‘ธรรมนัส’ ลุยจีนตะวันออก ขยายตลาด ‘สินค้าเกษตรแบบพรีเมียม’ จับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 ก.ค. 2567 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 05.47 น. • The Bangkok Insight"ธรรมนัส" ลุยจีนตะวันออก ขยายตลาด "สินค้าเกษตรแบบพรีเมียม" จับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง เผยปี 2566 สร้างรายได้กว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมประชุมหารือกับ นายโจว หมินห้าว ประธานองค์กรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แห่งนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสช่องทางการค้าสินค้าเกษตรในนครเซี่ยงไฮ้
รวมถึงการสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตร และการเข้าร่วมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญ ณ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน ของนครเซี่ยงไฮ้ (China Council for the Promotion of International Trade: CCPIT)
นครเซี่ยงไฮ้-มณฑลปากแม่น้ำแยงซี ตลาดสำคัญสินค้าเกษตรไทย
นครเซี่ยงไฮ้เป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย เช่น ยางพารา สินค้าประมง และผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนที่มีการนำเข้าสูงสุด รวมถึงมณฑลในเขตปากแม่น้ำแยงซี ได้แก่ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลอันฮุย
โดยในปี 2566 ภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีมีการนำเข้าสินค้าเกษตรไทยรวมปริมาณ 4,101,220 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,012 พันล้านเหรียญสหรัฐ สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยจำนวนมาก
ทั้งนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าเกษตรและอาหาร ทั้งสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวจีน
พร้อมขับเคลื่อนการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรในรูปแบบ E-Commerce บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของจีน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า การพัฒนาทักษะความสามารถของผู้ประกอบการ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล
ส่งเสริมสินค้าเกษตรพรีเมียม
ด้าน นายโจว หมินห้าว กล่าวว่า CCPIT เซี่ยงไฮ้ ยินดีที่จะส่งเสริมให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยให้มากขึ้น และเห็นว่าสินค้าเกษตรแบบพรีเมียมจะเป็นที่ต้องการ ซึ่งประเทศไทยมีระบบการควบคุมคุณภาพที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
หากฝ่ายไทยประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องสินค้าเกษตรชนิดใหม่ ๆ ของไทย ก็เชื่อว่าจะเป็นที่นิยมในเซี่ยงไฮ้ได้ไม่ยาก เนื่องจากประชากรในเซี่ยงไฮ้เป็นกลุ่มคนทำงานและมีกำลังซื้อสูงมาก รวมถึงพร้อมเปิดรับสินค้าเกษตรใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มาจากประเทศไทย
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญในระดับชาติและระดับนานาชาติระหว่างกัน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือการค้าและการลงทุนด้านการเกษตร โดยเซี่ยงไฮ้มีการจัดงาน Expo กว่า 700 งานต่อปี ซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญของไทยและจีนต่อการเพิ่มปริมาณและมูลค่าการค้าในอนาคต
รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพในตลาดจีน เช่น กาแฟ ข้าวพรีเมียม สินค้าปศุสัตว์ สินค้าประมง เป็นต้น ทั้งนี้ จะเป็นกิจกรรมที่สร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้ประกอบการ การส่งเสริมข้อมูลและลู่ทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารที่สอดคล้องกับอุปสงค์และอุปทานของไทยและจีน
สำหรับสินค้าเกษตรชนิดใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มมากขึ้น เช่น มังคุดแช่เยือกแข็ง สับปะรดปอกเปลือก ทุเรียนแกะเนื้อแช่เย็น จึงขอให้ CCPIT สนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรดังกล่าวจากไทยมาจีน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไทยยืน 1 ส่งออกทุเรียนไปจีน ไตรมาสแรก 2567 ส่งแล้วกว่า 2.2 แสนตัน
- เศรษฐกิจการคลัง เดือนเม.ย. 2567 ขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคท่องเที่ยว ส่งออกดีขึ้น
- พาณิชย์ คุม 'สินค้า DUI' ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการพาณิชย์และทหาร ส่งออก-ส่งกลับต้องขออนุญาต
ติดตามเราได้ที่