โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์ บี้ กกต.ส่งฟ้องศาลคดีโกงสว.ทั้ง229คน ย้ำข้อมูลเชื่อถือได้ อย่าทำตัวเป็นศาลเอง

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พริษฐ์ บี้ กกต.ส่งฟ้องศาลคดีโกงสว.ทั้ง229คน ย้ำข้อมูลเชื่อถือได้ อย่าทำตัวเป็นศาลเอง

พริษฐ์ บี้ กกต.ส่งฟ้องศาลคดีโกงสว.ทั้ง 229 คน หวั่น 4 ใน 7 คน ทำงานไม่เป็นกลาง ย้ำได้ข้อมูลมาจากหลายช่องทางเชื่อถือได้ อย่าทำตัวเองศาลเอง โต้‘ชีวะภาพ’ ปชน.ไม่เคยมีมติส่งนายกอบจ.สิงห์บุรี

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 2 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านในคดีโกงเลือก สว. ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ว่า พวกเราทำงานต่อเนื่องเพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า กกต. ควรฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปที่ศาล

ย้ำว่าข้อเรียกร้องนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปว่า 229 คน กระทำความผิดไปแล้ว แต่เราเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือก สว. จึงเรียกร้องให้กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย ใครผิด ใครไม่ผิด

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในบทบัญญัติของพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. เขียนชัดว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต.มีหน้าที่สั่งฟ้อง และหากเทียบกับมาตรฐานของ กกต.ในอดีตหลายกรณี หลักฐานอาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีนี้ด้วยซ้ำ แต่กกต.ก็มีมติสั่งฟ้อง

ดังนั้น หลักฐานทุกอย่างที่เรานำเสนอและเชื่อว่าที่อยู่ในมือของหน่วยงานที่ยังไม่ได้นำเสนอ หนักแน่นเพียงพอที่จะสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาว่าใครบ้างกระทำความผิด

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า การเคลื่อนไหวหลังจากนี้คงมีหลายรูปแบบ เพราะก่อนหน้านี้คาดว่า กกต.จะลงมติในวันที่ 31 ส.ค. แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวคงไม่สำคัญเท่ากับสาระเนื้อหาที่ต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ

จี้กกต.ส่งศาล-อย่าพิพากษาเอง

“เวลาเราเรียกร้องให้สั่งฟ้อง 229 คน เราไม่ได้ด่วนสรุปว่า 229 คนทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า 229 คนนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการโกง สว. ดังนั้น เราเห็นว่ากกต.มีหน้าที่สั่งฟ้อง เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้และไม่ควรพิพากษาเอง จนสิ้นข้อสงสัยว่าใครผิดหรือไม่ผิด” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าพยานหลักฐานแต่ละคนของ 229 คน คงไม่เท่ากันทั้งหมด แต่ถ้าดูขั้นตอนกระบวนการของกกต. ในชั้นอนุชุดที่ 26 ที่มีการฟังความทั้งสองด้าน และมีมติว่ามีมูล มีผู้กระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน เห็นควรสั่งฟ้อง นี่จึงเป็นแหล่งอ้างอิงอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า แม้ทั้ง229 คน มีความหนักเบาต่างกัน แต่คณะอนุไต่สวนชุดที่ 26 มองว่ามีมูลความผิดรวมกันทั้งหมด 229 คน

เมื่อถามว่าหากสั่งฟ้องแบบเหมา อาจมีหลักฐานไม่เพียงพอ เท่ากับการสั่งฟ้องรายบุคคล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปถาม กกต. ซึ่งกระบวนการของกกต. ผ่านขั้นตอนมา 3 ชั้น ก่อนถึงกกต. ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 3 ชั้น เป็นการพิจารณาแบบรายบุคคล ไม่ใช่พิจารณาแบบเหมารวม แต่ข้อกล่าวหาบางประการเนื่องจากขบวนการนี้ทำงานอย่างเป็นระบบ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะเชื่อมโยงกัน เช่น โพยใบสั่ง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากเป็นการควบคุมจัดตั้งทั้ง 20 กลุ่ม ก็เลยทำให้หมายเลขของผู้สมัคร สว.ที่กลายมาเป็น สว.จำนวนมาก อยู่ในโพยใบสั่งเดียวกัน ดังนั้น การที่จะมีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงหลายๆคนในคราวเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ของวิธีการโกง สว.นี้ ที่ได้ดำเนินการ

ย้ำข้อมูลมาจากหลายทางครอบคลุมหมด

เมื่อถามว่าข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ครอบคลุมทั้งหมดใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ตนมี มาจากหลายทาง และเชื่อว่าข้อมูลที่ตนมี น่าจะอยู่ในมือของหน่วยงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลักฐานจากฝั่งของคณะอนุชุดที่ 26 และความเห็นเลขาธิการที่มีมติให้ กกต.สั่งฟ้อง สว.100 กว่าคนที่มีชื่ออยู่ในโพย รวมถึงสั่งฟ้องนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการทำงานหลังจากฟังความเห็นทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น ประเด็นที่ตนนำมาตั้งข้อสงสัย ไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่สงสัยว่าอาจจะทุจริต แต่คณะทำงานในกระบวนการของ กกต. ก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกัน จึงได้มีมติสั่งฟ้อง

