โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เมื่อทุกสิ่งต้องการอัพเกรด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2567 เวลา 05.00 น.

หนังสือมังงะ Ghost in the Shell ภาคแรกวางตลาดเมื่อปี 1991 (ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารก่อนหน้านั้น) เป็นหนังสืออ่านยาก ดูฉบับหนังการ์ตูนอะนิเมะปี 1995 สนุกกว่ามาก เป็นหนึ่งในอะนิเมะที่ไอเดียบรรเจิดเป็นที่สุดแห่งยุค

อย่าลืมว่าเวลานั้นอย่างน้อยที่บ้านเราก็ยังไม่มีเน็ตและไม่มีสมาร์ตโฟน ยังมิได้เข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารเต็มตัว

หนังสือมังงะภาคสอง Ghost in the Shell 2: Man-Machine Interface วางตลาดเมื่อปี 2011 (ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารก่อนหน้านั้น) ตัวเล่มหนังสือสวยมากที่สุด ฉบับภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมันอย่างดีคมชัดพอๆ กัน คมกริบทั้งรูปเล่มและปรัชญาที่ซ่อนเร้น ภาพสีสวยมากๆ แต่อ่านยากยิ่งขึ้นไปอีก ภาคสองเรื่องนี้ไม่เคยสร้างเป็นอะนิเมะ

อะนิเมะภาคสองที่เคยดูกันคือ Ghost in the Shell 2 : Innocence ปี 2004 เป็นหนังที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหนังแยกจากเส้นเรื่องหลักมีเนื้อเรื่องเป็นอิสระ

อะนิเมะที่สร้างจากมังงะภาคหนึ่ง (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงแล้วหลายปีก่อน) จบลงเมื่อนางเอกโมโกโตะ คึซานากิ หรือเมเจอร์ หลอมรวม “โกสต์” กับนักเชิดหุ่นซึ่งเป็นตัวร้ายของเรื่อง ที่ไม่ชัดเจนคือหลังจากรวมโกสต์แล้วร่างไซบอร์กหรือ “เปลือก” ของมาโกโตะหายไปไหน

ที่ทุกคนจำได้ติดตาจากภาคหนึ่งนี้คือร่างที่ฉีกขาดของเธอขณะต่อสู้กับหุ่นรบแมงมุมสี่ขา (โกสต์เป็นได้หลายสิ่งอย่างตั้งแต่ข้อมูลในสมอง จิตใจ อีโก้ ไปจนถึงจิตวิญญาณ รวมทั้ง entity ที่หาคำแปลไทยไม่ได้)

หนังสือมังงะภาคสอง Ghost in the Shell 2 : Man-Machine Interface (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงแล้วหลายปีก่อน) เล่าเรื่องราวต่อจากนั้น โมโกโตะและนักเชิดหุ่นซึ่งมีคำถามว่าเมื่อโกสต์ทั้งสองรวมกันแล้วเป็นใครกันแน่หรือสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่จะเผชิญคำถามที่ยากยิ่งขึ้นไปอีกเกี่ยวกับการโคลนนิ่งและเอไอ (หากอ่านฉบับภาษาอังกฤษจะพบว่าเราแปลไม่ได้ ทำได้อย่างมากคือเข้าใจเท่าที่เราเข้าใจได้ แล้วใช้คำศัพท์ภาษาไทยเท่าที่มีให้ใช้ในปี พ.ศ.นั้นๆ)

ผมไม่เคยอ่าน Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เพิ่งได้อ่านฉบับแปลไทยของแค็ทคอมิกส์เมื่อต้นปีนี้นี่เอง หนังสือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหน่วย 9 ระหว่างภาค 1 และภาค 2 ประกอบด้วยเรื่องสั้น 4 เรื่อง

อ่านสนุกดี พูดน้อยกว่า บู๊ระทึกและแปลดีกว่าที่คาดไว้มาก ลูกทีมของหน่วย 9 มากันครบทั้งบาตู โทงุสะ หัวหน้าอารามากิและคนอื่นๆ รวมทั้งฟุจิโคมะ (หุ่นเอไอแมงมุมสี่ขาเวอร์ชั่นน่ารักสองตัวที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้)

ที่เขียนมาตั้งแต่แรกเป็นการเขียนสำหรับคนที่รู้จัก Ghost in the Shell มาก่อนแล้วบ้างว่าเล่าเรื่องอะไรเป็นหลักซึ่งการ์ตูนที่รักสมัครใจที่จะเรียกตรงตามคำแปลนั่นคือ “โกสต์” ที่อยู่ใน “เปลือก” โดยที่โกสต์หมายถึงอะไรที่มองไม่เห็นของชีวิต ส่วนเปลือกหมายถึงผิวหนังที่ห่อหุ้มโกสต์ซึ่งเป็นได้ทั้งเนื้อหนังมังสาอย่างนักสืบโทงุสะซึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ บาตูซึ่งเป็นไซบอร์ก หรือโมโกโตะซึ่งเป็นไซบอร์กทุกส่วนของร่างกายยกเว้นสมอง อย่างไรก็ตาม คือยุคสมัยที่สมองของคนเราสามารถเปลี่ยนเป็นสมองไซเบอร์แล้วเชื่อมต่อเน็ต

หน่วย 9 เป็นหน่วยงานรักษาความมั่นคงภายในทำงานปราบจารกรรมไซเบอร์ในโลกอนาคตที่ซึ่งมนุษย์และไซบอร์กและเอไอสามารถเชื่อมต่อกับเน็ตได้ตามต้องการ

นึกภาพคนทุกคนสามารถค้นข้อมูลจากเน็ตได้ด้วยใจและคุยกันผ่านเน็ตได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้มือถือหรือแว่นมือถือ แต่มิใช่ทุกคนจะทำได้เท่ากันเพราะ “ความเหลื่อมล้ำ” ในการเข้าถึงข้อมูลยังมีอยู่

เมื่อสิ่งที่กำหนดให้เป็นแบบนี้แล้วมนุษย์จะพัฒนาไปเป็นตัวอะไร กับอาชญากรรมในสังคมหรือความฉ้อฉลทางการเมืองจะเปลี่ยนรูปแบบไปได้อย่างไรบ้าง นอกจากมังงะสามภาคหลักและอะนิเมะสองภาคหลักแล้วยังมีมินิซีรีส์ Ghost in the Shell: Stand Alone Complex อีก 3-4 ชุด (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงเมื่อหลายปีก่อน) ที่เน้นบู๊ระห่ำยิงกันอุตลุด

แต่คำถามทางปรัชญาก็มิใช่ย่อย น่าดูทุกๆ ชุด

เรื่องสั้นสี่เรื่องใน Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor ได้แก่ “Fat Cat”, “Drive Slave”, “Mines of Mind” และ “Lost Past” ทั้งหมดเป็นงานเขียนที่มาซามุเนะ ชิโร ทยอยเขียนไว้ก่อนภาคสองแต่เพิ่งวางจำหน่ายรวมเล่มปี 2003 ที่แปลไทยรอบนี้แปลจากฉบับสมบูรณ์แก้ไขปรับปรุงโดยมาซามุเนะ ชิโร เองเมื่อปี 2017

ต่อไปจะมิได้เล่าเรื่องละเอียดแต่เล่าสิ่งที่ตัวเองได้จากการอ่าน

เรื่องที่หนึ่ง Fat Cat เล่าเรื่องคนที่ตายแล้วออกปฏิบัติการด้วยรีโมตคอนโทรล ก็ในเมื่อสมองคนเราเชื่อมต่อกับเน็ตได้แล้วถ้าเช่นนั้นความตายที่แท้นับตั้งแต่ตอนไหน และส่วนที่หลงเหลือยังสามารถใช้ “ชีวิต” ต่อได้หรือเปล่า สมมุติว่าได้จะควบคุมระยะไกล (รีโมตคอนโทรล) ได้อย่างไรกับมากเท่าไร

เรื่องที่สอง Drive Slave เล่าเรื่องมือระเบิดที่เปลี่ยนร่างกายตนเองเป็นระเบิดเดินได้ โมโตโกะ คึซานากิ ปรากฏตัวสร้างความประหลาดใจแก่นักอ่านและสมาชิกหน่วย 9 แหม! ใครๆ ก็คิดถึง ข้างหนึ่งเป็นมนุษย์แต่พยายามอัพเกรดตัวเองเป็นไซเบอร์เนติกส์

