โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เสาตกน้ำมัน” เรื่องเล่าวังท่าพระ ความเชื่อมโยงรัชกาลที่ 3 ครั้งทรงเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 11.31 น.

แม้ “เสาตกน้ำมัน”จะสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่สังคมไทยในอดีตซึ่งมองว่าเกี่ยวข้องกับภูตผี นางไม้ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นอีกแง่มุมที่สะท้อนความเชื่อความศรัทธาต่อธรรมชาติ รวมถึงเกร็ดที่จะเล่าต่อไปนี้ ยังเชื่อมปรากฏการณ์ดังกล่าวกับบุคคลระดับพระเจ้าแผ่นดิน

เรื่องนี้ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยาเล่าไว้ในหนังสือ “วังท่าพระ กรมช่างสิปป์หมู่ และเรื่องพิศดารอื่น ๆ”ที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ หม่อมราชวงศ์หญิงทวีลาภา ปูรณะสุคนธ (ชุมสาย) เมื่อ พ.ศ. 2528 เป็นเรื่องเล่าประจำวังท่าพระ และเกี่ยวข้องกับความตรากตรำอุตสาหะของรัชกาลที่ 3 เมื่อยังประทับทำราชการอยู่วังนี้

“วังท่าพระ”ตั้งอยู่บนถนนหน้าพระลาน ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวังหรือ “วังหลวง” นับว่ามีความเป็นมายาวนานคู่กัน นอกจากที่นี่จะเป็นที่ประทับของเจ้านายสำคัญหลายพระองค์ ยังเคยเป็นที่ว่าการกรมกองต่าง ๆ มากมาย

เมื่อแรกสร้างวังใน พ.ศ. 2325 วังท่าพระเป็นที่ประทับและทำงานของเจ้านาย ที่ได้รับมอบหมายให้ทรงงานตามพระบรมราชโองการ มิได้พระราชทานให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เมื่อพ้นหน้าที่ราชการหรือสิ้นพระชนม์ ลูกหลานจะต้องย้ายออกให้เจ้านายพระองค์ใหม่มาประทับบัญชางานต่อ

ช่วงที่ “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์”หรือภายหลังคือรัชกาลที่ 3 ประทับทำราชการอยู่ที่วังท่าพระ ระหว่าง พ.ศ. 2352-2367 ตลอดระยะเวลาดังกล่าว สมเด็จพระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ 2) ทรงไหว้วานใช้ทำราชการสำคัญ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งพระองค์ก็เข้าเฝ้าทั้งเช้าค่ำมิได้ขาด

ความอุตสาหะของพระองค์เห็นได้จากเรื่องเล่าว่า ไม่ว่าฝนตกแดดออกก็จะทรงเสลี่ยงออกจากวังเพื่อเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวังทุกครั้ง กระทั่งพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรพระราชโอรสฝ่าฝนมาเข้าเฝ้าด้วยพระวรกายเปียกปอน จึงทรงสงสารและโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำแคร่วัญญา คือแคร่มีหลังคาหุ้มผ้าขี้ผึ้ง พระราชทานให้

ราชการสำคัญที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงบัญชา ณ วังท่าพระ คือ กรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมพระตำรวจ การศาลฎีกา การช่างโยธา และโรงทาน นอกจากพระอัจฉริยภาพด้านการงานที่ทรงขวนขวายหาพระราชทรัพย์ โดยการแต่งสำเภาออกไปค้าขายที่เมืองจีน จนได้กำไรมากมายแล้ว งานโยธาก่อสร้างทั้งหลายก็อยู่ในกำกับดูแลของพระองค์ คือ การสร้างวัด พระเจดีย์ ตลอดจนป้อมปราการต่าง ๆ ล้วนแต่ทรงเป็นแม่กองเสด็จคุมงานเองตลอด

ราชการมากมายที่ทรงปฏิบัติในเวลาที่ประทับอยู่วังท่าพระนี้เอง เป็นที่มาการเชื่อมโยงพระองค์กับ “เสาตกน้ำมัน”

เสาตกน้ำมัน

เป็นที่ทราบกันว่า วังท่าพระไม่ได้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง แต่เมื่อต้องเป็นที่บัญชาการงานราชการมากมาย ที่นี่จึงมิได้เป็นที่เงียบสงบ เพราะมีผู้คนเข้าออกตลอด ไม่ว่าจะเป็นคนงาน ช่าง หรือข้าราชการในสังกัด บ่อยครั้งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงใช้ท้องพระโรงเป็นโรงสร้างหุ่นจำลอง ทำปูนปั้น หรือแกะสลักไม้ ถ้างานเร่งก็ทำกันหามรุ่งหามค่ำ

จนคนรุ่นนั้นคุ้นชินกับภาพพระองค์ทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่ในท้องพระโรง

อาจารย์สุเมธ เล่าว่า “ที่เล่ากันต่อ ๆ มาก็คือประทับเป็นประจำบนพื้นโดยพิงเสาแถวแรกต้นที่สองนับจากขวามือ ปรากฏว่าในระยะเวลาต่อมาเสาต้นนี้ตกน้ำมันผู้คนจึงได้บูชาระลึกถึงพระองค์ท่านตรงโคนต้นเสา ถ้าพูดภาษาสมัยใหม่ก็เห็นจะต้องบอกว่าไม้ไม่แห้งสนิทจึงตกยาง

ปัจจุบันเสานี้ถูกลืมเสียแล้ว เมื่อท้องพระโรงถูกดัดแปลงเป็นโถงแสดงนิทรรศการ ผู้คนเดินเหินผ่านเสาประวัติศาสตร์นี้ไปอย่างไม่แยเส”

กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับอยู่ที่วังท่าพระ 15 ปี ตั้งแต่พระชันษา 23-38 ปี กระทั่ง พ.ศ. 2367 จึงเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เสาตกน้ำมัน” เรื่องเล่าวังท่าพระ ความเชื่อมโยงรัชกาลที่ 3 ครั้งทรงเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...