โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบ] บิ๊กบอสตัวจิ๋วกับครอบครัวผู้พิชิตวันสิ้นโลก!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 07.36 น. • OfficeOnlybook
วันสิ้นโลก คนกลายเป็นซอมบี้ สัตว์พืชกลายพันธุ์ คฤหาสน์ตระกูลเพ่ยเหลือเพียงเด็กน้อยสามขวบ พ่อแม่และพี่ๆ ต่างกระจัดกระจายข้างนอก พวกเขาจะหาทางกลับมาพบเธอได้ทันหรือไม่?

ข้อมูลเบื้องต้น

บิ๊กบอสตัวจิ๋วกับครอบครัวผู้พิชิตวันสิ้นโลก!
萌宝三岁多,全家在末世卷成大佬
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท โอลลี่บุ๊คส์ จำกัด ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์

ผู้แต่ง : 你吃不过我 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook

เรื่องย่อ : ชาติที่แล้วเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนเป็นปลาคาร์ฟที่อาศัยอยู่ในสระน้ำลึกบนภูเขา ใช้เวลาหลายปีกว่าจะบำเพ็ญเพียรจนมีสติปัญญา และในตอนที่กำลังจะบำเพ็ญเพียรจนได้ร่างมนุษย์ ใครจะรู้ว่าสวรรค์ไม่เห็นด้วย จึงส่งสายฟ้าฟาดเธอจนตาย ส่งเธอมาเกิดเป็นลูกคนที่หกของตระกูลเพ่ย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สนุกสนาน
แต่แล้ววันหนึ่ง การล่มสลายของโลกก็มาถึง! ซอมบี้เพ่นพ่านไปทั่วเมือง ทั้งสัตว์และพืชล้วนกลายพันธุ์มีขนาดใหญ่ขึ้น
ในช่วงเวลานั้นครอบครัวกระจัดกระจาย คฤหาสน์ตระกูลเพ่ยเหลือเพียงเธอที่อยู่ในวัยสามขวบเท่านั้น พ่อแม่ พี่ชาย และพี่สาวของเธอที่อยู่ ณ ที่ต่าง ๆ จึงวางแผนสร้างทีม และฝันฝ่าซอมบี้กลับมาหาเธอ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน พวกเขาก็พบว่าทุกสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไป
คนที่กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้กลายพันธู์นั้น… หรือว่าจะเป็นน้องหกของพวกเขา?
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาถล่ม น้ำทะเลซัดฝั่ง ตึกสูงถล่ม และแผ่นดินสั่นสะเทือน ภูเขาที่คฤหาสน์ตระกูลเพ่ยตั้งอยู่กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว และสรรพสัตว์ทั้งปวงก็อพยพไปหลบภัยที่นั่น เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงหันหน้าเข้าหายอดเขา ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม ราวกับกำลังคุกเข่าต่อเทพเจ้า
พวกเขาจะเชื่อมั่นในปลาน้อยตลอดไป…

บทที่ 1 เกินไปแล้ว

บทที่ 1 เกินไปแล้ว

"คุณหนู คุณหนูทานเค้กเพิ่มไม่ได้แล้วนะคะ ไม่อย่างนั้นพอคุณพ่อคุณแม่กลับมา พวกเขาก็จะพาคุณหนูไปโรงพยาบาลอีก"

ลุงหลิวที่เป็นพ่อบ้านจำใจต้องจับประตูตู้เย็นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ประตูหนีบร่างของเด็กน้อยที่กำลังโน้มตัวเข้าไปในตู้เย็นทั้งตัว

คนรับใช้อีกคนหัวเราะพลางอุ้มเด็กหญิงเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนลงมาจากเก้าอี้

เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดเดรสเจ้าหญิงสีเหลืองอ่อน ผมถูกมัดเป็นจุกสองข้าง ดวงตากลมโตเหมือนลูกองุ่นดำ กำลังจ้องมองพวกเขาอย่างไร้เดียงสา

"ไม่เป็นไร ๆ ถ้าพวกคุณไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้หรอก!" เด็กน้อยน่ารักกำลังถือเค้กชิ้นหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับแทะกินไปด้วย

หวานจัง! อร่อยมากเลย! ชีวิตที่ผ่านมาของเธอต้องลำบากขนาดไหนกันนะ ถึงได้เพิ่งมาลิ้มลองของอร่อยแบบนี้

ดวงตาคู่โตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขทำให้ใครก็ตามที่เห็นไม่อาจโกรธเธอลงได้

"พี่จะบอกพ่อกับแม่ว่าเธอแอบกินเค้กไอศกรีม พอพ่อกับแม่กลับมาจะต้องพาเธอไปฉีดก้นที่โรงพยาบาลแน่ ๆ!"

เสียงแหบห้าวคล้ายเป็ดตัวผู้ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยอย่างสะใจ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตกใจจนตาโต เมื่อหันไปมองที่ประตูห้องครัว ตรงนั้นมีเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนสีฟ้าขาวสะพายกระเป๋าไว้บนไหล่คนหนึ่งยืนอยู่

เมื่อเห็นเพ่ยฉางเฟิง เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็จ้องเขาอย่างขุ่นเคือง "คนขี้ฟ้อง!"

