ปวดหลังร้าวลงขา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ปล่อยไว้นานอาจเดินไม่ได้เหมือนเดิม
ปวดหลังร้าวลงขา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เสี่ยงเส้นประสาทถูกกดทับ ปล่อยไว้นานอาจเดินไม่ได้เหมือนเดิม หมอ เผย อาการควรระวัง-แนวทางรักษา
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อ โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก ‘หมอเก่งกระดูกและข้อ’ ระบุว่า ปวดหลังร้าวลงขา…สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
“หมอคะ หนูปวดหลังมาหลายเดือนแล้วค่ะ ตอนแรกคิดว่าแค่ยกของหนัก แต่ช่วงนี้มันร้าวลงไปถึงขา เดินนานๆ เหมือนขาไม่มีแรง บางทีชากลางคืน นี่มันเรื่องใหญ่หรือเปล่าคะ?”
นี่คือคำพูดของคุณนิด อายุ 45 ปี ที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวล เพราะความเจ็บปวดเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะทำงานบ้าน ขับรถ หรือแม้แต่นั่งทำงานนานๆ
หมออยากเล่าให้ฟังว่า “ปวดหลังร้าวลงขา” ไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่บ่อยครั้งเป็นสัญญาณว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานอาจทำให้เดินไม่ได้เหมือนเดิม
เข้าใจอาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” อาการนี้ในภาษาชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า “ปวดลงขา” ซึ่งมักเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือปลิ้นออกมา กดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดเหมือนไฟช็อต หรือร้าวแปลบจากเอวลงไปถึงก้น ขา และบางครั้งถึงปลายเท้า
ลองนึกภาพขนมปังที่มีไส้ครีมอยู่ตรงกลาง ถ้าโดนบีบแรงๆ จนไส้ทะลักออกมา มันก็จะไปกดเบียดสิ่งรอบๆ นี่แหละที่เกิดขึ้นกับหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทของเรา
สาเหตุที่พบบ่อย
- ยกของหนักผิดท่า ก้มยก ก้มบิดตัว
- นั่งนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
- อุบัติเหตุ เช่น หกล้ม หรือรถชน
- ความเสื่อมตามอายุ ทำให้หมอนรองกระดูกแห้งและแตกง่ายขึ้น
- โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ทำให้ช่องทางที่เส้นประสาทผ่านแคบลง
อาการที่ควรระวัง
- ปวดหลังร้าวลงขา เหมือนไฟช็อตหรือปวดจี๊ดๆ
- มีอาการชาหรือเสียวซ่า โดยเฉพาะที่ขาและเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินแล้วขาเหมือนจะล้ม
- บางรายนั่งหรือยืนนานๆ ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ
- ถ้าเป็นรุนแรง อาจควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที
การตรวจวินิจฉัย
หมอจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ดูว่าปวดตรงไหน ร้าวไปทางใด กล้ามเนื้อแข็งแรงหรือไม่
การตรวจเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น ได้แก่
- เอกซเรย์ : ดูแนวกระดูกว่ามีความผิดปกติ เช่น กระดูกเสื่อมหรือไม่
- MRI : เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับกรณีสงสัยว่าหมอนรองปลิ้นกดทับ
- ตรวจระบบประสาท : ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ รีเฟล็กซ์ และการรับความรู้สึก
แนวทางการรักษา
1.การดูแลตนเอง
- พักหลัง หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก
- ประคบร้อนหรือเย็นตามความเหมาะสม
- ออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังและขาเบา ๆ เมื่ออาการทุเลา
- การปรับพฤติกรรมประจำวัน เช่น ไม่นั่งกับพื้น ไม่ก้มยกของหนัก ไม่นอนคว่ำ
- ถ้าน้ำหนักมากต้องลดน้ำหนัก เพราะมีผลอย่างมากต่อการรักษา
2.การใช้ยา
- ยาลดปวดหรือยาลดอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการ
- ยาคลายกล้ามเนื้อในบางราย
3.การฉีดยาเฉพาะจุด
- ฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท โดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ จะช่วยลดการอักเสบภายในโพรงประสาท ช่วยลดอาการปวด
4.การผ่าตัด
- ใช้ในกรณีที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก เดินไม่ได้ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
ส่วนใหญ่ 80-90% หากรักษาและปรับพฤติกรรมอย่างถูกต้อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนเส้นประสาทถูกกดทับมากๆ อาจทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร เดินลำบาก หรือมีอาการชาไม่หายขาด
การป้องกัน
- เลี่ยงการยกของหนักโดยก้มหลัง ให้ใช้วิธีย่อตัวแล้วลุกขึ้นแทน
- อย่านั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง ควรลุกเปลี่ยนท่าทุกครั้ง
- ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
- ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้หลังต้องรับภาระเกินไป
- ใช้เก้าอี้และที่นอนที่เหมาะสม รองรับสรีระได้ดี
“ปวดหลังร้าวลงขา” เป็นอาการที่บ่งบอกว่าเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรทนไปเรื่อยๆ การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้โรครุนแรง และเพิ่มโอกาสให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการนี้ อย่ารอช้า รีบตรวจเพื่อความสบายใจและการรักษาที่ถูกต้องนะครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปวดหลังร้าวลงขา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ปล่อยไว้นานอาจเดินไม่ได้เหมือนเดิม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th