โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่ายยาว แจง 3 ประเด็น หลังมีข่าว ‘ลูกจ้างผี-ปลูกป่าทิพย์-เงินอุทยานฯ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 09.06 น. • The Bangkok Insight

อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่ายยาว แจง 3 ประเด็น หลังมีข่าว "ลูกจ้างผี-ปลูกป่าทิพย์-เงินอุทยานฯ" ย้ำมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ชี้เป็นเรื่องดีเพื่อความโปร่งใส

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึง กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ อันอาจส่งผลกระทบต่อองค์กรใน 3 ประเด็น

นายอรรถพล เจริญชันษา

ผู้พิทักษ์ป่า ลูกจ้างผี

โดยตั้งข้อสงสัยประเด็นแรก การจ้างลูกจ้างผีมาปฏิบัติงานพิทักษ์ป่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการปฏิบัติงานในการอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่า งานป้องกันไฟป่า งานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า มีความจำเป็นที่จะต้องจัดจ้างบุคลากรที่มีทักษะและประสบการณ์ ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับการคุ้มครองดูแลพื้นที่

.กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีการจ้างเจ้าหน้าปฏิบัติงานในลักษณะของการจ้างบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยได้รับค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนรายเดือน และการจ้างในลักษณะ TOR ซึ่งมีข้อกำหนดและขอบเขตการจ้างงานที่ชัดเจน คำนึงถึงความเหมาะสมต่องานและความคุ้มค่า และมีการตั้งกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างให้ถูกต้องตามข้อกำหนดและขอบเขตของงานข้างต้น

สำหรับการจ่ายเงินค่าจ้างทั้งบุคลภายนอกและ TOR ได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีของพนักงานโดยตรง กรมอุทยานแห่งชาติฯได้ให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึงความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศมาโดยตลอด จะเห็นได้จากมีการเพิ่มสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดได้มีการเพิ่มอัตราเงินเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จาก 9,000 บาท เป็น 11,000 บาท พร้อมกันทุกอัตราทั่วประเทศ ซึ่งจะมีผลภายในเดือนตุลาคม 2567

อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการกระทำความผิด หรือเป็นผู้ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งข้อมูลมายังกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ต่อไป

กรมอุทยานฯ

ปลูกป่าทิพย์

ประเด็นที่ 2 กรณีปลูกป่าทิพย์ การปลูกป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะดำเนินการปลูกฟื้นฟูในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งมีสภาพป่าเสื่อมโทรม ในช่วงเริ่มต้นของการกำหนดแปลงปลูก จะดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงานในระดับจังหวัด เช่น ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ฯลฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาถึงความเหมาะสมของแปลงปลูกป่าอย่างรอบคอบ

ภายหลังจากที่ได้มีการกำหนดแปลงปลูกป่าเป็นที่ชัดเจนแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะมีการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเพื่อคัดเลือกเอกชนสำหรับปลูกป่า มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำแปลงปลูกป่า แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจการจ้าง มีการสนับสนุนงบประมาณสำหรับฟื้นฟูบำรุงแปลงปลูกป่าในระยะ 2-10 ปี เมื่อพ้นจากระยะฟื้นฟูฯแล้ว จะพิจารณาส่งมอบพื้นที่ให้กับหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่ใกล้เคียง หรือหากพื้นที่ป่ามีสภาพความสมบูรณ์ตามระบบนิเวศ ก็จะดำเนินการประกาศผนวกเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามขั้นตอน

ดังนั้น ตามกระบวนการที่กล่าวมาจึงไม่อาจเป็นไปได้ที่จะมีการปลูกป่าทิพย์ตามข้อสงสัยข้างต้น

กรมอุทยานฯ

เงินงบประมาณกรมอุทยานฯ

ประเด็นที่ 3 ช่องโหว่ขอเงินนอกงบประมาณ (เงินอุทยานแห่งชาติ และเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า) การแก้ไขปัญหาช่องโหว่ของเงินอุทยานแห่งชาติและเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช. มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินอุทยานแห่งชาติ มีการใช้จ่ายตามระเบียบกรมฯว่าด้วยการนำส่ง การเก็บรักษา และการใช้จ่ายเงินเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติฯ พ.ศ. 2564 อย่างถูกต้องชัดเจนตามระเบียบที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการใช้จ่ายเงินอุทยานแห่งชาติ โดยมีบุคคลภายนอกอันเป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมในกระบวนการพิจารณาโครงการต่างๆที่ได้รับการเสนอ เงินอุทยานแห่งชาติ และเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า จะถูกนำมาใช้จ่ายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในพื้นที่โซนบริการของอุทยานแห่งชาติ ใช้จ่ายเป็นค่าจ้างให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรในหน่วยงาน ตลอดจนการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติ

จากการเปรียบเทียบสถิติเงินอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2566 กับปีพ.ศ 2567 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน) สามารถจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติได้แล้วจำนวน 1,700,240,637 บาท เพิ่มขึ้นถึง 55.21% เมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตามเงินอุทยานแห่งชาติในส่วนนี้ ก็ยังถือว่าไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการงานอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากได้มีการตัดแบ่งงบเงินอุทยานแห่งชาติส่วนหนึ่ง สำหรับใช้ในการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานนอกเหนือจากงบประมาณปกติที่ได้รับ

อย่างไรก็ตามกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการตั้งข้อสังเกตดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการถ่วงดุลระบบการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกรณีที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...