"นี่! ยัยตัวจิ๋ว เธอเรียกพี่ว่าอะไรนะ!" เพ่ยฉางเฟิงพูดพลางเหวี่ยงกระเป๋านักเรียนไปด้านข้างแล้วพับแขนเสื้อเตรียมจะไปจับตัวเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตกใจจนร้องกรี๊ด แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะกำเค้กในมือไว้แน่น แล้ววิ่งไปทางสวนหลังคฤหาสน์

เพ่ยฉางเฟิงเห็นเสือและเสือดำที่ถูกล้อมรั้วไว้อยู่ด้านหน้า จึงหยุดฝีเท้าไม่ก้าวเดินต่อ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนราวกับเจอที่พึ่งพิง ยืนอยู่นอกรั้ว ยื่นปากอย่างหยิ่งผยองแล้วแค่นเสียง "แน่จริงก็เข้ามาสิ!"

เพ่ยฉางเฟิงโมโหจนขบฟันกรอด ก้าวเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นอีกไม่กี่ก้าวเสือและเสือดำที่เดิมนอนอยู่ก็ลุกขึ้นยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน โดยเฉพาะเสือดำตัวนั้นดูเหมือนพร้อมจะกระโจนออกมาได้ทุกเมื่อ

แววตาของมันเปล่งประกายดุร้าย

เพ่ยฉางเฟิงส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนจะเดินจากไปยังไม่วายทิ้งคำขู่เอาไว้ "รอดูละกัน กลับมาคราวนี้พี่จะจัดการเธอให้เข็ด!"

เมื่อเห็นเพ่ยฉางเฟิงเดินห่างออกไป เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็หัวเราะคิกคัก "รอบนี้ เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนชนะ!"

เธอหันไปลูบเสือดำในกรงใหญ่ "เค้กอย่าโมโหไปเลยนะ พี่ห้าเป็นคนใจร้าย ชอบรังแกกันอยู่เรื่อยเลย"

แล้วก็ลูบเสืออีกตัวอย่างทั่วถึง "องุ่นก็อย่าโมโหเหมือนกันนะ"

เสียงคำรามของเสือและเสือดำดังขึ้นสลับกัน ราวกับกำลังตอบรับคำพูดของเธอ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนหดมือกลับ แบ่งเค้กในมือออกเป็นสองส่วนแล้วยัดเข้าปากเสือและเสือดำ

"นี่เป็นเค้กที่เนี่ยนเนี่ยนเพิ่งได้มาวันนี้เอง อร่อยมากเลย! ลองชิมดูสิ"

เสือและเสือดำอ้าปาก แลบลิ้นออกมาม้วนเค้กเข้าปากพร้อมกับเลียครีมที่ติดอยู่บนมือของเด็กน้อยจนสะอาด

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนรู้สึกจั๊กจี้ที่ฝ่ามือที่ถูกเลีย จึงหัวเราะคิกคักออกมา

เธอเล่นกับสัตว์ร้ายทั้งสองตัวอยู่สักพัก แล้วก็ได้ยินเสียงขู่ฟ่อ ๆ ดังมาจากข้างหู เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนลุกขึ้นยืนเดินไปที่พุ่มดอกไม้ข้าง ๆ

แขนป้อม ๆ ของเธอแหวกพุ่มดอกไม้ออก เห็นงูหัวกลมสีเขียวตัวหนึ่งกำลังพยายามกลืนงูสีเขียวอีกตัวที่ไม่รู้จักชื่อลงท้องไป

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนมองด้วยความประหลาดใจ ยื่นมือน้อย ๆ ที่ยังมีกลิ่นเสือติดอยู่ไปจิ้มที่หางของมัน "เอ๊ะ ทำไมถึงกินพวกเดียวกันล่ะ?!"

งูสิงจีนตัวนั้นได้ยินดังนั้นก็พ่นงูเขียวหางไหม้ที่เพิ่งจะเข้าปากไปออกมาทันที แล้วชูคอขึ้นสูง 'อะไรคือพวกเดียวกัน! ดูดี ๆ สิว่าพวกเดียวกันยังไง! เจ้านี่มันก็จะกินงูเหมือนกันนะ!'

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก้าวไปข้างหน้าจับหางงูเขียวหางไหม้ขึ้นมาแล้วสะบัดไปมา "ตายแล้วเหรอ??"

ทางด้านพี่เลี้ยงที่กลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย จึงเดินตามมาดูและบังเอิญเห็นภาพที่เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนกำลังถืองูอยู่พอดี พี่เลี้ยงตกใจจนกรีดร้องออกมาเสียงดัง

"คุณหนู! ทิ้งมันเร็ว ๆ ค่ะ! นั่นมันงูพิษนะ! มันฉกคนได้นะคะ!"

พูดพลางวิ่งเข้าไปเรียกคนข้างใน เพราะเธอเองก็ไม่กล้าเข้าไปจับมัน

งูสิงจีนเลื้อยซอกแซกเข้ามาอยู่ตรงหน้าเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน แล้วใช้ลำตัวพันรอบข้อเท้าของเธอไว้ 'เอางูนั่นมาให้เร็ว ๆ เอามาให้เร็วเข้า! จะหิวตายอยู่แล้ว!'

เมื่อกลุ่มคนวิ่งมาถึงก็เห็นภาพที่เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไม่เพียงแต่จับงูเขียวหางไหม้ไว้ในมือ แต่ที่ข้อเท้าของเธอยังมีงูสิงจีนตัวใหญ่พันอยู่ด้วย

คนที่มีอุปกรณ์ก็รีบหยิบอุปกรณ์มา ส่วนคนที่คอยปลอบก็พากันปลอบประโลม

"คุณหนูไม่ต้องกลัวนะคะ พวกเราจะช่วยคุณหนูเดี๋ยวนี้แหละ อย่าขยับนะคะ"

"ใช่ ๆ อย่าขยับ คุณหนูยืนนิ่งๆ ไว้นะคะ"

"คุณหนูไม่ต้องกลัวนะคะ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"

……

งูสิงจีนเริ่มส่ายหัวไปมา 'เร็วเข้า ส่งงูนั่นมาเร็ว พวกมนุษย์จะลงมือแล้วนะ!!'

