"ผู้การเต๋อ" เรียกร้อง "ความเป็นธรรม-คำอธิบาย" ให้ พล.ต.อ.นิรันดร ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ
MGR Online-อดีตจเรตำรวจ "ผู้การเต๋อ" เพื่อนร่วมรุ่น นรต.43 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี โพสต์ สิ่งที่รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 1 ต้องการคือ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และคำอธิบายที่ตรงไปตรงมา หลังไม่ได้เก้าอี้ ผบ.ตร.ซ้ำ ต้องปกป้องสิทธิของตนเอง ด้วยการส่งหนังสือถึง ผบ.ตร.เรื่องไม่สมัครใจโอนย้ายไปหน่วยอื่น ยกไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย
วันนี้ (29 ก.ค.) พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ หรือ "ผู้การเต๋อ" อดีตหัวหน้าจเรตำรวจ เพื่อนร่วมรุ่น นรต.43 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 1 ในการคัดเลือก ผบ.ตร.คนที่ 16 โพสต์เฟซบุ๊กว่า
"เมื่อกระบวนการที่ต้องโปร่งใส กลับทิ้งคำถามไว้มากกว่าคำตอบ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้ว นับจากมติ ก.ตร.เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่เลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 แต่คำถามที่ยังคงค้างอยู่ในใจข้าราชการตำรวจ และผู้ติดตามกระบวนการนี้จำนวนไม่น้อยยังไม่มีคำตอบ เหตุใดผู้มีอาวุโสในลำดับเกือบท้าย จึงได้รับการพิจารณาเหนือกว่าผู้มีอาวุโสลำดับก่อนหน้า ในมิติใดบ้างที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ แม้จะมีการแถลงในหลักการว่า "ได้พิจารณาทั้งอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกันแล้ว" แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏรายละเอียดเชิงเปรียบเทียบต่อสาธารณะว่า เหนือกว่ากันในจุดใดอย่างชัดเจน สิ่งที่ระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาล ควรมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน คือคำอธิบายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ที่ประกาศลอยๆ
ท่ามกลางความคลุมเครือนี้ มีความเป็นไปได้ว่า อาจมีการ "โยนหินถามทาง" โดยสื่อได้เผยแพร่ข้อมูลอาจมีการพิจารณาตำแหน่งซี 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ให้กับนายพลตำรวจใหญ่ แม้ยังเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่ได้ระบุชื่อเจาะจง และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็เพียงพอที่จะตอกย้ำความรู้สึกของคน ที่ตั้งใจทำงานมาทั้งชีวิตว่า พวกเขายังต้องรอคอยความชัดเจนที่ควรได้รับมาตั้งแต่ต้น
"ถึงแม้ไม่เห็นตา แต่รู้ใจ"
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 "รองไมค์" พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้มีอาวุโสสูงสุดในกลุ่มแคนดิเดตทั้งหมด ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า "ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น" โดยอาศัยสิทธิตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
การที่ผู้มีอาวุโสสูงสุดต้องทำหนังสือยืนยันสิทธิ์ ของตนเองไว้ล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันหลังมติ ก.ตร.สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมกระบวนการนี้อยู่ นี่ไม่ใช่การเรียกร้องสิ่งที่เกินเลย แต่เป็นเพียงการขอให้ระบบราชการปฏิบัติต่อผู้ทำงานมาตลอดชีวิต ด้วยความเป็นธรรมและคำอธิบายที่เพียงพอ องค์กรตำรวจจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการตัดสินใจ สามารถอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ที่ประกาศออกมา โดยปราศจากคำอธิบายที่เพียงพอ และไม่ใช่การปล่อยให้ผู้ได้รับผลกระทบ ต้องปกป้องสิทธิของตนเองด้วยหนังสือด่วนที่สุดเพียงลำพัง
สี่สิบปีบนเส้นทางสีกากี
ปี 2529 "รองไมค์" ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้รวมเวลารับราชการ 40 ปี เติบโตผ่านงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการมาโดยตลอด ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยมีประวัติถูกกล่าวหาทั้งทางวินัย และอาญาตลอดเส้นทางราชการ
ปีนี้ 2569 เขาคืออาวุโสอันดับ 1 ของกลุ่มรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เหลืออายุราชการอีก 2 ปี หรือราวเจ็ดร้อยกว่าวัน คนที่ทำงานมาสี่สิบปีไม่ได้ต้องการสิ่งพิเศษไปกว่าคนอื่น เขาเพียงต้องการให้ระบบที่เขารับใช้มาตลอดชีวิต ปฏิบัติต่อเขาด้วยหลักการเดียวกันกับที่เขายึดถือมาตลอด ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และคำอธิบายที่ตรงไปตรงมา เป็นความจริงและรับได้
คำถามที่เหลือทิ้งไว้ให้พี่น้องผองเพื่อนคือ "ชายผู้ทุ่มเทให้กับผืนแผ่นดินนี้มา 40 ปี และยังเหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่อีกเพียง 2 ปี เขาอยากให้วันนี้และวันสุดท้ายของชีวิตราชการเป็นเช่นไร?"
สำหรับ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี เป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 1 ในการคัดเลือก ผบ.ตร.โดยล่าสุดที่ประชุม ก.ตร.มีมติเอกฉันท์ 12:0 เห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.นรต.รุ่น 50 อาวุโสลำดับที่ 3 เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร.
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO