ทริปไอเดีย 3 วัน เที่ยวอินโดนีเซีย ประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีที่ไหนน่าไปบ้าง?
LSA Thailand
อัพเดต 05 ก.ค. 2567 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 00.08 น. • Lifestyle Asia Thailandในดินแดนแห่งหมู่เกาะอันกว้างใหญ่ ที่ทอดตัวอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดีย อินโดนีเซียคือดินแดนที่อุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง วัฒนธรรมที่หลากหลาย และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่เชื้อเชิญให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ที่น่าจดจำ วันนี้ LSA Guide! ชวนคุณออกไป เที่ยวอินโดนีเซีย ด้วยกัน
การเดินทางสู่ดินแดนแห่งหมู่เกาะอันกว้างใหญ่ อินโดนีเซีย คือการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และความตื่นตาตื่นใจ ในฐานะ ‘ประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ อันเป็นที่ตั้งของความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมที่หลากหลาย และภูมิประเทศที่น่าทึ่ง ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนอันเขียวชอุ่มไปจนถึงภูเขาไฟที่สูงตระหง่าน และชายหาดที่สวยงามราวภาพวาด
Best Time
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ เที่ยวอินโดนีเซีย คือช่วงฤดูแล้ง ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคม ในช่วงเวลานี้ สภาพอากาศโดยทั่วไปจะแห้งและมีแดดจัด เหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งและเพลิดเพลินกับกิจกรรมชายหาด ส่วนช่วงไฮซีซันของอินโดนีเซียคือช่วง เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ซึ่งอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง
- ฤดูฝน (พฤศจิกายน-มีนาคม) อากาศร้อนและชื้น มีฝนตกชุก โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ในร่ม เช่น พิพิธภัณฑ์และวัดวาอาราม
- ฤดูแล้ง (เมษายน-ตุลาคม) อากาศแห้งและมีแดดจัด มีฝนตกน้อย เหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งและเพลิดเพลินกับกิจกรรมชายหาด
Trip Idea
Day 1: จัตุรัสเมอร์เดก้า (Monas) – อนุสาวรีย์แห่งชาติ (Monumen Nasional) – พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินโดนีเซีย (Museum Nasional Indonesia)
เช้า: เดินทางถึง สนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา (CGK) และเช็คอินที่โรงแรมในจาการ์ตา
บ่าย: เยี่ยมชม จัตุรัสเมอร์เดก้า (Monas) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงจาการ์ตา สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของอินโดนีเซีย สร้างขึ้นในปี 1975 เพื่อเป็นการระลึกถึงการประกาศเอกราชของอินโดนีเซียในปี 1945 จัตุรัสแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอินโดนีเซีย Soedarsono และมีพื้นที่กว่า 100 เอเคอร์
จุดเด่นของจัตุรัสเมอร์เดก้าคือ อนุสาวรีย์แห่งชาติ (Monumen Nasional) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Monas” ซึ่งเป็นหอคอยสูง 137 เมตร ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การต่อสู้เพื่อเอกราชของอินโดนีเซีย ภายในหอคอยมีลิฟต์ที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวเมืองจาการ์ตาได้แบบพาโนรามา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปรอบๆ จัตุรัสเมอร์เดก้า ชมอนุสาวรีย์แห่งชาติ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ภายในหอคอย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ชมการแสดงน้ำพุเต้นระบำในตอนกลางคืน, ปั่นจักรยานหรือวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะโดยรอบ หรือ ชมการแสดงทางวัฒนธรรมและงานเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นในจัตุรัส
สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) หรือรถไฟฟ้า (KRL) สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Monas เวลาทำการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินโดนีเซีย (Museum Nasional Indonesia) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงจาการ์ตา ก่อตั้งขึ้นในปี 1778 และมีคอลเลกชันสิ่งของทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดีที่หลากหลายจากทั่วประเทศอินโดนีเซีย รวบรวมไว้มากกว่า 140,000 ชิ้น แบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่ ได้แก่
- โบราณคดี: ทั้งโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหิน และยุคสำริด
- ประวัติศาสตร์: สิ่งของจากยุคอาณาจักรฮินดู-พุทธ ยุคอาณาจักรอิสลาม และยุคอาณานิคม
- ชาติพันธุ์วิทยา: สิ่งของจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั่วประเทศอินโดนีเซีย
- ภูมิศาสตร์: แผนที่ภูมิประเทศ และตัวอย่างทางธรณีวิทยา
- ศิลปะ: ภาพวาด ประติมากรรม และงานหัตถกรรมจากทั่วประเทศอินโดนีเซีย