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนเหลือบมองงูสิงจีนแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองคนรับใช้ที่กำลังถือเครื่องมือเดินมา เธอพลิกข้อมือเหวี่ยงงูเขียวหางไหม้ในมือไปมาอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตางูตัวนั้นก็ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกำแพง ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ไถลลงไปตกในพุ่มหญ้า

งูสิงจีนรีบรุดไปยังตำแหน่งที่งูเขียวหางไหม้ตัวนั้นตกลงไปอย่างรวดเร็ว

พวกคนรับใช้มองการกระทำแปลก ๆ ของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนแล้ว พวกเขาก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ไม่รู้จะเรียกเด็กคนนี้ว่าโง่หรือบ้าบิ่นดี ถึงได้กล้าจับงูแบบนี้

พี่เลี้ยงรีบเข้าไปตรวจสอบดูว่าเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนถูกงูกัดหรือเปล่า ถ้าถูกกัดจะต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยังคงยกมือเล็ก ๆ ขึ้นพลางหัวเราะคิกคัก "เนี่ยนเนี่ยนไม่เป็นไรค่ะ!"

แก้มขาวนุ่มเบียดชิดกันเป็นก้อนเผยให้เห็นฟันน้ำนมซี่เล็ก ๆ เรียงเป็นแถว ทำให้ใครก็ใจอ่อน ดุไม่ลง

"คุณหนูต่อไปห้ามจับงูแบบนี้อีกนะคะ งูที่คุณหนูจับเมื่อกี้มันมีพิษนะคะ"

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนพยักหน้า แต่ไม่ได้อธิบายอะไร

ชาติที่แล้วเธอเป็นปลาคาร์ฟที่อาศัยอยู่ในสระน้ำลึกบนภูเขา ใช้เวลาหลายปีกว่าจะบำเพ็ญเพียรจนมีสติปัญญา และในตอนที่กำลังจะบำเพ็ญเพียรจนได้ร่างมนุษย์ ใครจะรู้ว่าสวรรค์ไม่เห็นด้วยจึงส่งสายฟ้าฟาดเธอจนตาย

วันหนึ่งเธอได้มาเกิดใหม่เป็นลูกคนที่หกของตระกูลเพ่ย ในที่สุดก็ได้ร่างมนุษย์อย่างที่ปรารถนามาตั้งแต่ชาติก่อน อีกทั้งยังมีพ่อแม่และครอบครัวเป็นของตัวเองด้วย

ชาติก่อนเธอเป็นปลาคาร์ฟ อาจเป็นเพราะความโชคดีของเธอ ธุรกิจของตระกูลเพ่ยจึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ตระกูลเพ่ยร่ำรวยขึ้นแต่ก็ยิ่งยุ่งมากขึ้นด้วย หลังจากที่แม่ของเธอคลอดเธอได้ไม่นานก็กลับไปทำงานต่อ และหลังจากที่เธอพูดและเดินได้แล้วแม่ก็ต้องเดินทางไปทั่วโลกกับพ่อ

คนที่อยู่คฤหาสน์ประจำมีเพียงเธอกับพี่ชายคนที่ห้าอย่างเพ่ยฉางเฟิง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะตอนนี้มีของอร่อยให้กินมากมาย ไม่ต้องบำเพ็ญตนอย่างยากลำบากเหมือนแต่ก่อน ก็ได้ร่างกายมนุษย์มาแล้วเธอรู้สึกดีใจมาก!

เมื่อถึงเวลาอาหาร แม่บ้านพาเธอไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก แล้วยืนอยู่ข้าง ๆ คอยตักอาหารให้เธอ

บนโต๊ะอาหารมีแท็บเล็ตวางอยู่เครื่องหนึ่ง บนหน้าจอเป็นภาพของผู้หญิงที่ดูอายุราว ๆ สามสิบกว่าปี คือหลินหว่านแม่ของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน

[ลูกรัก แม่กับพ่อจะบินกลับประเทศในอีกไม่นานนะ หนูอยู่บ้านเป็นเด็กดีนะ ห้ามแอบกินเค้กไอศกรีมอีกรู้ไหม?]

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยัดกุ้งตัวใหญ่เข้าปากจนแก้มป่องกลมด้วยอาหาร พร้อมกับเคี้ยวตุ้ย ๆ ดูน่าเอ็นดูจนใครเห็นก็อดที่จะหลงรักไม่ได้

เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็พยักหน้ารับทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก ในเมื่อคนไม่อยู่ด้วยเธอก็จะกินต่อไปอยู่ดี ไม่เสียเวลา

แม่ของเธอเอามือประคองแก้มมองลูกสาวที่กำลังตั้งใจกินข้าวผ่านหน้าจอ รู้สึกว่าหัวใจกำลังจะละลาย

[ทำไมเนี่ยนเนี่ยนของแม่น่ารักขนาดนี้กันนะ!]

จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องถาม [แล้วพี่ห้าของหนูล่ะ เขากินข้าวบ้างหรือเปล่า?]

พอได้ยินคำถามนี้ เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันทีรีบฟ้องทันควัน "พี่ชายไม่ยอมกินข้าวเลย! แถมยังแอบกินขนมด้วยค่ะ!" และที่สำคัญที่สุดคือเขายังไม่แบ่งให้เธอกินด้วย!

เกินไปแล้ว! มันเกินไปจริง ๆ!

บทที่ 2 โลกกำลังจะล่มสลาย!