ในขณะที่มาโตโกะเป็นไซบอร์กเต็มตัวและหลอมรวมกับนักเชิดหุ่นในเน็ตไปแล้วไม่นับว่าตอนนี้สมองกลายเป็นไทเทเนียมไปแล้ว (มีฉากที่เธอถูกยิงหนังหัวหลุดและฉีกฝาครอบแมงมุมรบจนแขนขาดแบบในอะนิเมะ) แต่เธอก็พยายามเรียกความเป็นมนุษย์กลับคืนมา

ปัญหาคือไม่รู้สมองจริงๆ ของเธอไปอยู่ที่ไหน แล้วร่างกายของเธอไปพักร้อนที่ไหน

เรื่องที่สาม Mines of Mind หน่วย 9 เข้าสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องพวกลักลอบค้าอาวุธสงครามโดยทำงานร่วมกับกองทัพ หน่วย 9 มีโทงุสะและบาตูนำทีมโดยมีฟุจิโคมะเป็นผู้ช่วย ฝ่ายกองทัพใช้ไซบอร์กสองตัวออกนำหน้าทำทีให้ตามล่ากันเองโดยที่มีคิม อดีตทหารผ่านศึกเพื่อนเก่าของบาตูชักใยอยู่เบื้องหลัง

ขณะที่โทงุสะและพรรคพวกคุยกับบาตูทางเน็ต คิมไม่สามารถร่วมวงด้วยได้ เมื่อบาตูและคิมไปถึงที่เกิดเหตุฆาตกรรมพวกลักลอบค้าอาวุธรายที่สามซึ่งบัดนี้ร่างเน่าเฟะไปแล้วแต่สมองไซเบอร์ยังถูกแฮ็กอยู่ บาตูแฮ็กตนเองให้คิมเห็นร่างที่เหลือแต่หัวของเขาก่อนจะเปิดโปงคิมในตอนท้าย นี่จะเป็นโลกที่ความเป็นส่วนตัวเกิดได้ยากที่สุดแม้ว่าร่างจะตายและเน่าเปื่อยไปแล้ว

ตอนที่สี่ Lost Past สาวคนหนึ่งวิ่งหนีอะไรอยู่ ส้นรองเท้าหักและรองเท้าหลุด เธอถูกชายสองคนจับขึ้นรถ คนหนึ่งยิงสมองไซเบอร์ของเธอทิ้ง ทันใดนั้นรถบรรทุกคันใหญ่สวนทางมาชนคนทั้งสามตายคารถ หน่วย 9 โดยโทงุสะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ สาวน้อยที่ตายเป็นคนของสมาคมโอกินาวาซึ่งกำลังมีปฏิบัติการลับร่วมกับนักการเมืองคนหนึ่งที่ฝักใฝ่ไต้หวัน จีนส่งมือสังหารหยวนเข้ามาเพื่อเก็บนักการเมืองนั่นทิ้ง ตอนนี้อ่านง่าย ส่วนสำคัญจึงเป็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่มากกว่าตัวเนื้อเรื่อง

สาวน้อยตอนต้นเรื่องถูกยิงสมองไซเบอร์เพื่อทำลายข้อมูลรั่วไหล คนขับรถบรรทุกถูกโจมตีทางเน็ตทำให้หลับใน หยวนเชื่อมต่อดาวเทียมจึงเบี่ยงเบนกระสุนของบาตูออกได้ จะเห็นว่าสมองมนุษย์ไม่สามารถอยู่อย่างสันโดษหรือโดดเดี่ยวได้เลย การเชื่อมต่อมีตลอดเวลาและมันหนวกหูมาก

ใครๆ ก็อยากมีสมองที่ดีขึ้นทัดเทียมอมตะ แต่นอกจากไม่อมตะแล้วยังสูญเสียความเป็นคนอีกด้วย

นี่คือสิ่งที่การแพทย์แผนปัจจุบันวันนี้กำลังทำกับมนุษย์ •

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เมื่อทุกสิ่งต้องการอัพเกรด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...