“อิหร่าน” ลั่นลงโทษผู้รุกรานวันนี้ หลังสหรัฐถล่มเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วประเทศ
"อิหร่าน" ประกาศเตรียมตอบโต้สหรัฐ หลัง CENTCOM เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่งทั่วประเทศ พร้อมเตือนประเทศที่ให้การสนับสนุนสหรัฐจะเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรง
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่าจะลงโทษผู้รุกรานในวันนี้ พร้อมเตือนว่าประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐในความขัดแย้งครั้งนี้ จะต้องเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรง หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ทั่วอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา
IRGC ยังยืนยันว่า อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และจะไม่ยอมให้คนนอกที่เดินทางมาจากอีกฟากโลกเข้ามาแทรกแซงพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้
ก่อนหน้านี้กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง เปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
สหรัฐระบุว่าได้โจมตี เป้าหมายของ IRGC หลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน ทั้งศูนย์บัญชาการทางทหาร ฐานยิงขีปนาวุธและโดรน ระบบเรดาร์และป้องกันชายฝั่ง รวมถึงขีดความสามารถด้านปฏิบัติการทางทะเล
CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดศักยภาพของอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรในการคุกคามกองกำลังสหรัฐ การเดินเรือพาณิชย์ และประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย
การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันอังคาร แม้ขีปนาวุธทั้งหมดจะถูกสกัดไว้ได้ โดยกองทัพจอร์แดนเปิดเผยว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่านได้ 5 ลูก
เซธ ครัมริช อดีตผู้พันกองทัพสหรัฐ และรองประธานบริษัทด้านความมั่นคง Global Guardian มองว่า การโจมตีครั้งนี้สะท้อนว่าอิหร่านพร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอย่างจริงจัง และอาจลดความสำคัญของการเจรจาทางการทูตลง พร้อมเตือนว่าโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนสำคัญ เช่น สนามบิน ระบบไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำทะเล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพิ่มเติม
ด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจลุกลามเป็นวิกฤตระดับภูมิภาค
ก่อนปฏิบัติการโจมตีไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะตอบโต้ โดยกล่าวว่า "เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาจะได้รับบทเรียนครั้งใหญ่"
ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่ง 7.9% ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้น 6.6% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยในการซื้อขายตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างขึ้น หลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียร่วมกันโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมสู่ท่าเรือส่งออกทะเลแดง
วอร์เรน แพตเตอร์สัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING มองว่า การยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดทำให้โอกาสที่สถานการณ์จะคลี่คลายอย่างรวดเร็วลดลงอย่างมาก และอาจทำให้การเจรจาสันติภาพกลับมาเริ่มต้นได้ยากขึ้น
นอกจากนี้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก ขณะที่การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แทบหยุดชะงัก ส่งผลให้ตลาดพลังงานยังคงเผชิญความไม่แน่นอนในระยะต่อไ
อ้างอิง : www.cnbc.com