บทที่ 2 โลกกำลังจะล่มสลาย!

แม่ของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนปลอบใจเธออีกสองสามคำ จนกระทั่งเครื่องบินกำลังจะขึ้นแล้ว จึงวางสายไป

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนชี้นิ้วชี้เล็ก ๆ ของเธอไปที่อาหารบนโต๊ะ แม่บ้านคีบอาหารตามที่เธอชี้ เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนกินจนแก้มป่องด้วยความพึงพอใจ

อร่อยมากจริง ๆ!!! ชาติที่แล้วเธอใช้ชีวิตอย่างน่าสงสารเหลือเกิน!

แม่บ้านวางตะเกียบลงอย่างเหมาะสม เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยังอยากกินต่อแต่ก็ถูกแม่บ้านเกลี้ยกล่อมจึงยอมหยุด

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก้มลงมองท้องที่ป่องของตัวเอง มือน้อย ๆ ขาวนวลตบเบา ๆ "แกนี่ไม่เอาไหนเลย!"

มีของอร่อยตั้งมากมายแท้ ๆ แต่ก็กินได้ไม่หมด ฮึ่ย!

พี่เลี้ยงอาบน้ำให้และกล่อมจนเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนหลับไป แล้วจึงออกไปจากห้องของเธอ

พอถึงตอนหกโมงเช้า เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนที่กำลังหลับสบาย จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา แล้วรีบลุกพรวดไปเปิดม่านที่ระเบียงทันที

เมื่อมองผ่านประตูกระจก เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนเห็นแสงสีแดงวูบวาบที่ขอบฟ้ากำลังแผ่ขยายมาทางนี้อย่างรวดเร็ว

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น พูดให้ถูกต้องก็คือ…โลกกำลังจะล่มสลาย!

เธอค้นหาสมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กจากลิ้นชักหัวเตียง แล้วโทรหาพ่อและแม่ แต่โทรศัพท์ของพวกเขาปิดอยู่

จากนั้นเธอก็โทรหาพี่ชายคนโตที่อยู่ต่างเมือง

เธอโทรติดต่อกันหลายครั้ง ในที่สุดอีกฝ่ายก็รับสาย [ฮัลโหลเนี่ยนเนี่ยน ทำไมโทรหาพี่ตั้งแต่เช้าแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า?]

"พี่ใหญ่! รีบกลับมาเร็ว! โลกกำลังจะล่มสลายแล้ว!!!"

[เหอะ ๆ เนี่ยนเนี่ยน หนูพูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนั้น หรือว่าฉางเฟิงพาหนูไปดูอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรอีกแล้ว?] เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย

[เรื่องพวกนั้นไม่เป็นความจริงหรอก ตอนนี้ยังเช้ามากอยู่เลย เนี่ยนเนี่ยนไปนอนดี ๆ นะ?]

เขาเพิ่งจะเข้านอนไปได้ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องสาว ตอนนี้จึงง่วงมาก

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนขมวดคิ้วเรียวสวยจนดูเหมือนตัวหนอน เพ่ยฉางซวี่ไม่เชื่อคำพูดของเธอ แต่คิดดูแล้วก็สมเหตุสมผลเพราะเธออายุแค่สามขวบกว่า ๆ เท่านั้น คนปกติคงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอหรอก

เธอจึงเปลี่ยนน้ำเสียงใหม่แล้วพูดว่า "พี่ใหญ่ขา เนี่ยนเนี่ยนอยากกินขนมปังกรอบ บะหมี่ ช็อกโกแลต ซาลาเปาลูกใหญ่ แล้วก็เสี่ยวหลงเปาค่ะ!"

เพ่ยฉางซวี่นึกถึงท่าทางการกินของน้องสาวที่เหมือนกับหมูน้อยไม่มีผิด [ได้ ตื่นมาก็จะมีให้กินแล้ว นอนซะนะเด็กดี]

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยังไม่ยอมแพ้พูดอีกประโยค "พี่ชาย หนูอยากได้เยอะ ๆ เยอะกว่าคฤหาสน์บ้านเราอีก!!!"

[ได้ ตื่นมาก็จะมีเยอะ ๆ เลย] เพ่ยฉางซวี่พยายามอย่างมากกว่าจะกล่อมให้น้องไปนอนต่อได้ เขาไม่อยากผิดคำพูดคิดว่ารถบรรทุกใหญ่สักหลายคันก็คงพอได้

เขาหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความออกไปสองสามข้อความ แล้วจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวหลับไปอีกครั้ง

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยังไม่ยอมแพ้ เธอโทรหาพี่ชายคนรองและพี่สาวคนที่สามแต่ก็ติดต่อไม่ได้ พอดีนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านยังมีพี่ชายคนที่ห้าที่ต้องไปเรียนหนังสืออยู่อีกคน

เธอสวมรองเท้าเดินออกจากห้อง ในมือถือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวเล็กไปเคาะประตูห้องของเพ่ยฉางเฟิง

"พี่ห้า! พี่ห้าเปิดประตูเร็ว ๆ!"

