โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หอมสยาม’ ส่องข้าวสายอึด! ไม่ยอมตาย แล้ง-ท่วมฟื้นได้ ปรับตัวแบบสับ พร้อมรับโลกรวน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 09.38 น.

‘หอมสยาม’ สายอึด! ฟื้นชีพได้ แล้ง-ท่วมไม่ยอมตาย ส่องสายพันธุ์ใหม่แบบสับ พร้อมรับ ‘โลกรวน’ เทียบชั้นหอมมะลิ นักวิจัย ชี้ อนาคตทางรอดข้าวไทย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เครือมติชน นำโดย‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ร่วมกับ กรมการข้าว ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพันธมิตร จัดงาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน

เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เต็มไปด้วยประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาเดินเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากข้าวไทย อาหารและผลไม้จากพื้นบ้านอย่างไม่ขาดสาย พร้อมรอร่วมชิมเมนูที่รังสรรค์จากข้าวไทย รับฟังการบรรยายที่ลงลึกถึงประวัติศาสตร์ของพันธุ์ข้าวไทยนานาชนิด ไปจนถึงมิติการต่อยอดสร้างรายได้จากข้าว ซึ่งถือเป็นผลิตผลที่ส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ

โดยงาน‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ นับเป็นครั้งแรกของการจัดงานข้าวไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ จัดขึ้นภายใต้แคมเปญ ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย ที่รวบรวมความมหัศจรรย์ของข้าวในทุกมิติมานำเสนอ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ เพื่อบอกเล่าเรื่องข้าวในเชิงประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม อุตสาหกรรม นวัตกรรม การค้า และอาหาร เนรมิตรสามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เพื่อให้คนเมืองและประชาชนที่สนใจด้านการเกษตรจากทั่วสารทิศ ได้มาสัมผัสพันธุ์ข้าวไทยและค้นพบแนวทางในการต่อยอดเพิ่มรายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ ‘โซนนวัตกรรม’ โดยหนึ่งในบูธที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ บูธของ ‘ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ’ (ไบโอเทค) และ ‘ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์‘ ซึ่งมีบทบาทในการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้มีความทนทานและเหมาะสมต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำข้าว ผ่านการปรับปรุงพันธุกรรม มากถึง 27 สายพันธุ์มาจัดแสดงในงานนี้

ดร.ศรีสวัสดิ์ ขันทอง ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ BIOTECH กล่าวว่า ข้าวที่เรานำมาในวันนี้ เป็นข้าวที่มีการปรับปรุงพันธุกรรม เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดการระบาดของแมลงศัตรูพืชรุนแรงมากขึ้น

เมื่อถามว่า อะไรที่เป็นศัตรูพืชของข้าวบ้าง? ดร.ศรีสวัสดิ์เผยว่า ถ้าเป็นโรคที่เกิดจากแมลงจะเป็นโรคไหม้ ขอบใบแห้ง ถ้าเป็นตัวแมลงก็จะเป็น ‘เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล’ ส่วนที่เหลือจะเป็นปัจจัยอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง ที่เป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เราจึงมีการเตรียมพร้อมปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่รองรับ

”เพราะเราทำงานกับร่วมกับเทวดา มีฟ้าฝนเป็นหุ้นส่วน ไม่รู้หุ้นส่วนจะลงทุนกับเรามากน้อยแค่ไหน เราเลยต้องเตรียมพร้อมปรับปรุงพันธุ์ข้าวอย่างเช่น ข้าวหอมสยาม เป็นข้าวที่ทนแล้ง ต้านทานโรคไหม้ คุณภาพดี หอมนุ่ม กลิ่นคล้ายกับข้าวหอมมะลิ แต่ผลผลิตที่ได้จะสูงกว่าข้าวหอมมะลิเป็นเท่าตัว“ ดร.ศรีสวัสดิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ส่วนมากประชาชนที่เข้ามาเดินในงาน นี้ มีความสนใจและมาสอบถามเรื่องอะไรบ้าง?

ดร.ศรีสวัสดิ์เผยว่า ส่วนใหญ่อยากที่จะนำไปปลูก เพื่อดูว่าสายพันธุ์นี้ ที่เราเคลมว่าทนต่อสภาพอากาศ จะเป็นอย่างไร ดีอย่างที่เราประชาสัมพันธุ์หรือไม่

ถือเป็นการสะท้อนว่าเกษตรกร หรือแม้แต่คนทั่วไป ก็มีความตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลต่อปัญหาปากท้องด้วยในทางอ้อม หรือไม่ ?

ดร.ศรีสวัสดิ์กล่าวว่า เกษตรกรเกิดการตื่นตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาเกิดภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรส่วนมากมองหาข้าว ที่ทนแล้งได้

คิดว่า หากภัยแล้งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า ภาครัฐหรือคนไทย ควรจะมีการปรับตัวอะไรบ้าง?

