โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สิริพงศ์ : อนุรักษนิยมเทคโนแครต ภูมิใจไทย พรรคไม่มีเส้นในรัฐพันลึก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 00.01 น.
สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อ 17 ปีก่อน ส่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นนั่งประมุขฝ่ายบริหาร เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 พลิกขั้ว-ย้ำแค้น เข็นพรรคเพื่อไทย ไปเป็นฝ่ายค้าน

หนึ่งในฟันเฟืองที่ร่วมขบวนพลิกขั้ว“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หนึ่งในแกนนำรุ่น “ยังเติร์ก” ที่เปิดม่านออกมายืนหน้าฉาก แจก-แจง แผนนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของรัฐบาลเฉพาะกิจภูมิใจไทย

ร่วมวงหารือแผนแก้เศรษฐกิจร่วมกับนายกฯหนู-อนุทิน ว่ากันว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาล “สิริพงษ์” คือตัวเต็งที่จะนั่งเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาล”

ประชาชาติธุรกิจ สนทนากับ “สิริพงษ์” ถึงสิ่งที่รัฐบาลจะทำใน 4 เดือน ที่เขาบอกว่าไม่มีบวกเพิ่มให้เป็น “ขี้ปากชาวบ้าน” พร้อมกับตอบคำถามปมพรรคภูมิใจไทย ในรัฐพันลึก

ฉากไคลแมกซ์ภูมิใจไทย

ในฐานะนักการเมือง และนายทุนใหญ่หนัง “ไทบ้าน” สิริพงษ์ ตอบคำถามแรกถึง Mood and Tone จักรวาลรัฐบาลภูมิใจไทย หากเทียบเป็นภาพยนตร์ว่า ถ้าเทียบกับภาพยนตร์ก็มาถึงจุดไคลแม็กซ์จุดหนึ่งของเรื่อง เป็นสปอตไลต์ของเรื่องเพื่อที่จะปูทางไปสู่เนื้อหาตอนต่อไปว่าจะเป็น Happy Ending หรือตับแตก เหมือนที่ภาษาวัยรุ่นเขาบอกกันเวลาดูหนังแล้วตอนจบตับแตก ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นตับแตก

ซึ่งโฉมหน้ารัฐบาล แม้เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่สามารถทำงานให้ตอบโจทย์ความฝันของเรามากขึ้น คือกระทรวงเศรษฐกิจ นายกฯสามารถที่จะไปเชิญคนที่มีความรู้ความสามารถแล้วไปทำที่แบบเป็นคนที่สังคมยอมรับได้

ทีมเศรษฐกิจ จุดเด่นที่สุดรัฐบาล

สิริพงษ์ยอมรับว่า ณ ชั่วโมงนี้สร้างกระแสสังคมก็น่าจะเป็นทีมเศรษฐกิจ ที่โดดเด่นมาก ๆ ทั้ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน, ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่ รมว.การต่างประเทศ ที่เปิดตัวมา 3 คนแรก ประชาชนตื่นตาตื่นใจมาก และตอนที่เปิดตัว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ คนสุดท้าย ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นก็ตายไปเลย เพราะเสียงชื่นชมเยอะมาก ความหวังของคนมีมากจริง ๆ แล้วเราก็ได้ฟังเสียงสะท้อนประชาชนที่บอกว่า 2-3 ปี เศรษฐกิจมันหนัก จึงดูเป็นความหวัง ฉะนั้นถ้าพูดถึงจุดเด่นของรัฐบาลคือทีมเศรษฐกิจ

แม้ว่าจะมีนักการเมืองเขี้ยวลากดินร่วม ครม. เพราะปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเป็นระบบที่จะต้องมีพรรคอื่นมาร่วม จึงจำเป็นที่จะต้องมีคนที่เป็นทั้งรุ่นเก่า ทั้งรุ่นใหม่ผสมกัน แต่ท่านนายกฯก็พยายามเต็มที่ที่จะบาลานซ์