เมื่อถามว่าโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw จะออกมาเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่มี หาก กกต.ไม่สั่งฟ้องทั้งหมด นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปถามภาคประชาชน แต่ในฝั่งของตนยืนยันว่าได้ข้อมูลมาจากหลายทาง และได้กลั่นกรองข้อมูลระดับหนึ่ง

เมื่อกลั่นกรองแล้วเห็นว่ามีมูลจึงนำเสนอต่อสังคมและเป็นในลักษณะข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะคำถามที่ตั้งไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งแต่ที่นำเสนอข้อมูลมา ยังไม่มีข้อมูลไหนที่คนอื่นมาหักล้าง ทั้งเรื่องเส้นเงินหลายจังหวัด

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อมูลที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้มา ตนก็ทราบเท่าที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เราเข้าใจการทำงานของอนุชุดที่ 36 มากขึ้น เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พูดมาตลอด ต้องการให้นำเสนอข้อมูลในทุกขั้นของ กกต.

แจงทำไมต้องตั้งคำถามความเชื่อถือชุด36

ที่ผ่านมาตนพยายามขอข้อมูลจากกกต. มาโดยตลอด ต้องการจะทราบถึงวิธีการทำงานของอนุชุดที่ 36 ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลลับ แต่กกต. ไม่เคยให้ความร่วมมือ และในวันที่ 4 ก.ย.นี้ กกต.จะมารายงานประจำปีที่สภาฯ ก็จะสอบถามข้อมูลเรื่องนี้ด้วย

“ทำไมจึงต้องตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของอนุชุดที่ 36 เพราะเห็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ดูจะสวนทางกับพยานหลักฐานที่เห็น หลายคนอาจตั้งคำถามว่าอนุชุดที่ 26 สั่งฟ้อง 229 คน หลักฐานชัดเกือบทุกคนไหม แต่สิ่งที่เราเห็นจากอนุชุดที่ 36 คือไม่สั่งฟ้องใครเลย กำลังจะบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมดที่เราเห็น ในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าวันที่ 13 ก.ย.นี้จะมีการชุมนุมกดดันกกต. ทางพรรคประชาชนจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การทำงานของเราคู่ขนานกับภาคประชาชน อะไรที่เป็นกิจกรรมที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง เราก็ไปร่วม แต่รูปแบบของวันที่ 13 ก.ย.เป็นอย่างไร ตนยังไม่เห็นรายละเอียด

เมื่อถามว่านายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ได้เรียกรวมพล ให้มากันเยอะๆ ในวันที่ 13 ก.ย. นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องสาระสำคัญคงตรงกัน คืออยากให้กกต.สั่งฟ้อง 229 คนไปที่ศาล ส่วนใครใน 229 คน จะผิด หรือไม่ผิด ให้เป็นหน้าที่ของศาลพิพากษา และเหตุผลอีกอย่างที่เรียกร้องคือการตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของ กกต. ด้วย

“ปฎิเสธไม่ได้ว่า 4 ใน 7 กกต. มาจากการรับรองโดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน จึงมีความกังวลใจว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระ จากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ ทางที่ดีที่สุดถ้ามีการสั่งฟ้องไปที่ศาล ศาลจะมาทำหน้าที่ในฐานะคนกลาง” นายพริษฐ์ กล่าว

ยันปชน.ไม่เคยมีมติส่งชิงนายกอบจ.สิงห์บุรี

เมื่อถามว่านายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สว.จากภาคประชาชนก็นัดเลี้ยงกันที่ร้านเดียวกันและมีคนจ่ายค่ากาแฟแค่คนเดียว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. คนไหน ไม่ว่าจะถูกนิยามว่ากลุ่มใด ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน

ส่วนรายละเอียดข้อมูลของนายชีวะภาพ คนที่จะตอบได้ดีในเรื่องนี้คือนายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ที่เป็นคนรวบรวมและนำเสนอข้อมูลตรงนี้และนายชีวะภาพ ก็มีการยืนยันข้อมูลทั้งการเดินทางไปที่โรงแรม จ.นครนายกจริง และมีการยอมรับถึงการโอนเงิน บางประการจริง ถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะฟังความทั้งสองด้าน

เมื่อถามถึงการทาบทามนายชีวะภาพ มาลง นายกอบจ.สิงห์บุรี ในนามพรรคประชาชน แต่นายชีวะภาพไม่มาเพราะติดทำคดีของแม่ผู้นำจิตวิญญาณอยู่ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อมูลแต่เท่าที่ทราบ พรรคประชาชนไม่เคยส่งผู้สมัครลงนายกอบจ. สิงห์บุรี

ต่อข้อถามว่ามีการไปทาบทามหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เท่าที่รู้ ไม่เคยมีมติส่งผู้สมัครนายกอบจ.สิงห์บุรี แต่นายชีวะภาพ มีสิทธิ์ให้ข้อมูลได้ และสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งนายชีวะภาพ ในนามพรรค

เมื่อถามว่ ในเวทีผู้นำฝ่ายค้าน มีการเอาเรื่องชู้สาวไปล้อเลียน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เวทีจะพยายามเน้นสาระเป็นหลัก แต่อาจจะไม่รู้ทุกประโยคหรือควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พริษฐ์ บี้ กกต.ส่งฟ้องศาลคดีโกงสว.ทั้ง229คน ย้ำข้อมูลเชื่อถือได้ อย่าทำตัวเป็นศาลเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...