เพ่ยฉางเฟิงเพิ่งล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เมื่อเปิดประตูก็เห็นเด็กตัวน้อยที่อุ้มตุ๊กตาหมีอยู่หน้าประตู เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

"มีอะไร?" เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก ในใจก็คิดว่าแปลกจังที่วันนี้หมูน้อยตื่นเช้าขนาดนี้

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก้าวไปกอดขาเขา เงยหน้ากลมเหมือนซาลาเปาขึ้นมอง ดวงตากลมโตสวยงามกะพริบปริบ ๆ

"พี่ชาย วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนหรอก อยู่เล่นกับหนูเถอะ"

เพ่ยฉางเฟิงจับแก้มนุ่ม ๆ ที่ป่องออกมาของเธอ "ไม่ได้หรอก พี่ไม่อยากเป็นคนไม่รู้หนังสือนะ" เขาพูดพลางพยายามแกะมือของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนออก

ยังไงวันนี้เธอก็จะไม่ยอมให้เพ่ยฉางเฟิงไปโรงเรียนเด็ดขาด

"ไม่ได้! วันนี้พี่ห้ามไปโรงเรียนเด็ดขาด! เดี๋ยวจะกลายเป็นอะไรแปลก ๆ ไปนะ!"

เพ่ยฉางเฟิงแกะมือเธอออก แต่เธอก็เกาะอีก พอแกะออกอีกครั้งเธอก็เกาะใหม่ จนเขาหมดความอดทนแล้ว ไม่อยากเถียงกับเธออีกจึงลากขาที่มีเด็กน้อยเกาะอยู่ไปหยิบกระเป๋านักเรียน

เขาอุ้มเธอขึ้นมาอีกครั้ง คาดว่าคงเป็นเพราะคนในครอบครัวไม่อยู่บ้านเป็นเวลานาน ทำให้เธอรู้สึกกลัวเขาจึงพูดปลอบเธอ

"ได้ ๆ ไม่ไปก็ได้ แต่พี่หิวแล้วเราไปกินข้าวกันก่อนนะ"

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนพยักหน้า แค่ไม่ต้องออกไปข้างนอก จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!

พอลงมาถึงชั้นล่าง เพ่ยฉางเฟิงก็มองดูเด็กน้อยที่กำลังแทะซาลาเปาอยู่ เขากลอกตาไปมาแล้วพูดว่า "เนี่ยนเนี่ยน นี่เธอยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันก็มากินอาหารเช้าเลยเหรอ?"

เขาทำท่ารังเกียจแล้วพูดว่า "อี๋! เธอสกปรกจังเลย!" แล้วขยิบตาให้พี่เลี้ยงที่อยู่ข้าง ๆ

พี่เลี้ยงรีบพูดว่า "คุณหนู เราไปล้างหน้าแปรงฟันกันไหมคะ? ชุดกระโปรงที่คุณหนูอยากได้มาส่งตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เราไปลองกันเถอะค่ะ"

พี่เลี้ยงพูดพลางอุ้มเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนที่มือยังคีบซาลาเปาลูกเล็กอยู่เดินออกไป

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนพยักหน้า แล้วหันไปเห็นเพ่ยฉางเฟิงที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร จึงรีบพูดว่า "พี่ห้ามไปไหนนะ!"

"ได้! ไม่ไป พี่จะอยู่บ้านเป็นคนไม่รู้หนังสือกับเธอ!"

พอไม่เห็นเงาคนแล้ว เพ่ยฉางเฟิงก็สะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นบ่าแล้วรีบหยิบซาลาเปายัดเข้าปาก

"รีบไป ๆ! ไม่งั้นเดี๋ยวก็ไปไม่ได้หรอก!" เพ่ยฉางเฟิงพูดพลางนั่งลงในรถและเรียกคนขับ

คนขับรถวัยกลางคนยิ้มพลางพูดว่า "คุณหนูหกคงคิดถึงและอยากเล่นกับคุณชายห้าแน่เลยครับ"

เด็กหนุ่มทำหน้าเชิดนิด ๆ "ก็แน่นอนอยู่แล้ว"

เมื่อเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนลงมาจากชั้นบน เธอก็ตกตะลึงเพราะไม่เห็นเพ่ยฉางเฟิงอยู่ที่ไหนเลย เธอกระทืบเท้าไปมาด้วยความโมโหแล้วรีบไปเปิดโทรทัศน์ด้วยความโกรธ

พี่เลี้ยงที่อยู่ด้านหลังยิ้มหน้าบาน เด็กน้อยตัวกลม ๆ ที่กระทืบเท้าอย่างแรง ช่างน่ารักเหลือเกิน!

เนี่ยนเนี่ยนยังคงเฝ้าดูโทรทัศน์อยู่ เธอได้โทรศัพท์ออกไปแล้วแต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อเท่าไร พ่อแม่ของเธอก็เดินทางไปทางเหนือ ตอนนี้ยังกลับมาไม่ได้

เธอทำแก้มป่องพลางยกเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาบนโซฟา ถอนหายใจ แล้วก็แทะขนมกรอบ ๆ อีกคำ พลางมองข่าวที่กำลังฉายอยู่ในโทรทัศน์

ฉากหลังเป็นโรงพยาบาล และเริ่มมีคนจำนวนมากหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ

เนี่ยนเนี่ยนกัดขนมคำสุดท้าย แล้วยันพนักพิงโซฟาลุกขึ้นยืน "ลุงหลิว!"

ลุงหลิวได้ยินเสียงเรียกจึงเดินเข้ามา "คุณหนู มีอะไรเหรอครับ?"

"พวกเขาป่วยกันหรือเปล่าคะ? เหมือนกับโรคระบาดที่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่า?" เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนชี้นิ้วเล็ก ๆ ของเธอไปที่ภาพในโทรทัศน์

"ถ้าเป็นแบบนั้น เนี่ยนเนี่ยนจะไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอกใช่ไหมคะ? ต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องด้วย?"

