โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้ไหม! เจ็บคอ แบบไหนหายเอง แบบไหนต้องระวัง และควรกินอะไร และไม่ควรกินอะไร

News In Thailand

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 07.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รู้ไหม! เจ็บคอ แบบไหนหายเอง แบบไหนต้องระวัง และควรกินอะไร และไม่ควรกินอะไร

โดยบางคนรู้สึกระคายคอ กระแอมทั้งวัน จิบน้ำบ่อยๆ ก็ยังไม่หายเจ็บคอ คันคอสักที แถมเวลาจะกลืนน้ำลายหรือดื่มน้ำแต่ละครั้งก็ลำบากมากขึ้น ซึ่งหลายคนจะรู้ได้เลยว่านี่เป็นอาการเริ่มต้นที่ส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังจะไม่สบายแน่นอน หากแต่อาการเจ็บคอนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งบางสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ ในขณะที่เชื้อบางชนิดไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อ แต่หากเข้าใจผิดและซื้อยากินเองอาจเสี่ยงดื้อยาในอนาคตได้ วันนี้เราจะมาตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่อง “เจ็บคอ” ที่คุณควรรู้

เจ็บคอ คืออะไร?

อาการเจ็บคอ (Sore Throat) เป็นความเจ็บป่วยของบริเวณเนื้อเยื่อในลำคอ ต่อมทอนซิล กล่องเสียงและส่วนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองภายในลำคอ และมักมีอาการมากขึ้นขณะกลืน รวมถึงอาจทำให้ไอและเสียงเปลี่ยนไปได้เช่นกัน

สาเหตุของการเจ็บคอเกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุของอาการเจ็บคอสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

-เจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อ โดยส่วนใหญ่จะพบว่ามาจากเชื้อไวรัส ซึ่งการเจ็บคอจากเชื้อไวรัสจะสามารถหายได้เองภายใน 3-7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ ซึ่งแตกต่างจากการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่จะมีอาการนานกว่า และต้องรับประทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งต่อเนื่องจนหมด

-เจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ โรคบางโรคสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บคอหรือคออักเสบได้ เช่น ไซนัส ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน รวมไปถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดอาการเจ็บคอ เคืองคอได้ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ชอบรับประทานอาหารทอดๆ มันๆ หรืออาหารรสจัด เป็นต้น

อาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและติดเชื้อแบคทีเรีย มีอาการแตกต่างกันอย่างไร

-เจ็บคอจากการติดเชื้อไวรัส

มักมีอาการเหมือนกับไข้หวัด มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล เสียงแหบ เจ็บคอมีความรุนแรงน้อย - ปานกลาง คอและทอนซิลบวมแดง แต่สิ่งสำคัญคือไม่มีจุดหนอง มักมีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว

-เจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

มีไข้ คัดจมูกและปวดตึงใบหน้า แต่มักไม่มีอาการไอ ลิ้นเป็นฝ้า คอแดง ลิ้นไก่และทอนซิลบวมแดง มีจุดหนองซึ่งเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดในการสังเกตว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรบวมโต กดแล้วเจ็บ

วิธีรักษาอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องกินยาอะไรและดูแลตัวเองอย่างไร

หากมีอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิฉัย หรือปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับยาปฏชีวนะ โดยจะต้องรับประทานยาต่อเนื่องจนหมด เพื่อประสิทธิภาพของตัวยาและลดโอกาสการดื้อยา แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำ รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายเพิ่มและป้องกันการแพร่กระจายของโรค

วิธีรักษาอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ต้องกินยาอะไรและดูแลตัวเองอย่างไร

สำหรับอาการเจ็บคอที่มาจากการติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ แต่สามารถรับประทานยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก หรือยาตามอาการที่เป็นได้ รวมถึงดูแลตัวเองด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องมากๆ สามารถกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน และที่สำคัญควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายเพิ่มและป้องกันการแพร่กระจายของโรค

เจ็บคอควรกินอะไรดี และไม่ควรกิน หรือห้ามกินอะไรบ้าง

-เลือกกินอาหารรสอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

-ไม่ควรดื่มน้ำเย็น แต่ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเยอะๆ แทน แต่ถ้าเจ็บคอที่เกิดจากต่อมทอนซิลอักเสบ สามารถดื่มน้ำเย็นหรือกินไอศครีมได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองได้

-ซุปไก่ ในซุปไก่นั้นอุดมไปด้วยโซเดียม ซึ่งมีส่วนช่วยลดการอักเสบ

-ชาเขียวอุ่น หรือน้ำขิง นอกจากเป็นเมนูแก้เบื่อจากการจิบน้ำเปล่าธรรมดาได้ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยรักษาการติดเชื้อ ลดอาการเจ็บคอได้อีกด้วย

-โกโก้ ดาร์กช็อกโกแลต มีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดอาการอักเสบของร่างกายได้

เจ็บคอ หรือคออักเสบแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

-เจ็บคอมาก คอแดง ร่วมกับมีไข้

-เจ็บคอ ร่วมกับหายใจและกลืนลำบาก

-เจ็บคอและมีอาการปวดหู ปวดศีรษะ

-เจ็บคอ เสียงแหบ มีเลือดปนเสมหะ หรือน้ำลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...