คลื่นลมธุรกิจความงามเปลี่ยน โอกาสแจ้งเกิดแบรนด์เล็ก – เครื่องสำอางผู้ชาย
แลนด์สเคปเปลี่ยน หมดยุคเคาน์เตอร์แบรนด์ครองตลาด ผู้บริโภคหมดความภักดีพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ตลอดเวลา เปิดโอกาส แบรนด์เล็ก-โลคอล โตต่อเนื่อง จับตา เครื่องสำอางผู้ชาย มูลค่า 81.2 พันล้านดอลลาร์โตแรง ชายไทย 35% เปิดใจใช้เครื่องสำอาง
ตลาดของอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง ในประเทศไทยปี 2566 มีมูลค่าตลาดรวม ประมาณ 258,275 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าตลาดขยายตัวสูงถึง 14.7%YoY
เนื่องจากพฤติกรรม ผู้บริโภคที่หันกลับมาใส่ใจตัวเองและใช้เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเติบโตตาม
ประกอบกับช่องทางการซื้อขายออนไลน์มีเข้ามามีบทบาท ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องสำอางได้สะดวก รวดเร็ว และเปรียบเทียบราคาได้ง่าย ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องสำอางมากขึ้น
เมื่อจำแนกประเภทของผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ดูแลส่วนบุคคลตามมูลค่า ตลาด ปี 2566 พบว่าผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล มีสัดส่วนสูงสุดที่ 66.2% รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 16.5% เครื่องสำอาง 11.6% และน้ำหอม 5.6%
ตลาดส่งออก สินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิวของไทย ในปี 2566 พบว่า มีมูลค่าการส่งออก 3,384.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 4.0% ทั้งนี้ ตลาดส่งออกสำคัญของไทยได้แก่ ญี่ปุ่น 11.4% ของ รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ 8.5% จีน 8.4% ออสเตรเลีย 7.6% และเวียดนาม 6.8%
ขณะที่ตลาดนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 1,314.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.7% โดยตลาดนำเข้าสำคัญได้แก่ ฝรั่งเศส18.6% รองลงมา คือ จีน 16.1% เกาหลีใต้ 12.1% สหรัฐ อเมริกา 9.4% และ อินโดนีเซีย 8.7%
นายพิศาล ธาราพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย มีการเติบโตต่อเนื่อง double digit เกือบทุกปี ยกเว้นช่วงโควิดเท่านั้นที่ติดลบลงไป
นอกจากนี้เครื่องสำอางไทยยังได้รับความนิยมจากต่างประเทศพอสมควร ขณะเดียวกันก็มีการการนำเข้าจากตลาดต่างประเทศมากขึ้นทุกปีเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยหรือแม้แต่ผู้ชายไทยใช้เครื่องสำอางอย่างหนัก สังเกตได้จากปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี
สิ่งที่น่าสนใจคือปัจจุบันไทยนำเข้าเครื่องจาก “ฝรั่งเศส” เป็นหลัก รองลงมาคือ “จีน” ซึ่งมาแรงมาก และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จีนน่าจะแซงฝรั่งเศสไม่ยาก
“ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสินค้าความงามและเครื่องสำอางเติบโต คือหลังจากโควิดจบลงคนกลับมาแต่งหน้า เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ ประกอบกับสินค้าความงามมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดเวลา ขณะที่เทรนด์ความงามมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุก 3 เดือน 6 เดือน จึงเป็นตัวเร่งการเติบโตของยอดขายสินค้ากลุ่มความงามตลอดเวลา”
ผู้บริโภคหมดความภักดีบิ๊กแบรนด์กุมขยับโดนแบรนด์เล็กแย่งลูกค้า
“พิศาล” กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่น่าจับตาคือ ผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นLocal Band มีโอกาสที่เกิดและเติบโตอย่างมากเพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่มีความเป็น“Brand Loyalty” สามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ตลอดเวลาตามการรับรู้ผ่านสื่อที่ค่อนข้างฉาบฉวย
“ตอนนี้ทุกอย่างเป็นเดลี่ มาไว ไปไว ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ โดยนับตั้งช่วงโควิดเราพบว่า เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ มียอดขายลดลง สวนทางกับแบรนด์เล็ก ๆ กลับทำยอดขายได้ดีขึ้น แน่นอนว่าตลาดเครื่องสำอางไม่ได้เติบโตลดลง แต่บริษัทใหญ่ ๆ ยอดขายกลับร่วงระเนระนาด
ตอนนี้แบรนด์เล็ก ๆ แทบจะกินรวบหมดทุกเซกเมนต์ เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าใหญ่ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ ทั้ง Luxury Brand หรือเคาน์เตอร์แบรนด์เริ่มลดสาขาลง และไปแทรกซึมอยู่ใน “มัลติ สโตร์” เรียบร้อยแล้ว ส่วนแม่ค้าออนไลน์หรือ KOL ที่หันมาทำแบรนด์เองกลับเริ่มโตขึ้น
นอกจากนี้ตลาด เครื่องสำอางผู้ชาย เป็นตลาดที่ยิ่งมีการเติบโตเยอะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ “BEAUTY” กำลังจับตาอยู่และคาดว่าอาจได้เห็นสินค้าในกลุ่มนี้ในช่วงปี2568”
นิยามความงาม-เพศเปลี่ยนดันเครื่องสำอางค์ผู้ชาย “รุ่ง”
จากนิยามของความงามและเพศกำลังเปลี่ยนแปลงไปสิ่งที่น่าสนใจคือ “ผู้ชาย” หันมาใส่ใจการดูแลผิวและใช้ผลิตภัณฑ์ความงามมากขึ้น
โดยมีแรงกระตุ้นจากการที่นักแสดง นักร้อง และคนดังชายทั่วโลกหันมาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ บวกกับแรงหนุนของโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มทำให้เทรนด์นี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ซึ่ง นางสาวนวลพรรณ ชัยนาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ วัตสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า งานวิจัยล่าสุดของวัตสันพบว่า 72% ของผู้ชายให้ความสำคัญกับการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เห็นได้จากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น ดินสอเขียนคิ้ว 9.2% อายไลเนอร์ 3.7% และสีทาเล็บ 2.3%
ขณะเดียว 67.4% ของผู้ชายยังเปิดใจลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าใหม่ ๆ ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ของแต่ละบุคคล
การเติบโตในอัตราเร่งที่ก้าวกระโดด คาดว่าปี 2567 นี้ตลาดความงามสำหรับผู้ชายทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 81.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยข้อมูลจาก Euromonitor International พบว่าตลาดในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี และปัจจุบัน 30% ของผู้ชายไทยใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เช่น คลีนเซอร์และมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ
นอกจากนี้จากข้อมูลของ Nielsen ได้เผยว่า 35% ของผู้บริโภคชายในประเทศไทยเปิดใจในการลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย