โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดบวรนิวศวิหาร เชิญชวนชมพระกริ่งปวเรศ

The Better

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 04.04 น. • THE BETTER
โดย…สมาน สุดโต 

วัดบวรนิเวศวิหาร เปิดพิพิธภัณฑ์ ของวัด ให้ประชาชนชมพระกริ่งปวเรศ รวมทั้งทรัพย์สินและของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถพบเห็นที่อื่นๆได้ ระหว่าง วันที่ 20 ถึง 29 กรกฎาคม 2567 โดยใช้คำเชิญชวนว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิต"

พิพิธภัณฑ์วัดบวรฯ ตั้งที่อาคาร ภปร.ติดกับตำหนักเพชร และตำหนักจันทน์

เป็นอาคาร 3 ชั้น แต่ละชั้น จัดตั้งของถวายสงฆ์ที่ประเมินค่ามิได้ ให้ชมฟรี

และการจะชม พระกริ่งปวเรศต้องขึ้นชั้น 3 ถ้าขึ้นลงบันไดลำบาก ใหัขึ้นลิฟท์สะดวกดี

พระกริ่งที่นำมาจัดแสดงเป็น Original ที่ประชาชนคนสามัญต้องการชมมาก

แต่การชมไม่สะดวก เนื่องจากพระกริ่งปวเรศกับพระสำคัญประจำวัดที่มีคุณค่าอื่นๆ อีกหลายองค์ จัดตั้งไว้ในห้องมหัคฆภัณฑ์ ที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ดีงนี้นการดูพระกริ่งต้องมองผ่านกระจกนิรภัยและ ตะแกรงเหล็กที่มีตาถี่ๆเท่านั้น แต่ก็ไม่สามารถเห็นได้ชัด เนื่องจากพระกริ่งมีขนาดเล็กและถูกเก๋งจีนที่มีขนาดเล็กครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง

แต่ด้วยความกรุณาของวัด จึงถ่ายรูป พระกริ่งปวเรศ ทั้งด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง ขยายใหญ่ พร้อมทั้งบล๊อกหรือแม่พิมพ์มาตั้งไว้ที่หน้าห้องมหัคฆภัณฑ์เพื่อให้เห็น(รูปถ่าย)กันชัดๆ

พระกริ่งปวเรศ สร้างโดยสมเด็จพระมหานมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ ์สมเด็จพระสังงฆราชพระองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

พระองค์มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าฤกษ์ เป็นพระโอรสองค์ที่ 18 ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์(ในรัชกาลที่ 2 )ประสูติเมื่อวัน ที่ 18 กันยายน พ.ศ 2352

เมื่อผนวช พ.ศ 2373 ในรัชกาลที่ 3 ตรงกับเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระสงฆ์ธรรมยุตขึ้นที่วัดราชาธิวาส จึงโปรดให้สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์อุปสมบทซ้ำในสีมาน้ำ หน้าวัดราชาธิวาส

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลาผนวชและเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ 4 กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ จึงครองวัดบวรนิเวศ ในลำดับต่อมา

และ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ 2435 สิริพระชนมายุ 83 พรรษา
ผนวชได้ 64 พรรษา

"พระกริ่งปวเรศ"

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ นอกจากจะทรงดำรงตำแหน่งมหาสังฆปรินายกแล้วยังมีพระเกียรติคุณสูงส่งในทางสร้างพระเครื่องด้วย

พระเครื่องที่ทรงสร้าง ซึ่งผู้คนทั้งหลายนิยมเรียกกันว่า "พระกริ่งปวเรศ" นั้นทรงสร้างเพียง 30 องค์ ปัจจุบันหาได้ยาก เพราะมีผู้นิยมนับถือกันว่า เป็นพระกริ่งที่ทรงคุณวิเศษหลายประการ ท่านที่ครอบครอง จุงไม่ปล่อยออกง่ายๆ

เรื่องดังกล่าวนี้ คุณสันทัดกรณีย์ ผู้เขียนประวัติ 17 สมเด็จพระสังฆราช (พิมพ์ พ.ศ 2516 โดยสำนักพิมพ์คลังวิทยา)อ้างข้อเขียน พินัย ศักดิ์เสนีย์ ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องรางของขลังว่า

พระกริ่งปวเรศนี้ พระองค์ทรงสร้างตามแบบพระกริ่งพระปทุม ของราชวงศ์กัมพูชา ที่ได้ตกทอดมาเป็นสมบัติของสมเก็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ในขณะที่ราชวงศ์กัมพูชาก็ดี ชาวกัมพูชา ที่อยู่ในกรุงเทพฯ สมัยนั้นก็ดี เลื่อมใสในพระราชอัธยาศัยสมเด็จพระยาปวเรศฯ จึงได้พร้อมกันอาราธนาให้ทรงสร้างพระปฏิมากรขนาดเล็ก เหมือนกับพระปทุมสุริวงศ์ปฐมมหาราชวงศ์ของกัมพูชา ที่สร้างพระกริ่งพระปทุมขึ้นมาแต่ครั้ง โบราณ (ส่วนพระวิทยากรของวัดบวรนิเวศอธิบายว่าพระกริ่งปวเรศ ได้แบบจากกริ่งอุบาเก็งของจีน)

การสร้างพระปฏิมากรเล็ก ตามคำอาราธนาของเจ้ากัมพูชา มีเจ้านายไทยและวงญาติของสมเด็จกรมพระยาปวเรศ ฯโดยเสด็จพระกุศลในการสร้างด้วย

พินัย ศักดิ์เสนีย์ เล่าว่าองค์พระกริ่งปวเรศ เป็นพระนั่งขัดสมาธิเพชร หงายฝ่าพระหัตถ์ทางด้านซ้ายวางไว้บนตักพระหัตถ์ขวาวางไว้ที่พระเพลา ปลายนิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พระธรณี ลักษณะนี้เรียกกันทั่วไปว่า ปางมารวิชัย

องค์พระประทับนั่งบนบัลบังก์บัวหงายและบัวคว่ำ 8 กลีบ (ด้านหลัง 1 กลีบ) ลักษณะองค์พระผสมทองสัมฤทธิ์ ผิวดำ สร้าง 2 คราวและอุดก้นด้วยทองเหลืองทั้งสองคราว

ส่วนลูกกริ่งในองค์พระนั้น ได้จารึกนามพระพุทธเจ้าในอดีตลงในแผ่นโลหะ แล้วหล่อหลอมลงในน้ำมนต์ จึงเป็นลูกกริ่งที่มีนามพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์

พระกริ่งปวเรศนั้นถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงโปรดฯให้ใช้น้ำพระพุทธมนต์ ที่มีพระกริ่งของพระองค์ท่าน(ประกอบ) ตั้งไว้ในพระราชพิธีมุรธาภิเษกเป็นประจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...