กล้องจับชัด! ชายตีเนียนฉกถุงไส้กรอก-ลูกชิ้น เดินหนีลอยนวลกลางวันแสกๆ
วันที่ 29 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังรับร้องเรียนจากเจ้าร้านอาหารแปรรูปแช่แข็งแห่งหนึ่ง ริมถนนอัมพวา ปากทางเข้าตลาดโบว์ลิ่ง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ว่ามีโจรแสบ ย่องฉกถุงไส้กรอก-ลูกชิ้นราคา 600 บาท ที่วางไว้ให้ลูกค้าที่หน้าร้านหายไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมและหน้าผู้กอเหตุไว้ได้ชัดเจน
เมื่อเดินทางไปถึงได้พบกับ คุณปฏิพัทธ์ อายุ 27 ปี และ คุณนริสรา อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน ได้พาผู้สื่อข่าวตรวจสอบคลิปภาพคนร้ายที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ พร้อมเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่ 25 ก.ค.69 เวลาประมาณ 12.20 น.จากภาพพบคนร้ายเป็น ชายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้นสีดำ หมวกแก๊ปสีดำ และใส่รองเท้าแตะ เดินมาจากฝั่งตลาดสวนมะม่วง เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านได้ชะลอเท้า ทำทีเป็นเดินมองซ้ายขวา ก่อนจะหยุดยืนด้อมๆ มองๆ ถุงบรรจุสินค้าที่วางอยู่บนเหล็กหน้าร้านเป็นระยะ เพื่อสแกนดูว่าด้านในมีอะไรน่าสนใจ เมื่อเห็นว่าสบช่องและไม่มีใครสังเกต คนร้ายได้ยืนหันหลังเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะ ยื่นมือไปฉกถุงบรรจุลูกชิ้น ไส้กรอก และหมูยอ ที่ทางร้านแพ็กเตรียมไว้ให้ลูกค้า แล้วหิ้วถุงเดินเนียนปะปนไปกับละแวกนั้น มุ่งหน้าออกไปทางสี่แยกถนนพระยาแพทย์ตัดกับถนนเทศบาลสาย 2 อย่างลอยนวล
เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ร้านเปิดจำหน่ายอาหารแปรรูป ทั้งไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ แช่แข็ง และเส้นก๋วยเตี๋ยว มานานกว่า 40 ปี มีลูกค้าขาประจำจำนวนมาก การซื้อขายจะมีทั้งหน้าร้านและพรีออเดอร์ผ่านทางไลน์ โดยลูกค้าจะโอนเงินชำระค่าสินค้าไว้ก่อน ทางร้านก็จะจัดสินค้าบรรจุใส่ถุงพลาสติกใส เขียนชื่อกำกับไว้ แล้วนำไปวางไว้ที่ม้านั่งเหล็กหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้ามารับได้สะดวก ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติหยิบผิดหรือสินค้าสูญหายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ซึ่งวันเกิดเหตุ มีลูกค้าสั่งสินค้ามูลค่ากว่า 600 บาท และโอนเงินจ่ายแล้ว แต่เมื่อเดินทางมารับกลับไม่พบถุงสินค้า จึงแจ้งทางร้านให้ช่วยตรวจสอบ เมื่อเปิดกล้องวงจรปิดดูถึงบางอ้อ ว่ามีโจรแสบตีเนียนมาลักเอาไปอย่างตั้งใจ
ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมมูลอีกว่า บริเวณตลาดสดแห่งนี้ มักเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันบ่อยครั้ง จนกลายเป็นที่เอือมระอา โดยคนร้ายมักใช้วิธีทีผลุบๆ โผล่ๆ ฉวยโอกาสฉกเอาถุงกับข้าว วัตถุดิบ หรือของกินที่ประชาชนแขวนไว้ตามแฮนด์รถ หรือเผลอวางทิ้งไว้ในตะกร้า แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอดส่องดูแลความปลอดภัย แต่เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่และมีผู้คนแออัด จึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง กลายเป็นช่องว่างให้พวกมือดีคอยฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อน
เจ้าของร้าน ระบุเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นไม่ได้เดินทางไปแจ้งความ เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัย หวั่นโจรจะย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำหรือทำลายทรัพย์สิน จึงทำได้เพียงนำคลิปวิดีโอไปโพสต์ลงในเพจกลุ่มสาธารณะเพื่อเตือนภัย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตัดไฟ จึงปรับมาตรการใหม่ ให้ลูกค้าแจ้งนัดหมายเวลาล่วงหน้าและเข้ามาติดต่อรับสินค้ากับทางร้านโดยตรงเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโจรเหล่านี้อีก