อาจจะมีการตั้งคำถามในบางกระทรวง นายกฯก็พยายามหมุนเวียนสับเปลี่ยน เช่น กระทรวงสำคัญ ๆ หรือเกี่ยวกับความมั่นคง เพราะนายกฯก็ยังยอมที่จะไปแลก ตามที่เราดูโผก็จะเห็นว่าบางอันก็ต้องสละกระทรวงไป เพื่อที่จะรักษาภาพรวม ซึ่งนายกฯบาลานซ์ได้ดี

รอบนี้ท่านนายกฯทำเข้มมาก ตรวจคุณสมบัติไปทุกที่ แต่เมื่อคุณสมบัติผ่านก็เป็นรัฐมนตรีได้หมด บางคนที่เราคิดว่า เอ๊ะ คนนี้น่าจะไม่ติดอะไร แต่คุณสมบัติไม่ผ่านก็มี บางอันนอกเหนือจากการควบคุมของพรรคเราแล้ว

เค้าโครงเศรษฐกิจ 4 เดือน

ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจถามว่า นโยบายที่เป็นเค้าโครงเศรษฐกิจของรัฐบาล “เฉพาะกิจ” 4 เดือน หน้าตาเป็นอย่างไร “สิริพงศ์” กล่าวว่า ในพรรคมีการให้แนวทางนโยบายเอาไว้ เนื่องจากเราเป็นรัฐบาลระยะสั้น ทีมเศรษฐกิจคิดว่าอะไรที่มันจะทำให้ที่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด เพราะเสียงบ่นของประชาชนที่บอกเศรษฐกิจฝืดเคืองอยู่เลย จะแก้ไขอย่างไร ทีมเศรษฐกิจก็จะคิดว่าถ้าอย่างนั้นมีเม็ดเงินสักก้อนหนึ่งเข้าไปหมุน เป็นในลักษณะของ Copayment การทำนโยบายลักษณะจะต่างกับการแจกเงิน

เรามีการเปรียบเทียบนโยบายคนละครึ่ง กับดิจิทัลวอลเลต ซึ่งดิจิทัลวอลเลตไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเป็นการแจกเงินสด สิ่งที่แตกต่างกันคือ เงินสด เมื่อเราแจกเงินไปแล้วเขาจะใช้หรือไม่ใช้อยู่ที่การตัดสินใจของเขา จะใช้เงินในระบบหรือใช้เงินนอกระบบ เช่น ช็อปปิ้งออนไลน์ จ่ายหนี้นอกระบบ ก็สามารถทำได้

แต่ Copayment สิทธิจะเกิดต่อเมื่อผู้ได้รับสิทธินั้นใช้เงิน เพราะลักษณะของคนละครึ่ง ถ้าผู้ใช้สิทธิไม่ใช้สิทธิในวันนั้น สิทธิก็ไม่เกิด รัฐก็ไม่เสียเงิน แต่ทันทีที่เขาจ่ายบาทแรก รัฐอุดหนุน สิทธิก็ทำงานตั้งแต่วันนั้น เป็นนโยบายที่รัฐสมทบ วงรอบที่เกิดขึ้น คนซื้อของ รัฐสมทบเงิน ร้านค้าไปซื้อต่อ เงินที่ลงไปกับรายเล็กรายย่อย จะหมุนได้มากกว่า

โครงการคนละครึ่ง ซึ่งแปลกมากที่ผ่านมา 4-5 ปี คนยังคิดถึงอยู่ เพราะตอนที่เราเป็น สส. ชาวบ้านบอกว่า ตอนมีนโยบายคนละครึ่ง เศรษฐกิจคึกคักจริง ดังนั้นพอเราเป็นรัฐบาลก็หยิบนโยบายนี้มาสานต่อ

หรือถ้าใช้ระบบ 60 : 40 มีปัญหาเรื่องวิธีการคำนวณการให้เงินหลังบ้าน ก็อาจจะเปลี่ยนมาให้คนที่ได้สมทบ 60 บาท ซึ่งอยู่ในระบบฐานภาษี อาจจะได้สมทบ 50 แต่จะได้เงินเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เพื่อให้ระบบเดินได้