ลุงหลิวเพิ่งสังเกตเห็นข่าวที่กำลังออกอากาศทางโทรทัศน์ ซึ่งกำลังเรียกร้องให้ทุกคนอยู่บ้าน กักตัวเอง ไม่ควรออกไปไหนมาไหน

เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่สิ่งแรกที่ทำคือปลอบใจเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน

"คุณหนูไม่ต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องหรอกครับ ไม่ต้องกังวลนะ"

จากนั้นเขาก็รีบโทรศัพท์สั่งให้คนไปซื้อผัก ผลไม้ ขนม ข้าวสาร แป้ง เกลือ และน้ำมันมาเพิ่ม

ตาคู่ใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังโซฟาจึงค่อย ๆ หดกลับไปอย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

สิ่งของที่มาถึงก่อนเป็นของที่เพ่ยฉางซวี่สั่งให้คนส่งมา ตามมาด้วยของที่ลุงหลิวให้คนนำมาส่ง

มีรถบรรทุกขนาดใหญ่หลายคันจอดอยู่ที่โกดังด้านข้าง ขนของเข้าโกดังมากมายอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งถึงช่วงบ่าย สถานการณ์ยิ่งแย่ลงคนรับใช้ในคฤหาสน์หลายคนเริ่มหมดสติ

โชคดีที่คนรับใช้ไม่ได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ แต่อยู่ที่ตึกเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แม้แต่คนขับรถที่ต้องออกไปรับเพ่ยฉางเฟิงกลับจากโรงเรียนก็ล้มลงหมดสติไปเช่นกัน

ทางด้านนักเรียนในโรงเรียนก็เริ่มล้มลงหมดสติเป็นจำนวนมาก แม้แต่เพ่ยฉางเฟิงก็รู้สึกมึนงงจนแทบจะล้มหัวทิ่มลงในห้องน้ำ

เขาคว้าไม้ถูพื้นที่อยู่ข้าง ๆ มาใช้พยุงตัวออกจากห้องน้ำ

เพ่ยฉางเฟิงสังเกตเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปกติ ทั้งในห้องน้ำ ระเบียงทางเดิน และในห้องเรียนมีคนล้มลงหมดสติไม่หยุด ไม่ใช่แค่คนสองคนแต่ล้มลงเป็นกลุ่ม ๆ

เขาสูดหายใจลึก แล้วปล่อยลมหายใจร้อนผ่าวออกมา พยายามฝืนร่างกายเดินเข้าไปในห้องเก็บของห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ

ก่อนที่จะหมดสติเขายังไม่ลืมที่จะล็อคประตูและลากชั้นวางของที่อยู่ข้าง ๆ มาขวางประตูเอาไว้ ก่อนที่สายตาจะดับมืดและล้มลงกับพื้น

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขากำลังกะพริบอย่างต่อเนื่อง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้า 'ยัยจมูกน้อย'

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไล่พวกคนรับใช้ให้ไปอยู่ที่ตึกเล็ก แล้วหยิบของกินและเครื่องดื่มมากมายเข้าไปในห้องพร้อมล็อกประตู

ก่อนที่เธอจะหมดสติ ยังไม่ลืมที่จะดึงผ้าห่มมาคลุมท้องที่ป่อง ๆ ของเธอ

ถ้าไม่ห่มท้องไว้จะทำให้หนาวและท้องเสียได้

บทที่ 3 อยู่ในวงล้อมของเหล่าพืชพันธุ์และเสือสองตัว

บทที่ 3 อยู่ในวงล้อมของเหล่าพืชพันธุ์และเสือสองตัว

เมื่อเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตื่นขึ้นมา โลกทั้งใบก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง นอกหน้าต่างมีพืชพรรณเขียวขจีราวกับย้อนกลับไปอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์

พืชทั่วทั้งคฤหาสน์กำลังเติบโตอย่างบ้าคลั่ง เลื้อยพันไปตามตัวคฤหาสน์

ระเบียงถูกพืชยึดครอง มันไต่เลื้อยขึ้นไปด้านบน บดบังแสงสว่างไปจนหมด

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เล็ก ๆ เพื่อเปิดไฟ เธอเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกินอาหารบางอย่าง หลังจากอิ่มท้องแล้วจึงออกไปสำรวจพืชที่อยู่ด้านนอก

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไม่กล้าที่จะเปิดประตูออกไปเมื่อเห็นต้นไม้พวกนั้นเคลื่อนไหวขึ้นมาอย่างกะทันหันราวกับมีชีวิตขึ้นมา

เธอหยิบสมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กขึ้นมาโทรออก แต่ไม่มีสัญญาณ เธอยังไม่ยอมแพ้และกดลองอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใด ๆ

เธอเลื่อนเก้าอี้ไปที่หน้าประตูเพื่อจับลูกบิด เปิดประตูแง้มออกเล็กน้อย แล้วชะโงกไปดูจากนั้นก็เอียงหูฟังอย่างระมัดระวัง

ทั่วทั้งคฤหาสน์เงียบกริบและมืดสนิท

เธอกลับไปหยิบโคมไฟขนาดเล็กของตัวเอง แล้วถือมันเดินออกไปนอกประตู

ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนอะไรบางอย่างเข้า

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตรวจสอบทั่วทั้งคฤหาสน์แล้ว ไม่มีใครอยู่เลย มีแค่เธอคนเดียว ค่อนข้างปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ตอนขนของ เธอได้ให้พ่อบ้านขนขนมปังกรอบ ขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่มแบบแกลลอนมาไว้หลายอย่าง

เธอยังสามารถอยู่ต่อไปได้อีกสักพัก ช่วงเวลานี้ก็น่าจะพอให้เธอหาทางรอดชีวิตต่อไปได้

ประตูบานเลื่อนที่เชื่อมไปยังสระว่ายน้ำทางด้านข้างของชั้นหนึ่งก็ถูกพืชปกคลุมไปทั้งหมด เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนแนบหูฟังที่ประตู ตั้งใจฟังเสียงจากภายนอกมีเสียงคำรามของเสือและเสือดำ

เป็นองุ่นและเค้ก

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตบประตูด้วยมือน้อย ๆ ขาวนวลอย่างตื่นเต้น "องุ่น! เค้ก! ฉันอยู่ตรงนี้!!"

