โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สื่อนอกตีแผ่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เสียหายสาหัส ปมรัฐบาลอุดหนุน EV จีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ก.ค. 2567 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 04.00 น.

สื่อนอกตีแผ่ รัฐบาลไทยอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจีน ทำ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เสียหาย ห่วงโซ่อุปทานกระทบหนัก จนโรงงานต้องปิดตัว

ในปัจจุบัน แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนจำนวนมากได้เข้ามาทำตลาดในไทย และมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ใช่แค่เฉพาะในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึงตลาดรถยนต์โดยรวมด้วย

สำนักข่าวนิกเออิเอเชียรายงานข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ผลิตในไทย ดังต่อไปนี้

  • เนต้า (Neta) 200,000 คันต่อปี
  • บีวายดี (BYD) 150,000 คันต่อปี
  • ฉางอัน (Changan) 100,000-200,000 คันต่อปี
  • เอ็มจี (MG) - 100,000 คันต่อปี
  • จีดับเบิลยูเอ็ม (GWM) 80,000 คันต่อปี
  • จีเอซี ไอออน (GAC AION) 50,000 คันต่อปี

ด้วยกำลังการผลิตที่สูงได้มากถึง 750,000 คันต่อปี ทำให้แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นเสียเปรียบ โดยสาเหตุหลักคือการอุดหนุนจากรัฐบาลไทย ที่ไม่เอื้อต่อแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่น และทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นเริ่มทยอยล่าถอยจากไทย แต่รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนภาคส่วนยานยนต์ไฟฟ้าต่อไป ซึ่งจุดยืนของรัฐบาลไทยแสดงให้เห็นถึงการมุ่งเป้าไปที่การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า แม้จะสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงก็ตาม

เงินอุดหนุนจากรัฐบาลไทยที่เอื้อต่อ EV จีน

รัฐบาลไทยได้ริเริ่มโครงการอุดหนุนสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนในปี 2565 ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ACFTA) โดยเสนอเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาท (4,130 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคัน ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าจีนมีราคาถูกลง

โครงการดังกล่าวได้ยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีนจะต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยในจำนวนเทียบเท่ากับรถยนต์ที่นำเข้ามา ด้วยเหตุนี้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีน 6 รายน รวมถึง บีวายดี (BYD) และ เนต้า (Neta) จึงลงทุนมหาศาลในไทย และลดราคาลงอย่างมาก โดย BYD ลดราคาลง 37% และ Neta ลดราคาลง 9%

อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าจีนล้นตลาด

เงินอุดหนุนของรัฐบาลไทยส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าจีนไหลเข้าสู่ตลาดไทยเป็นจำนวนมาก โดยนายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT) ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายไม่ออกจำนวน 490,000 คัน หรือคิดเป็น 63% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตในไทยในปี 2566 และไทยกำลังประสบปัญหาอุปทานล้นตลาด

อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ล้นตลาด และการลดราคาอย่างดุเดือดได้ได้ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนยานยนต์โดยรวม และจุดชนวนปัญหาในกลุ่มรถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ซึ่งยอดขายลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ต้องลดกำลังการผลิตลง และบางรายถึงขั้นต้องปิดโรงงานในไทย

ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

ผลกระทบของโครงการอุดหนุนรัฐบาลไทยได้ขยายออกไปไกลเกินกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้า และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ทั้งหมดในไทย โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคิดเป็น 11% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมีแรงงานในภาคส่วนนี้มากกว่า 750,000 คน นอกจากนี้แล้ว โครงการอุดหนุนดังกล่าวส่งผลให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลายแห่งต้องปิดกิจการ

นายสมพล ธนาดำรงค์ศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ได้รับการอุดหนุน ไม่ได้ซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่จากซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น และมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในไทยประมาณ 12 แห่ง จากทั้งหมด 660 แห่ง ที่สามารถเป็นซัพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ให้กับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีน

ผลกระทบต่อแบรนด์รถยนต์เชื้อเพลิง

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานว่ายอดขายรถยนต์ลดลง 23% ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2567 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งครองสัดส่วนการผลิตรถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงในไทยมากถึง 90% ได้รับผลกระทบอย่างมาก

ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) วางแผนจะยุติการผลิตรถยนต์ที่โรงงานอยุธยาภายในปี 2568 และรวมการดำเนินงานทั้งหมดไปโรงงานปราจีนบุรี รวมถึงลดการผลิตลงจากปีละ 270,000 เหลือปีละ 120,000 คัน ด้านซูบารุ (Subaru) ประกาศหยุดการดำเนินการประกอบรถยนต์ในไทยภายในสิ้นปี 2567 ส่วนซูซูกิ (Suziki) จะยุติการประกอบรถยนต์ในไทย ภายในสิ้นปี 2568

ความท้าทายและการปรับตัวในภาคส่วนยานยนต์

นายสมพล กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในไทยต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากคำสั่งซื้อลดลง 40% ในปี 2567 นำไปสู่การลดกำลังการผลิตลง 30 ถึง 40% และหลายรายลดการดำเนินงานลงเหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ และโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประมาณ 12 แห่งได้ปิดกิจการลง และคาดว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์จะหดตัวลงมากกว่านี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า และบริษัทเหล่านี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับพลวัตของตลาดรูปแบบใหม่ให้ได้

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมุมมองในแง่ดีในด้านการลงทุนของจากจีนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่ก็ได้เรียกร้องให้แบรนด์รถไฟฟ้าจีนสนับสนุนซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในไทยด้วย

แนวโน้มในอนาคต

การหลั่งไหลของรถยนต์ไฟฟ้าจีนในไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่วนยานยนต์ทั้งหมด ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่น จำต้องลดการผลิตและปิดโรงงาน ในขณะที่ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยต้องดิ้นรนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดใหม่ เศรษฐกิจโดยรวมของไทยซึ่งกำลังประสบกับความอ่อนแออยู่แล้วเป็นทุนเดิม

การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยเป็นเรื่องที่ดี แต่การปรับนโยบายอย่างครอบคลุมเพื่อสร้างสมดุลในด้านผลประโยชน์ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดใน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คาดว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าจะยังคงมีผลต่อตลาดรถยนต์ของไทยต่อไป และจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจ้างงาน การผลิต และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...