โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

องคมนตรี ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.40 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. ในฐานะรองประธานอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เดินทางไปยังห้องประชุมโครงการชลประทานนครศรีธรรมราช ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช

โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะ ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วย 1) โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างแผนงานโครงการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2566) โดยขุดคลองระบายน้ำ จำนวน 3 สาย ขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองวังวัว คลองท่าเรือ-หัวตรุด ก่อสร้างประตูระบายน้ำ จำนวน 7 แห่ง และก่อสร้างสะพานรถยนต์ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอขยายระยะเวลาโครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราช และ ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ประมาณร้อยละ 90 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 12 ตำบล ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 32,253 ครัวเรือน พร้อมทั้งสามารถเก็บกักน้ำต้นทุนเพื่อกิจกรรมการใช้น้ำด้านต่าง ๆ ในหน้าแล้งประมาณ 5.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่รับประโยชน์อยู่บริเวณสองฝั่งคลองระบายน้ำ ประมาณ 17,400 ไร่

2) โครงการฝายคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งใหญ่ กรมชลประทานเริ่มดำเนินการและก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 ลักษณะโครงการเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก สันฝายสูง 2.50 เมตร ยาว 26 เมตร มีประตูระบายน้ำและระบายทรายกว้าง 3 เมตร สูง 2.50 เมตร จำนวน 3 ช่อง และระบบส่งน้ำจำนวน 6 สาย ความยาวรวม 20.60 กิโลเมตร พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันยังใช้การได้ปกติ สามารถส่งน้ำให้ราษฎรในพื้นที่ 14 หมู่บ้าน 3 ตำบล ได้แก่ หมู่ที่ 2, 3, 4, และ 11 ตำบลท่ายาง หมู่ที่ 1, 3, 8, และ 9 ตำบลบางรูป หมู่ที่ 1, 3, 8, และ 9 ตำบลทุ่งสัง จำนวน 326 ครัวเรือน ได้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดปี และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จำนวน 11,200 ไร่

3) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตำบลช้างกลางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอช้างกลาง โดยในระยแรกกรมชลประทาน ดำเนินการกิจกรรมทำนบดินและอาคารประกอบ ด้วยงบประมาณ กปร. ลักษณะโครงการ เป็นทำนบดิน ขนาดกว้าง 8 เมตร สูง 14 เมตร ยาว 127 เมตร ปัจจุบัน อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ 65 และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะสามารถส่งน้ำสนับสนุนด้านการอุปโภค - บริโภคให้แก่ราษฎร หมู่ที่ 6 บ้านควนส้าน หมู่ที่ 11 บ้านวังทอง หมู่ที่ 15 บ้านน้ำน้อยเหนือ และหมู่ที่ 17 บ้านนาเกาะ ตำบลช้างกลาง หมู่ที่ 4 บ้านน้ำน้อยใต้ และหมู่ที่ 5 บ้านไทรงาม ตำบลสวนขัน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 1,200 ครัวเรือน ประชากร 3,000 คน รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 660 ไร่

4) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำคลองวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งสง ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำทั้งในหน้าแล้ง และบรรเทาอุทกภัยในหน้าฝน รวมทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอให้แก่ราษฎร จำนวน 2,550 ครัวเรือน 8,925 คน และสามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 17,090 ไร่ ในพื้นที่ตำบลนาหลวงเสน ตำบลนาไม้ไผ่ และตำบลควนกรด ต่อไป

ช่วงบ่าย องคมนตรี และคณะ เดินทางไปยังโครงการฝายคลองเสลาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอฉวาง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2539 ตามที่ ราษฎรหมู่ที่ 9 บ้านปลายคลองเสลา ตำบลละอาย อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตรในหน้าแล้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ. 2541 ลักษณะโครงการเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดสันฝายสูง 2 เมตร ยาว 18 เมตร และระบบส่งน้ำ ยาว 13,560 เมตร สามารถส่งน้ำให้ราษฎรในพื้นที่ หมู่ที่ 2, 8, 9 และ 16 ตำบลละอาย อำเภอฉวาง จำนวนประมาณ 800 ครัวเรือน 2,800 คน ได้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคอย่างเพียงพอตลอดปี และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้อีกจำนวน 1,450 ไร่ จากนั้น เยี่ยมชมสวนทุเรียน ของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ด้วยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงรับโครงการตามที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ รวม 32 โครงการ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จและสร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎรไปแล้ว 18 โครงการ

กองประชาสัมพันธ์สำนักงาน กปร.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...