ไฮไลท์ บางส่วนของคอลเลกชันพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินโดนีเซีย ได้แก่
- หินจารึก Tugu: หินจารึกจากศตวรรษที่ 5 ซึ่งเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของการเขียนในอินโดนีเซีย
- รูปปั้นสำริดของพระพุทธรูป Amoghapasa: รูปปั้นสำริดขนาดใหญ่จากศตวรรษที่ 14
- หน้ากากทองคำจากสุมาตรา: หน้ากากทองคำที่ประณีตจากศตวรรษที่ 14
- ชุดแต่งกายแบบดั้งเดิมจากทั่วประเทศอินโดนีเซีย
- ภาพวาดโดยศิลปินชาวอินโดนีเซียที่มีชื่อเสียง
เพื่ออรรถรสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างครบถ้วนชัดเจน นำซื้อทัวร์นำชม หรือมีมัคคุเทศก์บรรยายแนะนำรายละเอียดต่างๆ จะดีมากๆ
เย็น: รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร Warung Daun ซึ่งเสิร์ฟอาหารอินโดฯ แบบดั้งเดิม
Day 2: ภูเขาไฟ Tangkuban Perahu – ชมไร่ชาใน Ciwidey
เช้า: เดินทางไปยังเมืองบันดุงโดยใช้บริการ รถไฟ Argo Parahyangan หรือรถบัส Damri (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)
บ่าย: เยี่ยมชม ภูเขาไฟ Tangkuban Perahu เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ตั้งอยู่บนที่ราบสูง Dieng ในจังหวัดชวาตะวันตก ภูเขาไฟแห่งนี้มีลักษณะเป็นปล่องภูเขาไฟที่ยุบตัวลงจนเกิดเป็นแอ่งขนาดใหญ่ ซึ่งมีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง ตามตำนานพื้นบ้านของชาวซุนดา ภูเขาไฟ Tangkuban Perahu เกิดจากความโกรธของ Sangkuriang ซึ่งเป็นเจ้าชายหนุ่มที่ตกหลุมรัก Dayang Sumbi แม่ของตนเอง เมื่อ Dayang Sumbi รู้ความจริง นางจึงสาปให้ Sangkuriang กลายเป็นภูเขาไฟ
มีความสูง 2,084 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปล่องภูเขาไฟมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 กิโลเมตร และมีความลึกประมาณ 200 เมตร ภายในปล่องภูเขาไฟมีปล่องภูเขาไฟย่อยหลายแห่งที่ยังคงมีการพ่นควันและก๊าซอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าขึ้นไปยังปล่องภูเขาไฟ เพื่อชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของแอ่งภูเขาไฟและทะเลสาบ นอกจากนี้ยังสามารถเดินไปรอบๆ ปล่องภูเขาไฟเพื่อชมปล่องภูเขาไฟย่อยและพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์
ชมไร่ชาที่แผ่กว้างใหญ่ในพื้นที่ Ciwidey เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องไร่ชาที่เขียวขจี และทิวทัศน์อันงดงามของภูเขา ตั้งอยู่บนที่ราบสูง Dieng ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นและชื้นเหมาะสำหรับการปลูกชา ไร่ชาเหล่านี้ทอดยาวไปตามเนินเขาและหุบเขา สร้างทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นหรือปั่นจักรยานไปตามไร่ชาเพื่อชมทิวทัศน์อันงดงาม นอกจากนี้ยังสามารถแวะเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปชาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตชา
เย็น: รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร Kampung Daun ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม
Day 3: พระราชวังโบโกร (Istana Bogor) – สวนพฤกษศาสตร์โบโกร (Kebun Raya Bogor)
เช้า: เดินทางไปยังเมืองโบโกรโดยใช้บริการ รถไฟ Pangrango หรือรถบัส Damri (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
บ่าย: เที่ยวอินโดนีเซีย กันต่อที่ พระราชวังโบโกร (Istana Bogor) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Istana Kepresidenan Bogor เป็นพระราชวังประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเมืองโบโกร จังหวัดชวาตะวันตก ใช้เป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และใช้สำหรับงานพิธีและการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สร้างขึ้นในปี 1745 โดยชาวดัตช์ในฐานะบ้านพักตากอากาศสำหรับผู้ว่าการทั่วไปของหมู่เกาะอินเดียตะวันออก พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขยายและปรับปรุงหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และกลายเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีหลังจากที่อินโดนีเซียได้รับเอกราชในปี 1945
พระราชวังโบโกรเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก อาคารหลักเป็นอาคารสองชั้นที่มีระเบียงเสาและหน้าจั่วสามเหลี่ยม ล้อมรอบด้วยสวนอันกว้างขวางซึ่งมีต้นไม้ ดอกไม้ และน้ำพุที่สวยงาม ภายในพระราชวังโบโกรมีห้องต่างๆ มากมาย ทั้งห้องโถงใหญ่ ห้องรับรอง ห้องอาหาร และห้องนอนของประธานาธิบดี ห้องต่างๆ เหล่านี้ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ ภาพวาด และของตกแต่งอื่นๆ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้โดยมีไกด์นำเที่ยว โดยมีทัวร์นำเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังสามารถเดินเล่นในสวนของพระราชวังได้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น.
