โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งปิดโซนสัตว์ดุร้าย Safari World ปรับปรุงมาตรฐานปลอดภัยใน 30 วัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 05.58 น. • The Bangkok Insight

กรมอุทยานฯ สั่งปิดโซนสัตว์ดุร้าย Safari World ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย ภายใน 30 วัน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่ได้สั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เพื่อประเมินมาตรการความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์เร่งด่วน ภายหลังเหตุการณ์สิงโตทำร้ายเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต โดยผลการตรวจสอบพบจุดบกพร่องหลายประการที่ต้องเร่งแก้ไขภายใน 30 วัน

ปิดโซนสัตว์ดุร้าย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบใบอนุญาตระบุใช้ได้ถึงวันที่ 10 ต.ค. 2567 (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตฯ) ซึ่งสามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ เนื่องจากได้มีการยื่นขอต่อใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ 2562

การตรวจสอบเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2568 เวลา 13.00 น. คณะเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ หลายหน่วยเข้าร่วมตรวจสอบ โดยมี นายอนุวัฒน์ วัฒนนนรเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (สวนสัตว์) ของซาฟารีเวิลด์ เป็นผู้นำตรวจสอบ

ปิดโซนสัตว์ดุร้าย

นำสิงโตเข้ากรงสังเกตพฤติกรรม

จากเหตุการณ์เศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าสิงโต 5 ตัวจากฝูง 7 ตัวได้เข้ารุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์จนเสียชีวิต โดยตัวที่เข้าตะปบเป็นตัวแรกชื่อ ทรัมป์ ซึ่งเป็นสิงโตเพศผู้ นอกจากนี้ยังมี ไบท์ (เพศผู้), อ้อน (เพศเมีย), อ้าย (เพศเมีย) และ ยาว (เพศเมีย) ที่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย

สิงโตทั้งหมดมีอายุประมาณ 10 ปี โดย เจ้าหน้าที่ได้กักสิงโตทั้ง 5 ตัวนี้ไว้ในกรงชั่วคราวและแยกเพศเพื่อเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด หากไม่สามารถปรับพฤติกรรมได้ ทางสวนสัตว์อาจต้องย้ายสิงโตเหล่านี้ไปที่พักสัตว์ของบริษัทที่จังหวัดปราจีนบุรี และนำสิงโตชุดใหม่มาทดแทน

ปิดโซนสัตว์ดุร้าย

สั่งปรับปรุงมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย

สำหรับผลการตรวจสอบด้านสวัสดิภาพสัตว์ในกรงพักทั้งสิงโตและเสือจำนวน 6 กรง พบว่ามีกรงจำนวน 5 กรง ที่ต้องปรับปรุง เช่น ปรับพื้นไม่ให้มีนำขัง ประตูล็อคให้เพิามความแข็งแรง ตาข่ายต้องไม่เป็นสนิม เป็นต้น และยังพบจุดอ่อนด้านความปลอดภัยที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ดังนี้

  • ด้านสภาพพื้นที่และสิ่งก่อสร้าง: รั้วกั้น 2 ชั้น สูง 3 เมตร พบจุดที่ชำรุดเสียหายหลายจุด ทางการจึงสั่งให้ซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรง ปรับปรุงความสูงให้เท่ากัน และเสริมคานกันด้านล่างเพื่อป้องกันสัตว์ขุดดินหนี นอกจากนี้ยังสั่งให้กำจัดวัชพืชใกล้แนวรั้วเพื่อป้องกันสัตว์ปีนหนีและง่ายต่อการบำรุงรักษา
  • ด้านป้ายเตือน: ป้ายเตือนภาษาอังกฤษใช้คำที่ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ และยังแนะนำให้เพิ่มจำนวนป้ายเตือนให้ถี่ขึ้น พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์สำหรับเหตุฉุกเฉิน
  • ด้านการรักษาความปลอดภัย: จุดอับสายตาควรติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม และป้อมเปิด-ปิดประตูควรมีเจ้าหน้าที่เฝ้าประจำตลอดเวลาเพื่อควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
  • ด้านยานพาหนะสำหรับเจ้าหน้าที่: รถบังคับสัตว์ควรเพิ่มตะแกรงเหล็กป้องกันกระจก และเจ้าหน้าที่ควรมีอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น กระบองช็อตไฟฟ้า หรือสายน้ำแรงดันสูง นอกจากนี้ยังควรมีเจ้าหน้าที่ประจำรถคันละ 2 คนในลักษณะของ Buddy System เพื่อช่วยเหลือกันและกัน
  • ด้านสวัสดิภาพสัตว์: พบปัญหากรงของสิงโตบางส่วนมีน้ำท่วมขัง พื้นแฉะและลื่น มีแสงส่องถึงน้อยและอากาศถ่ายเทไม่ดี ส่วนลูกเสือพบปัญหาผิวหนังอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งอาจเกิดจากความชื้นและการสุขาภิบาลที่ไม่เหมาะสมในกรง

ปิดโซนสัตว์ดุร้าย

ปิดโซนสัตว์ดุร้าย

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้สั่งให้ซาฟารีเวิลด์ปิดให้บริการในโซนสวนสัตว์เปิด (ซาฟารีปาร์ค) บริเวณพื้นที่จัดแสดงสัตว์ดุร้ายทันที จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดบริการได้ นอกจากนี้ยังสั่งให้ทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินให้มีความครอบคลุมและสามารถปฏิบัติได้จริง

พร้อมจัดให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ และให้ดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด โดยซาฟารีเวิลด์ต้องดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงตามข้อบกพร่องที่ตรวจพบทั้ง 23 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอุทยานฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานสวนสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกแห่งมีการดำเนินงานที่เป็นไปตามหลักสากล ทั้งในด้านความปลอดภัยและการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์อย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

#สัตว์ป่าควบคุม #สวนสัตว์ #สิงโต #กรมอุทยาน #ซาฟารีเวิลด์ #ซาฟารีปาร์ค #โซนสัตว์ดุร้าย #Safari World #มาตรฐานความปลอดภัย #ความปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...