“เยน” อ่อนค่ากลับสู่ 158.45 เยน หลังสหรัฐ-ญี่ปุ่นแทรกแซง จับตาหลุด 160 เยน ลุ้นอัดเงินพยุงรอบใหม่
"เยน" อ่อนค่ากลับสู่ 158.45 เยน หลังสหรัฐ-ญี่ปุ่นแทรกแซงที่คาดว่าทุ่มเงินรวมราว 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์ จับตาหลุด 160 เยน นักวิเคราะห์ชี้เสี่ยงแทรกแซงซ้ำ
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 08.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่ากลับจนสูญเสียการแข็งค่าที่เกิดขึ้นหลังการแทรกแซงตลาดร่วมกันของสหรัฐและญี่ปุ่นไปเกือบครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่า ทางการทั้งสองประเทศอาจต้องกลับเข้ามาแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราอีกครั้ง โดยเฉพาะหากเงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์
ช่วงเช้าวันศุกร์ (7 ส.ค.) เงินเยนซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 158.45 เยนต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงอย่างมากจากระดับแข็งค่าสุดที่ 155.23 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังมาตรการแทรกแซงตลาดช่วยหนุนค่าเงินอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านั้น เงินเยนอ่อนค่าลงไปใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษ ก่อนที่ญี่ปุ่นและสหรัฐจะดำเนินการซื้อเงินเยนร่วมกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 ส่งผลให้ค่าเงินญี่ปุ่นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม การที่เงินเยนกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน สะท้อนข้อจำกัดของการแทรกแซงตลาดในการเปลี่ยนทิศทางค่าเงินในระยะยาว เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่กดดันเงินเยนยังคงอยู่ โดยเฉพาะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับกว้าง ภาระหนี้ของญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นและความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะคลี่คลายเริ่มลดลง ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเยน
เจ้าหน้าที่ของทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่า พร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น โดย โมห์ ซิอง ซิม นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. (OCBC) มองว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกแซงตลาดอีกครั้งอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยนเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงิน เช่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะช่วยลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ
BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตลาด Overnight Index Swap กำลังสะท้อนความเป็นไปได้ประมาณ 60% ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน ขณะที่ อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่น ระบุว่า ทางการจะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดเงินตราโดยประสานกับนโยบายการเงิน
ข้อมูลที่เปิดเผยออกมายังแสดงให้เห็นถึงขนาดของเงินที่ทางการใช้ในการพยุงค่าเงินเยน โดย Bloomberg วิเคราะห์ข้อมูลบัญชีของธนาคารกลางและประเมินว่า ทางการอาจใช้เงินประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์ในการเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม
ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน ทางการอาจใช้เงินอีกประมาณ 53,000 ล้านดอลลาร์ในการแทรกแซง ซึ่งหากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะถือเป็นการแทรกแซงค่าเงินภายในวันเดียวครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
นั่นหมายความว่า ภายในช่วงเวลาเพียง 2 วัน ทางการอาจใช้เงินรวมประมาณ 87,000 ล้านดอลลาร์ในการพยุงค่าเงินเยน แต่เงินเยนกลับสูญเสียการแข็งค่าจากมาตรการดังกล่าวไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงมีอยู่ในตลาด
อิดันนา แอปปิโอ ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก First Eagle Investments มองว่า การแทรกแซงตลาดสามารถช่วยซื้อเวลา ให้ทางการปรับส่วนผสมของนโยบายหรือส่งสารต่อนักลงทุนได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่การแทรกแซงเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
นักลงทุนยังเพิ่มความระมัดระวังก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ ซึ่งอาจมีผลต่อการคาดการณ์ทิศทางนโยบายของเฟดและค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่ความผันผวนโดยนัยของคู่เงินดอลลาร์/เยน ระยะ 1 สัปดาห์ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวครอบคลุมทั้งการประกาศข้อมูลการจ้างงานและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
ชารู ชานานา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Saxo Markets มองว่า ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะร่วมมือกันแทรกแซงตลาดอีกครั้งยังคงมีอยู่ โดยถ้อยแถลงของ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่ย้ำว่าพร้อมทำทุกวิถีทางที่จำเป็น รวมถึงการที่กระทรวงการคลังสหรัฐ แจ้งให้ธนาคารต่าง ๆ เตรียมพร้อมสำหรับมาตรการในอนาคต เป็นสัญญาณว่าการแทรกแซงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจไม่ใช่การดำเนินการเพียงครั้งเดียว
ทิศทางเงินเยนหลังจากนี้จึงอาจขึ้นอยู่กับมากกว่าการเข้าแทรกแซงโดยตรงของรัฐบาล โดยตลาดจะจับตาทั้งระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของ BOJ รวมถึงทิศทางนโยบายของเฟด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าสหรัฐฯ และญี่ปุ่นจำเป็นต้องกลับเข้ามาพยุงค่าเงินอีกครั้งหรือไม่
อ้างอิง : bloomberg.com