ไม่เป็นภาระการคลัง

สิริพงศ์ยืนยันว่า นโยบายพรรคภูมิใจไทยสอดคล้องกับรักษาฐานะการคลัง นโยบายรัฐบาลไม่ใช่แจกจ่ายอย่างเดียว เช่น โครงการคนละครึ่งไม่ใช่เป็นภาระของรัฐทั้งหมด เพราะเป็น Copayment สมมุติเม็ดเงินของรัฐลงไป 2.5 หมื่นล้าน ประชาชนกับเอกชนลงไป 2.5 หมื่นล้าน ถ้าใช้สิทธิเต็ม หากเงินหมุน 2 รอบ เหมือนที่มีการวิจัยไว้แล้ว ทำให้มีเงินในระบบเป็นแสนล้าน เป็น 4 เท่าของเม็ดเงินของรัฐที่ลงไป และรัฐได้ภาษีกลับมา

และนโยบาย 60 : 40 เป็นการเชิญชวนให้คนเข้าสู่ระบบภาษี ไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลัง และเป็นการแจ้งเตือนว่าวันนี้คุณเป็นผู้เสียภาษี และได้ดูแลจากรัฐเหมือนกลุ่มอื่นแล้วนะ เพราะที่ผ่านมากลุ่มคนที่เสียภาษีมักจะถามตลอดว่า ทำไมฉันเสียภาษีแล้วไม่เคยได้อะไรเลย ดังนั้นเชื่อว่าหลังจากนี้ และรัฐบาลต่อไปจะใช้แนวทางนี้หมด

นายกฯยังดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้กู้เพิ่ม และนโยบายที่จะเป็นภาระ เป็นนโยบายกึ่งการคลัง ที่ให้รัฐวิสาหกิจก่อหนี้เพิ่ม รัฐบาลก็ไม่ได้เดินหน้าต่อ เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพราะเป็นนโยบายระยะสั้น โดยเอาเงินของ รฟม.สะสมไว้จากส่วนแบ่งของเอกชนที่ได้รับสัมปทานมาโปะระยะสั้น แต่ไปออกแบบให้กู้เงิน แล้วเอาเงินที่กู้มาโปะได้ โดยเอาเงินดังกล่าวไปอุดหนุนเอกชนที่ได้รับสัมปทาน นโยบายอย่างนี้ นายกฯเลือกจะไม่เดินต่อ

แต่นายกฯบอกว่า มาดูกลไกตั๋วร่วม บริหารจัดการกลไกหลังบ้านให้ได้ เอาเงินค่าแรกเข้ามาเฉลี่ยให้กับผู้ประกอบการแต่ละรายได้จริงตามระยะทาง โดยรัฐบาลไม่ต้องอุดหนุนงบประมาณ แต่โครงสร้างราคาลดลงทันที การปรับโครงสร้างระยะยาว ถ้ารัฐบาลจะอุดหนุนก็อุดหนุนเท่าที่จำเป็น

อย่างนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวันของพรรคภูมิใจไทย ประชาชนจ่ายจริง สมมุติขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาท ก็จ่าย 20 บาท ใช้ 30 บาท ก็จ่าย 30 บาท แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใช้ถึง 40 บาท จะไม่เสียเกินจากนี้แล้ว เป็น Maximum ในแต่ละวัน เดินทางน้อยก็จ่ายน้อย ถ้าเดินทางมากก็มีเพดาน รัฐอุดหนุนเท่าที่จำเป็น ไม่ได้หมายความว่าอุดหนุนทุกเคส ดังนั้น นโยบายลักษณะนี้เหมือน Copayment คือการลงทุนของภาครัฐแล้วมีวัตถุประสงค์ไม่ได้แจกอย่างเดียว

