ทริปตกปลามรณะ ภาพสุดท้ายก่อนกลายเป็น 5 ศพ เหลือเด็กกำพร้า 3 คน
โศกนาฏกรรมกลางแม่น้ำโอไฮโอ 5 ชีวิตจมน้ำเสียชีวิตเพราะพยายามช่วยกัน เหลือเด็กกำพร้า 3 คน พร้อมภาพสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ
เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นที่แม่น้ำไซโอโต รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา กลุ่มเพื่อนและครอบครัว 5 คน ที่ออกมาตกปลาในวันหยุด จมน้ำเสียชีวิตทั้งหมดจากการพยายามช่วยเหลือกันเอง ทิ้งไว้เพียงเด็กเล็ก 3 คนที่ต้องกลายเป็นกำพร้า
เหตุเกิดเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 บริเวณพื้นที่ตกปลาริมถนนริเวอร์ไซด์ ใกล้กับสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำโอชอห์เนสซี ในเขตเทศมณฑลเดลาแวร์ ใกล้เมืองพาวเวลล์ รัฐโอไฮโอ
วันนั้นท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใส และอากาศร้อนจัดที่ยาวนานหลายสัปดาห์เพิ่งคลี่คลายลง นายโฆเซ มาริโอ ปิเนดา ดิอาส วัย 33 ปี กับนางมาริน่า ซูยาปา เรกาลาโด ภรรยาวัย 28 ปี จึงพาลูกทั้งสองคนออกมาตกปลาแบบสบายๆ โดยมีคู่สามีภรรยาอีกคู่หนึ่งและเพื่อนอีกหนึ่งคนร่วมเดินทางมาด้วย
ตามคำบอกเล่าของนายเจฟฟรีย์ บัลเซอร์ นายอำเภอเทศมณฑลเดลาแวร์ จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมคือ ผู้ใหญ่คนหนึ่งลงไปว่ายน้ำแล้วเกิดอาการว่ายไม่ไหว ผู้ใหญ่อีกสองคนจึงกระโดดลงไปช่วย จากนั้นอีกสองคนที่เหลือก็ลงไปช่วยตามอีก สุดท้ายไม่มีใครขึ้นฝั่งได้เลยแม้แต่คนเดียว
เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.15 น. หลังจากผู้ขับรถผ่านสังเกตเห็นเด็กเล็กคนหนึ่งอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างชัดเจน กำลังเดินอยู่ริมถนน จึงโทรแจ้ง 911
ผู้แจ้งเหตุระบุว่า เด็กชายอายุราว 4 ถึง 6 ปี ที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวห่อตัวอยู่ กำลังร้องเรียกหาแม่และร้องไห้ พร้อมบอกว่าครอบครัวของตนอยู่ในแม่น้ำ ผู้แจ้งกังวลว่าเด็กกำลังจะเดินออกไปยังถนนหลายช่องจราจรที่ทอดยาวเลียบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างผู้หญิงสองคนขึ้นจากแม่น้ำได้ในคืนนั้น และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ก่อนแพทย์จะยืนยันว่าเสียชีวิต ส่วนร่างของผู้ชายอีกสามคนถูกพบในวันถัดมา
ภาพสุดท้ายที่อาจเป็นภาพขณะมีชีวิต
ประเด็นที่สะเทือนใจอย่างมากคือ ภาพถ่ายที่นายมาร์คัส แอล. มาร์ติน บาทหลวงนิกายแบปทิสต์ซึ่งล่องเรือในแม่น้ำสายนี้มานานกว่า 10 ปี บันทึกไว้ได้ในวันเกิดเหตุ
ภาพแสดงให้เห็นผู้ใหญ่ 5 คนยืนตกปลาอยู่ในน้ำระดับต้นขา ถือคันเบ็ดอยู่ในมือ และยืนล้อมรอบท่อนไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าคือกลุ่มผู้เสียชีวิตทั้งห้าคน
มาร์ตินเล่ากับสำนักข่าว AP ว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่เห็นกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่ลึกเข้าไปในบริเวณที่ตนรู้ว่าอันตราย เพราะถูกสอนมาว่าพื้นที่แถบนั้นมีความลาดชันสูงและมีจุดที่พื้นแม่น้ำลึกลงกะทันหัน
