โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลื่นลมธุรกิจความงามเปลี่ยน โอกาสแจ้งเกิดแบรนด์เล็ก – เครื่องสำอางผู้ชาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 13.33 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 06.33 น.

แลนด์สเคปเปลี่ยน หมดยุคเคาน์เตอร์แบรนด์ครองตลาด ผู้บริโภคหมดความภักดีพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ตลอดเวลา เปิดโอกาส แบรนด์เล็ก-โลคอล โตต่อเนื่อง จับตา เครื่องสำอางผู้ชาย มูลค่า 81.2 พันล้านดอลลาร์โตแรง ชายไทย 35% เปิดใจใช้เครื่องสำอาง

ตลาดของอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง ในประเทศไทยปี 2566 มีมูลค่าตลาดรวม ประมาณ 258,275 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าตลาดขยายตัวสูงถึง 14.7%YoY

เนื่องจากพฤติกรรม ผู้บริโภคที่หันกลับมาใส่ใจตัวเองและใช้เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเติบโตตาม

ประกอบกับช่องทางการซื้อขายออนไลน์มีเข้ามามีบทบาท ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องสำอางได้สะดวก รวดเร็ว และเปรียบเทียบราคาได้ง่าย ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องสำอางมากขึ้น

เมื่อจำแนกประเภทของผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ดูแลส่วนบุคคลตามมูลค่า ตลาด ปี 2566 พบว่าผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล มีสัดส่วนสูงสุดที่ 66.2% รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 16.5% เครื่องสำอาง 11.6% และน้ำหอม 5.6%

ตลาดส่งออก สินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิวของไทย ในปี 2566 พบว่า มีมูลค่าการส่งออก 3,384.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 4.0% ทั้งนี้ ตลาดส่งออกสำคัญของไทยได้แก่ ญี่ปุ่น 11.4% ของ รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ 8.5% จีน 8.4% ออสเตรเลีย 7.6% และเวียดนาม 6.8%

ขณะที่ตลาดนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 1,314.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.7% โดยตลาดนำเข้าสำคัญได้แก่ ฝรั่งเศส18.6% รองลงมา คือ จีน 16.1% เกาหลีใต้ 12.1% สหรัฐ อเมริกา 9.4% และ อินโดนีเซีย 8.7%

นายพิศาล ธาราพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย มีการเติบโตต่อเนื่อง double digit เกือบทุกปี ยกเว้นช่วงโควิดเท่านั้นที่ติดลบลงไป

นอกจากนี้เครื่องสำอางไทยยังได้รับความนิยมจากต่างประเทศพอสมควร ขณะเดียวกันก็มีการการนำเข้าจากตลาดต่างประเทศมากขึ้นทุกปีเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยหรือแม้แต่ผู้ชายไทยใช้เครื่องสำอางอย่างหนัก สังเกตได้จากปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี

สิ่งที่น่าสนใจคือปัจจุบันไทยนำเข้าเครื่องจาก “ฝรั่งเศส” เป็นหลัก รองลงมาคือ “จีน” ซึ่งมาแรงมาก และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จีนน่าจะแซงฝรั่งเศสไม่ยาก

“ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสินค้าความงามและเครื่องสำอางเติบโต คือหลังจากโควิดจบลงคนกลับมาแต่งหน้า เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ ประกอบกับสินค้าความงามมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดเวลา ขณะที่เทรนด์ความงามมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุก 3 เดือน 6 เดือน จึงเป็นตัวเร่งการเติบโตของยอดขายสินค้ากลุ่มความงามตลอดเวลา”

เครื่องสำอาง

ผู้บริโภคหมดความภักดีบิ๊กแบรนด์กุมขยับโดนแบรนด์เล็กแย่งลูกค้า

“พิศาล” กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่น่าจับตาคือ ผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นLocal Band มีโอกาสที่เกิดและเติบโตอย่างมากเพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่มีความเป็น“Brand Loyalty” สามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ตลอดเวลาตามการรับรู้ผ่านสื่อที่ค่อนข้างฉาบฉวย

“ตอนนี้ทุกอย่างเป็นเดลี่ มาไว ไปไว ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ โดยนับตั้งช่วงโควิดเราพบว่า เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ มียอดขายลดลง สวนทางกับแบรนด์เล็ก ๆ กลับทำยอดขายได้ดีขึ้น แน่นอนว่าตลาดเครื่องสำอางไม่ได้เติบโตลดลง แต่บริษัทใหญ่ ๆ ยอดขายกลับร่วงระเนระนาด

ตอนนี้แบรนด์เล็ก ๆ แทบจะกินรวบหมดทุกเซกเมนต์ เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าใหญ่ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ ทั้ง Luxury Brand หรือเคาน์เตอร์แบรนด์เริ่มลดสาขาลง และไปแทรกซึมอยู่ใน “มัลติ สโตร์” เรียบร้อยแล้ว ส่วนแม่ค้าออนไลน์หรือ KOL ที่หันมาทำแบรนด์เองกลับเริ่มโตขึ้น

นอกจากนี้ตลาด เครื่องสำอางผู้ชาย เป็นตลาดที่ยิ่งมีการเติบโตเยอะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ “BEAUTY” กำลังจับตาอยู่และคาดว่าอาจได้เห็นสินค้าในกลุ่มนี้ในช่วงปี2568”

นิยามความงาม-เพศเปลี่ยนดันเครื่องสำอางค์ผู้ชาย “รุ่ง”

จากนิยามของความงามและเพศกำลังเปลี่ยนแปลงไปสิ่งที่น่าสนใจคือ “ผู้ชาย” หันมาใส่ใจการดูแลผิวและใช้ผลิตภัณฑ์ความงามมากขึ้น

โดยมีแรงกระตุ้นจากการที่นักแสดง นักร้อง และคนดังชายทั่วโลกหันมาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ บวกกับแรงหนุนของโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มทำให้เทรนด์นี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ซึ่ง นางสาวนวลพรรณ ชัยนาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ วัตสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า งานวิจัยล่าสุดของวัตสันพบว่า 72% ของผู้ชายให้ความสำคัญกับการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เห็นได้จากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น ดินสอเขียนคิ้ว 9.2% อายไลเนอร์ 3.7% และสีทาเล็บ 2.3%

ขณะเดียว 67.4% ของผู้ชายยังเปิดใจลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าใหม่ ๆ ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ของแต่ละบุคคล

การเติบโตในอัตราเร่งที่ก้าวกระโดด คาดว่าปี 2567 นี้ตลาดความงามสำหรับผู้ชายทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 81.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยข้อมูลจาก Euromonitor International พบว่าตลาดในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี และปัจจุบัน 30% ของผู้ชายไทยใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เช่น คลีนเซอร์และมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ

นอกจากนี้จากข้อมูลของ Nielsen ได้เผยว่า 35% ของผู้บริโภคชายในประเทศไทยเปิดใจในการลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

📌อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...