เสือสองตัวที่เพิ่งออกล่าเหยื่อและกลับมาอยู่ในลานคฤหาสน์ ตอนนี้กรงขังพวกมันเอาไว้ไม่ได้แล้ว ส่วนใหญ่ก็เพราะมันอยู่ไม่พอด้วย

ข้าง ๆ พวกมันยังมีหมูวางอยู่ตัวหนึ่ง ตัวขาวอ้วนท้วนที่คอยังมีเลือดไหลออกมา ส่งไอร้อนระอุ

เค้กค่อย ๆ ดมกลิ่นรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง องุ่นเดินวนไปมารอบคฤหาสน์ ทำให้สัตว์ที่อยากจะเข้ามาทำรังต้องถอยหนีไปหลายตัว

ลานคฤหาสน์นี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ก่อนประณีตสวยงาม กว้างขวาง แต่ตอนนี้วัชพืชขึ้นรกเต็มไปหมด พืชหลายชนิดเติบโตอย่างบ้าคลั่งจนทำให้พื้นที่ในลานแทบไม่เหลือที่ว่าง

เสือดำที่กำลังดมกลิ่นไปทั่วกระดิกหู แล้ววิ่งพรวดไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง มันพลาดท่าตกลงไปในสระว่ายน้ำ แต่ก็พยายามดิ้นขึ้นมาได้

มันเริ่มคุ้ยเขี่ยคฤหาสน์ที่ถูกพืชปกคลุมอยู่

เมื่อเห็นร่างน้อย ๆ สวมชุดกระโปรงลายกุหลาบ มันก็กางกรงเล็บออกมา พยายามเขี่ยพวกพืชเหล่านั้นออกสุดแรง

เจ้านายน้อยยังมีชีวิตอยู่!!!

มันส่งเสียงร้องไปทางด้านข้างอีกสองสามครั้ง เสือตัวนั้นก็เดินเข้ามา ในปากยังคาบหมูตัวนั้นอยู่

เห็นคนที่อยู่ข้างในกำลังพยายามดึงพืชออกพร้อมกับเสือดำ แต่พืชพวกนั้นดูเหมือนจะเติบโตไม่มีที่สิ้นสุด ดึงออกเท่าไหร่ก็งอกขึ้นมาใหม่ไม่หยุด

องุ่นรู้สึกหมดความอดทน มันคำรามออกมาเสียงดังแล้วไฟก็พลันพ่นออกมาจากปากโดยไม่ตั้งใจ พุ่งตรงไปที่พืชเหล่านั้น

น่าอัศจรรย์มาก พืชเหล่านั้นถอยร่นหายไปราวกับคลื่นน้ำ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนทำท่าบอกให้มันเปิดประตู องุ่นยื่นอุ้งเท้าใหญ่ออกมาลูบ ๆ ไม่กล้าตีโดยตรง เพราะกลัวจะทำร้ายสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ ที่อยู่ข้างใน

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนเขย่งคอมองดู ก็พบว่าประตูบานเลื่อนถูกล็อกอยู่

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนผลักเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ เข้าไปใกล้ ปีนขึ้นไปแล้วใช้มือน้อย ๆ จับที่ลูกบิดประตู ใช้น้ำหนักตัวดึงลงมาแล้วประตูก็เปิดออก

เสือตัวใหญ่รีบเปิดประตูบานเลื่อนออกทันที ตามมาด้วยเถาวัลย์ที่พันเลื้อยเข้ามาด้วย

มันเลื้อยเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็วและรุนแรง

สัญชาตญาณพาให้เสือทั้งสองตัวเข้ามายืนขวางหน้าเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไว้ องุ่นรีบคาบชายเสื้อด้านหลังของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนอย่างระมัดระวัง

ในปากส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ

เถาวัลย์สีเหลืองอ่อนเหยียดตัวขึ้นมา แกว่งไปมาเข้าหาเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน พยายามทดลองเข้าใกล้แต่ถูกเสือดำที่อยู่ข้าง ๆ ใช้กรงเล็บคมกริบตัดขาด ร่วงลงพื้นอย่างอ้างว้าง

เถาวัลย์นั้นหดตัวกลับไปในทันที

ทันใดนั้นเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็รู้สึกว่าแผ่นหลังของเธอร้อนขึ้น กลิ่นไหม้เกรียมโชยมา เธอร้องกรี๊ดออกมา

และดิ้นรนพลางตะโกน "ไฟไหม้! ไฟไหม้!!!!"

ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

เหล่าพืชพันธุ์โถมเข้ามาล้อมรอบ ทำให้หนึ่งคนและสัตว์สองตัวจมอยู่ใต้กองพืช เปลวเพลิงถูกดับลงในพริบตา

หลังจากเหตุการณ์สงบลง ร่างของเด็กหญิงเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็นั่งอยู่ในวงล้อมของเหล่าพืชพันธุ์และเสือสองตัว มือของเธอลูบหลังตัวเองอย่างตกอกตกใจ

ผิวของเด็กนั้นบอบบางอ่อนนุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอย่างเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างประณีตพิถีพิถัน

เธอสูดจมูก "องุ่น ทำให้ฉันโดนไฟลวก เจ็บจังเลย…"

เสือตัวใหญ่ยืนงงงัน ได้แต่เดินเข้ามาดมกลิ่นรอบตัวเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน มันนึกถึงตอนที่ตัวเองบาดเจ็บแค่มันเลียแผลก็หายดีแล้ว

มันเผลอแลบลิ้นไปเลียแผลไหม้ที่หลังของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนตามสัญชาตญาณ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนร้องไห้หนักกว่าเดิม แผลไฟไหม้มันเจ็บมากคงจะเป็นตุ่มพองขึ้นมาแล้ว

พอลิ้นขององุ่นแตะถูกแผ่นหลังของเธอ เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็ร้องไห้ออกมาทันที เสือดำที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ยื่นอุ้งเท้าไปตบไอ้เสือโง่ข้าง ๆ ทันที

'ไอ้โง่! ผิวของมนุษย์ถูกพวกเราเลียก็ต้องลอกชั้นหนึ่งอยู่แล้ว นี่ยังเป็นผิวของเด็กน้อยที่บอบบางขนาดนั้น แถมยังไม่มีขนปกป้องด้วยอีก'

องุ่นรู้สึกน้อยใจ มันก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนร้องไห้จนสะอึก แต่ตอนนี้ไม่มีใครมาปลอบเธอได้แต่สะอื้นและลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง "ต่อไปห้าม ห้ามเอาไฟมาเผาฉันอีกนะ มันเจ็บมากเลย…"

องุ่นส่งเสียงครางเบา ๆ สองครั้ง 'ไม่ทำแล้ว ๆ จะเผาใครก็ไม่มีวันเผาเจ้านายน้อย ครั้งนี้เป็นแค่อุบัติเหตุ'

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนมองพืชที่ล้อมรอบตัวเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา เธอรู้สึกงุนงง เมื่อครู่นี้ยังแย่งพื้นที่กันอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้มาล้อมรอบตัวเธอกันแบบนี้???

แต่เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไม่สนใจเรื่องนั้น "พวกพืช ห้ามยึดบ้านฉันนะ! ไม่งั้นตอนกลางคืนฉันจะไม่มีที่อยู่!!"

มีเสียงครางแผ่วเบาดังมา เถาวัลย์สีเข้มเส้นหนึ่งค่อย ๆ เลื้อยเข้ามาถูไถมือน้อย ๆ ของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนอย่างระมัดระวัง

เถาวัลย์อ่อนนุ่มอีกอันยื่นออกมาเช็ดหยดน้ำตาบนใบหน้าของเธอเบา ๆ แล้วแกว่งไปมาอย่างมีความสุข

ในชั่วพริบตา พืชทั้งหมดก็ถอยออกไป

ตอนนี้สมองน้อย ๆ ขนาดเท่าเมล็ดวอลนัทของเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนคิดอะไรมากไม่ไหวแล้ว หลังของเธอเจ็บปวดมาก ต้องหายามาทา

นึกถึงตำแหน่งที่แม่บ้านเก็บกล่องยาไว้ก่อนหน้านี้ เธอจึงผลักเก้าอี้เพื่อจะไปหยิบยา

องุ่นที่เพิ่งทำผิดไป รีบกระตือรือร้นวิ่งเข้ามางับเก้าอี้แล้วเดินตามเพ่ยเนี่ยนเนี่ยนไป

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนชี้นิ้วใส่อย่างดุดัน "ห้ามเอาเก้าอี้ของฉันไปเผาเด็ดขาดนะ!"

องุ่นไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนเดินไปถึงที่หมาย สั่งให้องุ่นวางเก้าอี้ลง เธอปีนขึ้นไปเพื่อหายาทา เธอหยิบยาหลอดหนึ่งออกมา มันเป็นยาแบบเดียวกับที่แม่เคยทาให้เธอตอนที่เธอซุกซนจนโดนน้ำร้อนลวก

เธอเปิดฝาและลองทายาที่หลังมือ เธอเจ็บจนน้ำตาคลอ เมื่อมองดูอุ้งเท้าใหญ่ ๆ ของเสือทั้งสองตัวที่อยู่ข้าง ๆ พวกมันคงไม่รู้วิธีทายาแน่ ๆ

เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนยิ่งรู้สึกโมโห เธอปิดฝาหลอดยาแล้วรีบเดินตรงไปที่ตึกเล็กทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความโกรธ น่าจะยังมีคนรอดชีวิตอยู่บ้างสินะ?

หากไม่ได้คนช่วยทา เธอก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำอย่างไร หรือจะต้องรอให้แผลหายเองงั้นเหรอ?

เมื่อเห็นทั้งสองตัวที่เดินตามหลังมา เพ่ยเนี่ยนเนี่ยนก็กลัวว่าจะทำให้คนตกใจ จึงสั่งให้พวกมันกลับไป

พืชและเถาวัลย์ที่ขวางทางอยู่ เปิดทางให้เธอโดยอัตโนมัติ ซอมบี้ตัวหนึ่งที่เดินเตร่อยู่ในลานคฤหาสน์ได้กลิ่นคาวเลือดก็ส่งเสียงคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เพ่ยเนี่ยนเนี่ยน

มันยังไม่ทันได้เข้ามาใกล้ ก็ถูกเถาวัลย์พันที่ขาแล้วเหวี่ยงกระเด็นออกไป

ซอมบี้หลายตัวทยอยเข้ามาหาเพ่ยเนี่ยนเนี่ยน แต่เธอยังไม่ทันจะได้ยินเสียงด้วยซ้ำ พวกมันก็ถูกเถาวัลย์เหวี่ยงออกไปนอกคฤหาสน์หมดแล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...