โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สว.สีน้ำเงิน” ประลองกำลัง “สว.พันธุ์ใหม่” จับตา วัดพลัง “เงินดิจิทัล”

AEC10NEWs

อัพเดต 28 ก.ค. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 03.37 น. • AEC10NEWS

ศึกเลือกประมุขสภาสูง ไม่พลิกโผ ตัวเต็งจาก “ค่านสีน้ำเงิน” เข้าป้าย ด้วยคะแนนเกินขึ้น-ทิ้งห่าง “สว.พันธุ์ใหม่” ไม่เห็นฝุ่น-หลายช่วงตัวด้วยคะนนทะลุ 150 เสียง

มิหนำซ้ำเกือบจะกินรวบเก้าอี้รองประธานวุฒิสภา เหลือเพียงเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ที่มาจากสายผู้พิพากษาและอดีตกรรมการในองค์กรอิสระให้ขึ้นมาให้เกิดภาพคนกลาง-เปิดช่องให้มีพื้นที่ประนีประนอมอำนาจของขั้วอิสระและขั้วที่มีอยู่ตรงข้ามทางความคิด ไม่ให้เกิดการแตกหัก จนทำให้ภาพลักษณ์ของวุฒิสภาเกิดเป็นวิกฤตศรัทธาที่เคยเกิดขึ้นในสมัย “สภารุ่นพี่” ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นข้อครหา “สภาผัวเมีย” หรือการโดนปรามาสว่าเป็น “สภาลากตั้ง-สภาฝักถั่ว” ซึ่งปัจจุบันแม้วุฒิสภาชุดปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มทำงานก็โดนติดสสลาก-แปะป้ายไปแล้วว่าเป็น “สภาจัดตั้ง”

สว.น้ำเงิน ปะทะ สว.พันธุ์ใหม่

ยกแรกของผลการประลองกำลัง เลือกประธานวุฒิสภา ไม่พลิกโผ ตัวเต็ง-นอนมา “มงคล สุระสัจจะ” ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จำนวน 159 เสียง อันดับที่ 2 “นันทนา นันทวโรภา” ได้ 19 คะแนน และอันดับ 3 “หมอเปรม” เปรมศักดิ์ เพียยุระ ได้ 13 คะแนน ขณะที่การเลือกตำแหน่งรองประธานวุฒิ คนที่ 1 ชื่อยังอยู่ในโผ อันดับที่ 1 “บิ๊กเกรียง” พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ได้ 150 เสียง อันดับสอง นายนพดล อินนา ได้ 27 เสียง อันดับสาม “แล ดิลกวิทยรัตน์” ได้ 15 เสียง และอันดับสี่ นายปฏิมา จีระแพทย์ ได้ 5 เสียง ส่วนรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ตกเป็นของ “บุญส่ง น้อยโสภณ” ได้ 167 คะแนน อันดับสอง “อังคณา นีละไพจิตร ได้ 18 คะแนน อันดับสาม พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต ได้ 8 คะแนน และอับดับสี่ ปฏิมา จีระแพทย์ 4 เสียง

การประลองกำลังยกแรกในศึกชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภา สะท้อนให้เห็นการปะทะทางความคิดของ สว. สองขั้ว ที่มีชุดความคิดแบบระบบการเมืองสไตล์บ้านใหญ่-ระบอบอุปถัมภ์ กับ ระบบคนเท่ากัน-หนึ่งคนหนึ่งเสียง และเป็นฝ่ายของ “สว.บ้านใหญ่” ที่คุมเกม-กุมกำลังเสียงส่วนใหญ่เกินขึ้นใน “สภาสูง” และสามารถจัมพ์สายเชื่อมต่อกับ “สถาล่าง” และอำนาจฝ่ายบริหาร ได้อย่างไร้รอยต่อมากกกว่า วุฒิสภาชุดเฉพาะกิจ-เฉพาะกาล ที่เปรียบเสมือนเป็นไม้เบื่อ-ไม้เมากันมาตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็ม

โปรไฟล์ประธาน-รองประธานวุฒิ

สำหรับประวัติ-โปรไฟล์ ของประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภา ป้ายแดง “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์-อธิบดีกรมการปกครอง อดีตประธานบอร์ดการไฟฟ้านครหลวง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในยุคที่มี “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” เป็น มท.1 แต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ทว่ามีผู้ถวายฎีกา ถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมในแง่กฎ ระเบียบและลำดับอาวุโส และต่อมายังมีข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรประชาชนแบบใหม่ จนโดนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ การ “ขอไม่รับตำแหน่ง” ปลัดกระทรวงมหาดไทยในเวลาต่อมา และยุครัฐบาประยุทธ์สมัยที่สอง เป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” แกนนำพรรคภูมิใจไทย

ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 22 และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 33 อดีตแม่ทัพภาค 4 และรับการเรียกขานว่า “แม่ทัพกระดูกเหล็ก” หลังจากเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตกแต่ไม่ตาย อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ก่อนหน้า เป็นประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วน “บุญส่ง น้อยโสภณ” อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง อดีต ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 อดีตกรรมการการเลือกตั้ง และไม่ใช่คนหน้าใหม่ในสภาสูง เพราะก่อนหน้านี้เป็นที่ปรึกษาของนายศุภชัย สมเจริญ อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่สองมาก่อน

วัดพลัง เก้าอี้ประธานกรรมาธิการ

ยกต่อไปของการวัดพลัง - ช่วงชิงเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการ อาทิ คณะกรรมาธิการการเมือง คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน คณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ คณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการพลังงาน คณะกรรมาธิการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการคมนาคม คณะกรรมาธิการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ แดละพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ-ตุลาการในองค์กรอิสระ ทั้ง กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ กกต. ตลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนภารกิจแรกที่ “รับไม้ต่อ” จากสภาล่าง คือ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 ในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่งมีเงินดิจิทัลวอลเล็ตซุกอยู่ในงบกลาง กวา 1.5 แสนล้านบาท

เป็นการประลองกำลัง-วัดพลังของ สว. 2 ขั้ว 2 มุม ที่จะได้เห็นปรากฎการณ์ต่อไปหลังจากนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับตา การเมืองสิงหาคม ทักษิณคัมแบ็ก-ยุบก้าวไกล-ชี้ชะตาเศรษฐา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...