แพ็กเกจอื่น ๆ มีอีกหลายชุด คือ เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ การเพิ่มโอกาสขยายโอกาสให้กับคนมีวินัยการเงินการคลังดี ลูกหนี้ชั้นดี การหาแหล่งเงินกู้ให้กับ SMEs ที่จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้ นโยบายการออมที่นำไปสู่ประชาชนในหลายรูปแบบ เช่น ออกยูนิตย่อยให้ออมเงินได้ หวยบำนาญ น่าจะยังคงเดินหน้าต่อ วันที่นายกฯแถลงนโยบายจะเห็นเรื่องราวเหล่านี้
ไม่ได้ยึดโมเดลนโยบายประยุทธ์

เค้าโครงคล้าย พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้นโยบายรัฐบาลประยุทธ์ เป็นหมุดหรือเปล่า “สิริพงศ์” ตอบว่า ไม่ได้บอกว่า Mood and Tone เหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมด แต่โครงการไหนที่เป็น Quick Win ในระยะสั้น เห็นผลในอดีต นายกฯก็อาจจะหยิบมาทำ ขณะเดียวกันเดินหน้านโยบายพรรคภูมิใจไทย เช่น ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดค่าเดินทาง Green Energy Green Economy นายกฯก็เดินหน้า มีทั้งนโยบายที่เป็นของเก่า ที่ทำได้ในระยะสั้น และนโยบายใหม่

ส่วนการลดราคาพลังงานลดเท่าไหร่และจะลดเมื่อไหร่นั้น รมว.พลังงานกำลังดูตัวเลขอยู่ เพราะนโยบายพลังงานถูกกำหนดเป็นไตรมาส ซึ่งสำหรับปีนี้กำหนดไปแล้ว แต่แนวทางที่นายกฯให้ไว้คือ ต้องหาทางลดราคาค่าไฟ หลังจากสิ้นไตรมาสนี้ไปก็ต้องมาดูตัวเลข เพราะนายกฯบอกว่า ช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงที่ใช้พลังงานสูง ดังนั้นถ้าดูตัวเลขแล้วไม่เป็นภาระทางการคลังมาก งวดต้นปีก็มีแนวโน้มลดค่าไฟลง

อนุรักษนิยม ไร้รัฐพันลึก

“สิริพงศ์” ลองให้ AI Generate เทียบกับนโยบายหลายรัฐบาล AI บอกว่า เป็นนโยบายอนุรักษนิยมเทคโนแครต แนวทางอนุรักษนิยมเป็นแนว Conservative ไม่เสี่ยงมากกับการทำนโยบาย แน่นอนว่าบางอย่างอาจไม่ Sexy แต่ทำได้จริง ซึ่งต่างกับนโยบายก้าวหน้าสุดขีด ฟังแล้วว้าว แต่ทำไม่ได้จริง เช่น นโยบายแจกเงิน 10,000 ฟังปุ๊บทุกคนว้าวหมด แต่ถึงเวลาก็เป็นคำตอบของมันว่าเป็นอย่างไร แต่นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ทำได้จริง มีโอกาสทำได้สูง และสำเร็จมาแล้วในอดีต

ข้อกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยใน Deep State รัฐพันลึก มีเส้นสายเหนือโครงสร้าง บริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ “สิริพงศ์” ปฏิเสธข้อกล่าวหา จากประสบการณ์เรามีทั้งถูกกล่าวหาว่ากระทำ และเราถูกกระทำจริง ๆ ถ้าดูไทม์ไลน์ของการเป็นพรรคภูมิใจไทย ส่วนหนึ่งเริ่มต้นจากพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งถูกยุบพรรคมาแล้ว ผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย ถูกสิ่งที่เรียกว่า Deep State ถูกศาลพิพากษาหลายคน องค์กรอิสระก็จัดการกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย หลายคน

ที่บอกว่าเรามีเส้น มีสาย ผมคิดว่าขอให้ดูกระแสสังคม อย่างกรณีล่าสุดเรื่องคลิปเสียงนายกฯ ไม่ต้องบอกเลยว่าใครไปวิ่งใคร ใครไปมีนู่นมีนี่มีนั่น เราคิดถึงตัวเรา วันที่เราฟังคลิปเสียงที่หลุดออกมา เราถามตัวเองว่าอะไร แล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอะไรที่ต่างกับสิ่งที่เราคิดในวันที่คลิปเสียงออกมา คำถามคือศาลรัฐธรรมนูญตอบสังคมได้ไหม ไม่ต้องไปคำนึงอะไรเลย

