โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองยังไม่จบขาขึ้น! "เล่งหงษ์" แนะรอย่อสะสม จับตา CPI-PPI สหรัฐฯ

Khaosod

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 52 นาทีที่แล้ว

เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ประเมินทองคำระยะสั้นยังแกว่งตัว-พักฐาน หลังตลาดรอตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ PPI และ CPI ที่อาจชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด แนะนักลงทุนไม่ไล่ราคา รอจังหวะย่อตัวบริเวณ 4,330–4,350 ดอลลาร์ หรือราว 68,000 บาทต้นๆ ทยอยสะสม มองระยะกลาง-ยาวยังเป็นขาขึ้น

นางสาวภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ และโลหะมีค่า เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำว่า แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบหลังมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนส.ค. ที่พุ่งขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. แต่ถือว่าราคาทองคำยังอยู่ในภาพที่ค่อนข้างดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงถึงประมาณ 600–700 ดอลลาร์ จึงเป็นเรื่องปกติที่ราคาจะมีการพักฐานหรือย่อตัวลงบ้างเมื่อมีข่าวเข้ามากระทบตลาด

ทั้งนี้ ตลาดยังคงจับตาเครื่องมือ FedWatch Tool ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยตัวเลขคาดการณ์ยังมีความผันผวนสลับขึ้นและลง โดยช่วงหนึ่งเคยปรับขึ้นไปแตะประมาณ 70% ก่อนจะย่อลงมาอยู่บริเวณ 60% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญเพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

สำหรับสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดจะนำไปประกอบการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17 ก.ย. นี้ โดยเบื้องต้นตลาดคาดการณ์ว่า PPI จะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% ขณะที่ CPI คาดว่าจะทรงตัว และมีบางรายการที่อาจลดลงประมาณ 0.1% ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามตัวเลขทั้งสองวันที่อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยและราคาทองคำโดยตรง

ในมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ในกรอบกว้างประมาณ 200 ดอลลาร์ โดยกรอบการเคลื่อนไหวในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,330–4,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากภาระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงมาก การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มต้นทุนและเร่งภาระดอกเบี้ยของภาครัฐ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ

นอกจากนี้ นักลงทุนต้องติดตามประเด็นการซื้อคืนพันธบัตร (Buyback) ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวสามารถส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดและมีความเกี่ยวข้องกับทิศทางราคาทองคำ

นางสาวภัทรินกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้น ยังมีโอกาสเคลื่อนไหวแบบ Sideway หรือมีการย่อตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดยังต้องเผชิญกับข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะกลางถึงระยะยาว ยังคงมีมุมมองว่าทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เพียงแต่นักลงทุนต้องอดทนรอให้ตลาดผ่านพ้นช่วงของข่าวสำคัญและความผันผวนในเดือนนี้ไปก่อน

ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้น ในช่วงนี้ให้น้ำหนักต่อราคาทองคำค่อนข้างน้อย แม้ว่าราคาน้ำมันจะยังทรงตัวในระดับสูง แต่ปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่หันมาให้น้ำหนักกับนโยบายการเงินของ Fed และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่า เนื่องจากเป็นปัจจัยที่จะมีผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ “ย่อตัวซื้อสะสม” โดยมองแนวรับสำคัญบริเวณ 4,280 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับเดิม หรือบริเวณ 4,330–4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นราคาทองคำในประเทศจะอยู่บริเวณประมาณ 68,000 บาทต้นๆ โดยมองว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่นักลงทุนมีความได้เปรียบด้านต้นทุน หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับและกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว

สำหรับนักลงทุนที่เน้นการเล่นรอบระยะสั้น สามารถใช้กรอบราคาประมาณ 200 ดอลลาร์ในการเก็งกำไร โดยกรอบสำคัญอยู่บริเวณ 4,330–4,350 ดอลลาร์ ไปจนถึง 4,530–4,550 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อบริเวณกลางกรอบยังมีความเสี่ยง เนื่องจากมีโอกาสที่ราคาจะแกว่งตัวทั้งขึ้นและลง จึงควรรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความได้เปรียบในการลงทุน

“ภาพรวมจึงมองว่าราคาทองคำระยะสั้นอาจยังต้องพักฐานและแกว่งตัวเพื่อรอปัจจัยใหม่ แต่ในระยะกลางถึงระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น นักลงทุนจึงไม่จำเป็นต้องเร่งไล่ราคา แต่ควรใช้จังหวะที่ตลาดย่อตัวเป็นโอกาสในการทยอยสะสม โดยเฉพาะหลังจากผ่านช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในเดือนนี้” นางสาวภัทรินกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทองยังไม่จบขาขึ้น! "เล่งหงษ์" แนะรอย่อสะสม จับตา CPI-PPI สหรัฐฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...