ดร.ศรีสวัสดิ์กล่าวว่า ในส่วนของเรา ทำพันธุ์ข้าวที่ป้องกันภัยแล้ง และน้ำท่วม อย่างข้าวที่ทนน้ำท่วมถ้าเกิดน้ำท่วมสูงจากต้นข้าวเกิน 2 สัปดาห์ ข้าวจะไม่ตาย

“เมื่อน้ำลด ก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่ ส่วนตัวที่ทนแล้งจากการทดสอบในหลายปีที่ผ่านมา ตัวหอมสยาม เคยปลูกทดสอบแล้วเจอภัยแล้งเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน แต่สุดท้าย ข้าวสามารถฟื้นตัวและกลับมาให้
มีผลผลิตได้ตามปกติ ซึ่งถ้าเป็นข้าวพันธุ์อื่นอาจจะตายไปเลย” ดร.ศรีสวัสดิ์เผย

ดร.ศรีสวัสดิ์ ยังเปรียบเทียบให้เห็นอีกว่า ’ข้าวหอมสยาม‘ ในสภาพปกติ จะมีรากมากกว่าข้าวหอมมะลิ ซึ่งการที่มีรากมากจะทำให้ข้าวสามารถสารหาอาหารได้ดีขึ้น ผลผลิตที่ได้ก็จะดีขึ้นตาม ไปด้วย ส่วนในสภาพแล้ง ข้าวหอมมะลิรากจะน้อย แต่ตัวข้าวหอมสยามยังมีรากที่เยอะอยู่ และยังลึกกว่าเดิม เพื่อหาแหล่งอาหารที่อยู่ลึกลงไปจากเดิมได้

เมื่อถามว่า ในปัจจุบันมีการทดลองปลูก ’ข้าวหอมสยาม‘ ในจังหวัดไหนบ้าง ได้ผลดีหรือไม่ ?

ดร.ศรีสวัสดิ์กล่าวว่า ตอนนี้เราทำงานร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธ.ก.ส.) จังหวัดพิจิตร ปลูกทดสอบในพื้นที่ที่ใช้น้ำฝน

เมื่อเกษตรกรที่ได้ทดลองปลูก ก็มีความพึงพอใจ เนื่องจสกว่าในพื้นที่ที่ใช้น้ำฝน ได้ผลผลิตถึง 1 ตันต่อไร่ ซึ่งถือว่าได้มากขึ้นจากปกติ สำหรับในส่วนที่เจอภัยแล้ง ผลผลิตอยู่ที่ 550 กิโลกรัม ซึ่งยังถือว่าได้ผลผลิตมากกว่าข้าวหอมจังหวัด โดยเกษตรกรยังสามารถขายข้าว ‘หอมสยาม’ ได้ในราคาระดับเดียวกับ ‘ข้าวหอมจังหวัด’ ทำให้มีรายได้ที่มากขึ้น

เพราะอะไรถึงเกิดโรคไหม้ในข้าว?

ดร.ศรีสวัสดิ์อธิบายว่า โรคไหม้เกิดจากเชื้อรา ซึ่งสภาวะโรคร้อน ก็ส่งผลให้ความรุนแรงของโรคมีมากขึ้น อย่างใน ‘ข้าวหอมมะลิ’ หากเกิดโรคไหม้อาจทำให้เสียหายถึง 80%

เมื่อถามถึงขั้นตอนในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ?

ดร.ศรีสวัสดิ์กล่าวว่า เราทำงานเรื่องของไบโอเทค การหายีน การหาลักษณะสัมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องของข้าวก่อน ซึ่ฝลักษณะทนแล้งก็เป็น 1 ในลักษณะข้าวที่เราได้ทำการศึกษามา

“เหมือนกับการนำจุดหลายๆ จุดมาติดต่อกัน แล้ววาดภาพเป็นข้าวที่เราต้องการขึ้นมา ซึ่งเราก็นำความรู้เรื่องของ คุณภาพแป้งข้าว จะมียีนที่เกี่ยวข้อง 30 ยีน เรานำองค์ความรู้นี้มาพัฒนาทำให้ข้าวมีคุณภาพเหมือนกับข้าวหอมมะลิ และนำองค์ความรู้ความต้านทานโรค การทนแล้ง มาผสมกันจนเกิดเป็นข้าวหอมสยาม

และต้องเป็น ’ข้าวต้นเตี้ย’ เพื่อให้เหมาะสมต่อเกษตรกรที่มีอายุมากขึ้นและต้องใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว ซึ่งยังมองในมิติของ ‘สังคมผู้สูงวัย’ ในอนาคต ดังนั้น การจะออกแบบพันธุ์ข้าว 1 สายพันธุ์ จึงต้องมองรอบด้าน แล้งค่อยมาดูว่าเรามีทรัพยากรอะไรบ้าง และนำสิ่งเหล่านั้นมารวมกันเพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการ“ ดร.ศรีสวัสดิ์เผย

เมื่อถามว่า ส่วนตัวในฐานะนักวิจัยข้าว มองอนาคตข้าวไทยอย่างไรบ้าง?

ดร.ศรีสวัสดิ์เผยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องของคาร์บอนเครดิต มาตรการจัดเก็บภาษีก๊าซเรือนกระจกสำหรับสินค้านำเข้าก่อนเข้าพรมแดนในกลุ่มประเทศ EU หรือ CBAM ที่จะมาในอนาคต เราก็เริ่มที่จะหาพันธุ์ข้าวที่รองรับ CBAM ศึกษาการที่จะทำยังไงให้ข้าวปล่อยก๊าซมีเทนต่ำ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในช่วงดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ว่ายังไม่สิ้นสุด

“ข้าวที่เราจะส่งออกไปยังยุโรปในปี ค.ศ.2026 จะมีการคิดภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ทำให้อาจมีปัญหาในการส่งออก ได้รายได้ที่น้อยลง ฉะนั้นพันธุ์ข้าวที่จะรองรับการปล่อยคาร์บอนที่ต่ำลงต้องเป็นพันธุ์ข้าวที่อายุสั้นลง ผลผลิตมากขึ้น และต้านทานโรคแมลงมากขึ้น“ ดร.ศรีสวัสดิ์ระบุ

สำหรับงาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน (BL27) ทางออกที่ 2 เข้างานฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หอมสยาม’ ส่องข้าวสายอึด! ไม่ยอมตาย แล้ง-ท่วมฟื้นได้ ปรับตัวแบบสับ พร้อมรับโลกรวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...