หรือกรณีเขากระโดง ติดพันมาโดยตลอด ทุกครั้งที่พรรคภูมิไจไทยเป็นรัฐบาล เราก็จะถูกฝ่ายค้านอภิปราย และฝ่ายค้านตอนนั้นก็มาเป็นรัฐบาล คำถามคือ คนที่อยู่เบื้องหลังไม่เรียกว่าคนกลุ่มนั้นเป็น Deep State บ้างเหรอ ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในวงการก็จะรู้ว่าใครเป็นคนบัญชาการให้มาทำ เราอยู่กับข้อครหาแบบนี้ไม่ใช่เพราะเรามีเส้นสาย แต่เพราะในข้อกฎหมาย เขาไม่สามารถเอาผิดหรือทำอะไรได้ เพราะมันไม่ผิดกฎหมาย

ถามว่าพรรคออกแบบให้ตัวเองมีเส้นหรือเปล่า “สิริพงษ์” ตอบว่า “มีเส้นหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่โทนของพรรคที่เราบอกว่าเราเป็นอนุรักษนิยมจะทำให้คนอื่นคิดว่าเรามีเส้นหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่โทนของพรรคเราประกาศตัวชัดว่าเราเป็นอนุรักษนิยม”

4 เดือนยุบสภา ไม่เป็นขี้ปาก

อีกเรื่องหนึ่งคือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีใครเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยแก้รัฐธรรมนูญ “สิริพงศ์” กล่าวว่า ไม่ใช่พรรคไม่เคยพยายามแก้ แต่ผมคิดว่าประเด็นที่มอง มองต่างกัน วันนี้การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ วันนี้คือการแก้รัฐธรรมนูญให้มี ส.ส.ร. มาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มองย้อนหลังไป 6 ปี พรรคไหนเป็นพรรคแรกที่ยื่นให้แก้มาตรา 256 คือพรรคภูมิใจไทย

ซึ่งเราเสนอแก้มาตรา 256 ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ขอเสียง สว.สนับสนุนตัดอำนาจโหวตนายกฯ แต่แน่นอนไม่ผ่าน เพราะความพยายามของพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคจะให้แก้รายมาตรา จนมาถึงวันนี้ ส.ส.ร. ซึ่งเป็นแนวทางที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว เรื่องพวกนี้เป็น Digital Footprint สามารถไปดูได้ ถ้าบอกว่าภูมิใจไทยไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ อาจไม่ใช่เช่นนั้น

คำถามสำคัญ พรรคภูมิใจไทย จะยุบสภาใน 4 เดือนตาม MOA หรือบวกเวลาเผื่อเหลือเผื่อขาด “สิริพงษ์” ตอบว่า ไม่มีบวก ผู้ใหญ่ในพรรคคุยกันไม่มีประโยชน์เลยที่จะไปบวกเวลาเพิ่ม วันนี้ประชาชนโอเคกับหน้าตา ครม.เศรษฐกิจ ประชาชนโอเคกับนโยบายที่จะออกมาเป็นชุด เวลาเพียง 4 เดือน เราคงไม่ประกาศ 40-50 นโยบาย แต่เราประกาศนโยบายที่ทำได้จริง เอา 4 เดือนให้ทัน พอ 4 เดือนครบปุ๊บ ยุบสภา ไม่มีประโยชน์ที่จะต่ออีก 1 เดือน 2 เดือน ให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน ไม่มีประโยชน์ 4 เดือนยุบก็ยุบ ว่ากันที่สนามเลือกตั้ง

“ไม่มีปัจจัยอะไรที่จะลากเกิน 4 เดือน ชัดเจน คุยกันหลายครั้งมาก 4 เดือนก็คือ 4 เดือน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิริพงศ์ : อนุรักษนิยมเทคโนแครต ภูมิใจไทย พรรคไม่มีเส้นในรัฐพันลึก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...