“เสาตกน้ำมัน” เรื่องเล่าวังท่าพระ ความเชื่อมโยงรัชกาลที่ 3 ครั้งทรงเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
แม้ “เสาตกน้ำมัน”จะสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่สังคมไทยในอดีตซึ่งมองว่าเกี่ยวข้องกับภูตผี นางไม้ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นอีกแง่มุมที่สะท้อนความเชื่อความศรัทธาต่อธรรมชาติ รวมถึงเกร็ดที่จะเล่าต่อไปนี้ ยังเชื่อมปรากฏการณ์ดังกล่าวกับบุคคลระดับพระเจ้าแผ่นดิน
เรื่องนี้ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยาเล่าไว้ในหนังสือ “วังท่าพระ กรมช่างสิปป์หมู่ และเรื่องพิศดารอื่น ๆ”ที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ หม่อมราชวงศ์หญิงทวีลาภา ปูรณะสุคนธ (ชุมสาย) เมื่อ พ.ศ. 2528 เป็นเรื่องเล่าประจำวังท่าพระ และเกี่ยวข้องกับความตรากตรำอุตสาหะของรัชกาลที่ 3 เมื่อยังประทับทำราชการอยู่วังนี้
“วังท่าพระ”ตั้งอยู่บนถนนหน้าพระลาน ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวังหรือ “วังหลวง” นับว่ามีความเป็นมายาวนานคู่กัน นอกจากที่นี่จะเป็นที่ประทับของเจ้านายสำคัญหลายพระองค์ ยังเคยเป็นที่ว่าการกรมกองต่าง ๆ มากมาย
เมื่อแรกสร้างวังใน พ.ศ. 2325 วังท่าพระเป็นที่ประทับและทำงานของเจ้านาย ที่ได้รับมอบหมายให้ทรงงานตามพระบรมราชโองการ มิได้พระราชทานให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เมื่อพ้นหน้าที่ราชการหรือสิ้นพระชนม์ ลูกหลานจะต้องย้ายออกให้เจ้านายพระองค์ใหม่มาประทับบัญชางานต่อ
ช่วงที่ “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์”หรือภายหลังคือรัชกาลที่ 3 ประทับทำราชการอยู่ที่วังท่าพระ ระหว่าง พ.ศ. 2352-2367 ตลอดระยะเวลาดังกล่าว สมเด็จพระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ 2) ทรงไหว้วานใช้ทำราชการสำคัญ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งพระองค์ก็เข้าเฝ้าทั้งเช้าค่ำมิได้ขาด
ความอุตสาหะของพระองค์เห็นได้จากเรื่องเล่าว่า ไม่ว่าฝนตกแดดออกก็จะทรงเสลี่ยงออกจากวังเพื่อเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวังทุกครั้ง กระทั่งพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรพระราชโอรสฝ่าฝนมาเข้าเฝ้าด้วยพระวรกายเปียกปอน จึงทรงสงสารและโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำแคร่วัญญา คือแคร่มีหลังคาหุ้มผ้าขี้ผึ้ง พระราชทานให้
ราชการสำคัญที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงบัญชา ณ วังท่าพระ คือ กรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมพระตำรวจ การศาลฎีกา การช่างโยธา และโรงทาน นอกจากพระอัจฉริยภาพด้านการงานที่ทรงขวนขวายหาพระราชทรัพย์ โดยการแต่งสำเภาออกไปค้าขายที่เมืองจีน จนได้กำไรมากมายแล้ว งานโยธาก่อสร้างทั้งหลายก็อยู่ในกำกับดูแลของพระองค์ คือ การสร้างวัด พระเจดีย์ ตลอดจนป้อมปราการต่าง ๆ ล้วนแต่ทรงเป็นแม่กองเสด็จคุมงานเองตลอด
ราชการมากมายที่ทรงปฏิบัติในเวลาที่ประทับอยู่วังท่าพระนี้เอง เป็นที่มาการเชื่อมโยงพระองค์กับ “เสาตกน้ำมัน”
เสาตกน้ำมัน
เป็นที่ทราบกันว่า วังท่าพระไม่ได้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง แต่เมื่อต้องเป็นที่บัญชาการงานราชการมากมาย ที่นี่จึงมิได้เป็นที่เงียบสงบ เพราะมีผู้คนเข้าออกตลอด ไม่ว่าจะเป็นคนงาน ช่าง หรือข้าราชการในสังกัด บ่อยครั้งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงใช้ท้องพระโรงเป็นโรงสร้างหุ่นจำลอง ทำปูนปั้น หรือแกะสลักไม้ ถ้างานเร่งก็ทำกันหามรุ่งหามค่ำ
จนคนรุ่นนั้นคุ้นชินกับภาพพระองค์ทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่ในท้องพระโรง
อาจารย์สุเมธ เล่าว่า “ที่เล่ากันต่อ ๆ มาก็คือประทับเป็นประจำบนพื้นโดยพิงเสาแถวแรกต้นที่สองนับจากขวามือ ปรากฏว่าในระยะเวลาต่อมาเสาต้นนี้ตกน้ำมันผู้คนจึงได้บูชาระลึกถึงพระองค์ท่านตรงโคนต้นเสา ถ้าพูดภาษาสมัยใหม่ก็เห็นจะต้องบอกว่าไม้ไม่แห้งสนิทจึงตกยาง
ปัจจุบันเสานี้ถูกลืมเสียแล้ว เมื่อท้องพระโรงถูกดัดแปลงเป็นโถงแสดงนิทรรศการ ผู้คนเดินเหินผ่านเสาประวัติศาสตร์นี้ไปอย่างไม่แยเส”
กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับอยู่ที่วังท่าพระ 15 ปี ตั้งแต่พระชันษา 23-38 ปี กระทั่ง พ.ศ. 2367 จึงเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
อ่านเพิ่มเติม :
- ตำนานหลอน “ผีนางไม้” ที่บ้านทรงไทยของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
- “พระวิญญาณ ร.3” เรื่องหลอนพระที่นั่งจักรีฯ เห็นกันทั่วทั้งมหาดเล็ก เจ้าจอม เจ้าฟ้า
- “พระบุคลิกภาพ” ของรัชกาลที่ 3 ผ่านสายตาพระราชอนุชา (รัชกาลที่ 4)
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เสาตกน้ำมัน” เรื่องเล่าวังท่าพระ ความเชื่อมโยงรัชกาลที่ 3 ครั้งทรงเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com