“ชาวรัสเซีย” แห่ซื้อทองคำพุ่งแตะ 62 ตัน เทียบเท่าสำรองทองสเปน-ออสเตรีย
"ชาวรัสเซีย" หันมาซื้อทองคำสูงสุดในรอบ 4 ปี รวม 62.2 ตันในปี 2568 เทียบเท่าสำรองทองคำของประเทศสเปนหรือออสเตรีย และสะสมรวมกว่า 282 ตันตั้งแต่เริ่มสงครามยูเครน
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 16.42 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้บริโภคชาวรัสเซียมียอดซื้อทองคำในปีนี้สูงจนเกือบเท่ากับปริมาณทองคำสำรองของประเทศสเปนหรือออสเตรีย สะท้อนให้เห็นว่าทองคำได้กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย ยอดนิยมของชาวรัสเซียในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
รายงานจากบริษัท Al Banyan Tree Research สตาร์ทอัปด้านการวิจัยเชิงปริมาณในฮ่องกง ระบุว่าการซื้อทองคำของชาวรัสเซียในรูปแบบแท่ง เหรียญ และเครื่องประดับจะสูงถึง 62.2 ตัน หรือเกือบ 2 ล้านทรอยออนซ์ในปี 2568 และคาดว่าตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 จนถึงปัจจุบัน การซื้อทองคำสะสมของภาคครัวเรือนจะรวมมากกว่า 282 ตัน
แม้การซื้อขายชะลอตัวลงจากปีก่อน เนื่องจากราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่กระแสดังกล่าวสะท้อนว่าชาวรัสเซียที่ถูกตัดขาดจากช่องทางออมเงินแบบเดิม เช่น เงินยูโรและดอลลาร์ กำลังหาทางใหม่ในการรักษาความมั่งคั่ง โดยทองคำได้กลายเป็นที่พักเงินหลักแทน
ดมิตรี คาซาคอฟ นักวิเคราะห์จาก BCS Global Markets กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ประชาชนมักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และเงินตราต่างประเทศ แต่หลังการคว่ำบาตรทำให้การถือเงินตราไม่สะดวกอีกต่อไป ความต้องการทองคำจึงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2565”
ธนาคารรัสเซียได้ยุติการรับฝากเงินสกุลยูโรและดอลลาร์ ขณะที่การโอนเงินข้ามพรมแดนในสกุลเหล่านั้นทำได้ยากขึ้น ทำให้บางส่วนอาจย้ายทองคำไปเก็บต่างประเทศแทน ซึ่งไม่สามารถประเมินปริมาณได้แน่ชัด
ทั้งนี้ รัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีการขุดทองมากกว่า 300 ตันต่อปี แต่ทองคำของรัสเซียถูกแบนจากตลาดตะวันตกตั้งแต่ปี 2565 และ London Bullion Market Association (LBMA) ก็ไม่รับรองมาตรฐานทองคำรัสเซียอีกต่อไป
รัฐบาลรัสเซียจึงยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อทองคำภาคครัวเรือน เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศและช่วยผู้ผลิตที่ถูกคว่ำบาตร หลังธนาคารกลางรัสเซียซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก หยุดซื้อทองคำตั้งแต่ปี 2563 และแม้จะเปิดทางให้ซื้ออีกครั้งในปี 2565 แต่ปริมาณสำรองยังทรงตัวราว 75 ล้านทรอยออนซ์
ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์ของรัสเซียก็มีส่วนหนุนความต้องการ โดยถือครองทองคำราว 57.6 ตัน ณ เดือนสิงหาคม 2568 ตามข้อมูลของ Al Banyan Tree Research ซึ่งใช้แบบจำลองเศรษฐมิติและ AI ในการวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ในเดือนตุลาคมนี้ รัสเซียยังได้เริ่มซื้อขายทองคำจริงบนตลาดหลักทรัพย์เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อแทนที่ระบบกำหนดราคาของ LBMA แม้ยังมีการซื้อขายเพียงไม่กี่แท่ง ขณะที่การส่งออกทองคำลดลงอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า ความต้องการทองคำในประเทศสะท้อนถึงพฤติกรรมการออมและรูปแบบการค้าของชาวรัสเซียที่อาจ ไม่กลับไปเหมือนเดิมแม้การคว่ำบาตรจะผ่อนคลายลง โดย คาซาคอฟ กล่าวว่า “เราสงสัยว่าหากการคว่ำบาตรถูกยกเลิก ทุกคนจะขายทองคำออก เพราะความไม่ไว้วางใจต่อดอลลาร์และยูโรจะยังคงอยู่”
อ้างอิง : www.bloomberg.com