เขาเล่าว่าขณะล่องเรือผ่าน เห็นผู้ใหญ่ 5 คนอยู่ในน้ำ และเด็ก 2 คนอยู่บนตลิ่งหญ้าใกล้ๆ และเมื่อกลับมาอีกครั้งในอีกสองชั่วโมงต่อมา กลุ่มคนเหล่านั้นก็ยังอยู่ที่เดิม เขาบอกว่าไม่รู้ว่าอะไรทำให้รู้สึกแบบนั้น แต่ตนคิดว่าจำเป็นต้องถ่ายภาพนี้ไว้
มาร์ตินยอมรับว่าเคยคิดจะเตือนกลุ่มคนเหล่านั้นถึงอันตราย แต่ไม่อยากขับเรือตัดผ่านระหว่างเรือลำอื่นอีกสองสามลำที่อยู่ใกล้กัน เพราะจะทำให้เกิดคลื่นมากเกินไป และหลังทราบข่าว เขาก็นอนไม่หลับกับการตัดสินใจครั้งนั้น
ทั้งนี้ สำนักข่าว AP ระบุว่า หลังจากถ่ายภาพนี้ หากเป็นกลุ่มเดียวกันจริง กลุ่มดังกล่าวอาจกลับขึ้นฝั่งไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในจุดนี้
แม่น้ำที่ดูสงบแต่ไหลเชี่ยว
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้อันตรายกว่าที่ตาเห็น คือสภาพแม่น้ำในวันนั้น แม้ผิวน้ำจะดูสงบ แต่ข้อมูลจากเครื่องวัดระดับน้ำของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ที่เขื่อนใกล้เคียง ระบุว่าแม่น้ำมีระดับสูงและไหลเชี่ยว ด้วยอัตราการไหล 350 ลูกบาศก์ฟุตต่อวินาที ซึ่งมากกว่าอัตราเฉลี่ยปกติกว่าเท่าตัว
ทางการฮอนดูรัสยืนยันเมื่อวันอังคารว่า ผู้เสียชีวิต 4 ใน 5 คนเป็นพลเมืองฮอนดูรัส ประกอบด้วยคู่สามีภรรยาสองคู่
คู่แรกคือนายโฆเซ มาริโอ ปิเนดา ดิอาส วัย 33 ปี และนางมาริน่า ซูยาปา เรกาลาโด วัย 28 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ของเด็กสองคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยทั้งคู่ย้ายมาอยู่ที่เมืองโคลัมบัสเมื่อ 6 ปีก่อน และมาริน่าป่วยเป็นมะเร็งมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
คู่ที่สองคือนายมิเกล อังเคล เกร์รา และนางคาร์เมน อิดาเลีย ลารา เฟอร์เรรา ทั้งคู่อายุ 33 ปี ซึ่งได้รับการยืนยันตัวตนจากสำนักงานประธานาธิบดีฮอนดูรัสและกระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส โดยทั้งคู่มีลูกสาววัย 7 ขวบ
ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ห้า ทางการยังไม่เปิดเผยชื่อ โดยรอการแจ้งครอบครัวก่อน
นางฟลาเบีย ซาโมรา ผู้อำนวยการฝ่ายกงสุล กระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส ระบุว่า ขณะนี้กำลังประสานงานกับทางการสหรัฐฯ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศ โดยกระบวนการส่งกลับจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อระบุตัวตนผู้เสียชีวิตครบทุกรายแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน
สำหรับเด็กสองคนของปิเนดาและเรกาลาโด ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของรัฐโอไฮโอ และจะมีการจัดการเพื่อส่งกลับไปอยู่กับญาติในฮอนดูรัส ขณะที่ครอบครัวและเพื่อนได้เปิดระดมทุนผ่าน GoFundMe เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีที่บ้านเกิด
ขณะนี้การสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตยังคงดำเนินอยู่
ที่มา: Associated Press, ABC News, NBC News, New York Post, WSYX, NBC4 Columbus, สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ
อ่านข่าวท่เกี่ยวข้อง