เดินเล่นใน สวนพฤกษศาสตร์โบโกร (Kebun Raya Bogor) เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเด่นที่น่าสนใจต่างๆ เช่น เป็นแหล่งรวบรวมมากกว่า 3,000 สปีชีส์ของพืชจากทั่วโลก รวมทั้งพืชที่หายากและพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สวยงามและพื้นที่สำหรับการเดินป่า พักผ่อนได้อีกด้วย
เย็น: รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร Warung Sate Shinta ซึ่งมีเมนูสะเต๊ะที่โด่งดัง
Unseen
1. ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน (Kawah Ijen) – เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทของอินโดนีเซีย มีความสูงประมาณ 2,600 เมตร และมีทะเลสาบสีมรกต ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อปี ค.ศ. 1817 ทำให้มีทะเลสาบล้อมรอบปล่องภูเขาไฟ ที่สำคัญ ยังมีปรากฏการณ์เปลวไฟสีน้ำเงิน ที่พบเห็นได้เฉพาะช่วงค่ำคืนเท่านั้น
2. ทะเลสาบโตบา (Lake Toba) – ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะสุมาตรา เกิดจากการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 69,000-77,000 ปีก่อน
3. อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) – เขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1991 เป็น 1 ใน 3 เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มีทุ่งหญ้าสะวันนาปกคลุมตามทิวเขา บริเวณชายฝั่งจะมีหาดทรายสีขาวลาดเอนลงสู่น้ำทะเลสีฟ้า ใสสะอาดจนเห็นแนวปะการังใกล้กับชายฝั่ง
4. ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) – ภูเขาไฟที่สูงถึง 2,392 เมตร ทำให้เราได้เห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาที่เรียงสลับซับซ้อน สะท้อนแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง พร้อมกับทะเลหมอกที่รายล้อมรอบขุนเขา สวยอลังการเกินคำบรรยาย
Did You Know?
- อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 17,000 เกาะ ซึ่งใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า
- เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีประชากรมากกว่า 270 ล้านคน
- ประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชมากกว่า 10% ของโลก
- เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 15 ของโลก
- อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก โดยมีภูเขาไฟมากกว่า 17,000 ลูก
- เป็นประเทศที่ผลิตกาแฟมากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากบราซิล เวียดนาม และโคลอมเบีย
- อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีมัสยิดมากที่สุดในโลก โดยมีมัสยิดมากกว่า 800,000 แห่ง
- เป็นประเทศที่ใช้ภาษาถิ่นมากที่สุดในโลก โดยมีภาษาท้องถิ่นมากกว่า 700 ภาษา
- อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการเฉลิมฉลองวันหยุดมากที่สุดในโลก โดยมีวันหยุดมากกว่า 100 วันในหนึ่งปี
- นับเป็นประเทศที่มีการเต้นรำแบบดั้งเดิมมากที่สุดในโลก โดยมีมากกว่า 3,000 ชุด การแสดง
LSA Tips!
- แลกเงินที่ร้านค้าก่อนเดินทางไปเกาะต่างๆ เพราะบางที่อาจจะไม่รับบัตรเครดิต และเงินต่างประเทศ
- เรียนรู้คำภาษาอินโดนีเซียพื้นฐานบางคำเพื่อช่วยคุณสื่อสารกับชาวบ้าน เช่น อรุณสวัสดิ์ (Selamat pagi), ขอบคุณ (Terima kasih) และ ลาก่อน (Selamat tinggal) เป็นต้น
- เคารพวัฒนธรรมและประเพณี อันเป็นเรื่องที่เคร่งครัดมากในอินโดนีเซีย
- หากลงทะเลระวังเรื่องกระแสน้ำ เมื่อลงว่ายน้ำหรือดำน้ำตื้น
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images and Reference:
www.en.m.wikipedia.org/Indonesia
www.jakarta-tourism.go.id/
www.museumofwander.com/national-museum-of-indonesia/
www.rickshawtravel.co.uk/indonesia/information/when-to-go/
www.cekfakta.harianjogja.com/
www.mbtech.info/keindahan-istana-bogor
www.lovecrewar.best/
The information in this article is accurate as of the date of publication.