยางอนามัย ซึ่งป้องกันได้ทั้งโรคติดต่อเพศสัมพันธ์ และ HIV

เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงานอาวุโส กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.เชียงใหม่ ยังกล่าวถึงการลดการตีตราและเลิกปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งในอดีต ผู้ติดเชื้อจะถูกแรงต้านจากชุมชน แต่ในปัจจุบัน หากผู้ติดเชื้อรับการตรวจได้เร็ว รักษาเร็ว รับยาได้ไวก็จะอยู่ได้เหมือนเป็นคนปกติ ไม่จำเป็นต้องแอบหลบซ่อนอีกต่อไป ขณะที่การตีตรา และ เลือกปฏิบัติ ทัศนคติเชิงลบในตนเอง และ สัมคม เป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้ผู้เสี่ยง ไม่กล้ามาตรวจ หรือ ผู้ติดเชื้อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ญี่ปุ่นยกเลิกเตือนสึนามิ หลังแผ่นดินไหวขนาด 7.1 เจ็บ 50 คน

22 นาทีที่แล้ว

สกัดขาไก่เถื่อนสำแดงเท็จ เป็น"ข้าวเหนียวมะม่วง" ก่อนส่งจีน ยึด 51,000 กก.

37 นาทีที่แล้ว

สรุปราคาทองคำ 28 ก.ค.2569 ปิดตลาด -750 บาท ผันผวน 10 ครั้ง

55 นาทีที่แล้ว

มูลนิธิกระจกเงา ชี้คนชื่อค้าง "ทะเบียนบ้านกลาง" เสี่ยงหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...