โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ และความหวัง ว่าด้วยบริบทรอบ 6 ตุลาฯ ในหนังและซีรีส์ไทย

The Momentum

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 20.48 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • THE MOMENTUM

อันที่จริง ประวัติศาสตร์ว่าด้วย 6 ตุลาฯ อยู่ภายใต้ ‘ความเงียบ’ มาเนิ่นนาน

ในช่วง 10 ปีแรก ไม่มีใครอยากพูดถึงเหตุการณ์นี้ พวกเขา ‘อับอาย’ เกินกว่าที่จะบอกว่า การกระทำดังกล่าวเป็น ‘อาชญากรรม’ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะทำในนามของอะไร

ขณะที้ผู้ถูกกระทำก็ยังเต็มไปด้วยบาดแผล เต็มไปด้วยร่องรอย ภาพการสังหารโหดยังผลิตซ้ำในความฝันของพวกเขาทุกเมื่อเชื่อวัน

และทำให้หนังไทยก็ไม่สามารถสะท้อนเหตุการณ์ดังกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาได้ เรื่อง 6 ตุลาฯ เป็นแผลสดเกินไป ไม่มีใครอยากรำลึกถึงแผลสดเช่นนี้

กระนั้นเองในระยะหลัง หนังว่าด้วย 6 ตุลาฯ กลับถูกผลิตมากขึ้น เมื่อสังคมกลับมาพูดถึงเรื่องนี้เป็นวงกว้างและเป็นระบบ ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ที่ ‘อยากลืม’ แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ต้อง ‘จดจำ’

People Also Watch ชวนย้อนดูหนังที่ว่าด้วย 6 ตุลาฯ อีกครั้ง ผ่านหนังไทย-ซีรีส์ ที่เราเลือกมา 9 เรื่อง เพื่อย้อนดูว่าในประวัติศาสตร์ ความโหดร้ายครั้งนี้ถูกบันทึกลงในหนังสือเรียน 1-2 ย่อหน้าเท่านั้น ราวกับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากรื้อฟื้น ทว่าประวัติศาสตร์นี้ได้ถูกบันทึกเรื่องราวลงในสื่อกระแสหลักอย่าง ‘ภาพยนตร์’ และ ‘ละคร’ ที่มีการเสริมแต่งเรื่องราว หรือหยิบยกเอาเหตุการณ์ 6 ตุลามาเป็นฉากหลังของเรื่อง

เวลาในขวดแก้ว (2534) ว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยและการเติบโต

หนังไทยเรื่องนี้สร้างจากนวนิยายของ ประภัสสร เสวิกุล ที่ออกวางขายเมื่อปี 2528 ในยุคที่เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ยังคงอยู่ภายใต้ความเงียบงัน เวลาในขวดแก้ว (2534) เล่าชีวิตของตัวละครหลักทั้ง 6 คน ได้แก่ นัต หนิง ป้อม จ๋อม ชัย และเอก โดยมีแบ็กกราวนด์เป็นเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เรื่อยไปจนถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

กระนั้นเองภาพเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ไม่ได้ปรากฏในหนังโดยตรง หากปรากฏผ่านภาพการชุมนุมของแรงงาน-กรรมกร ข่าวในวิทยุที่พูดถึงการแสดงละครอาฆาตมาดร้ายรัชทายาท ตัวเอกของเรื่องถูกขังไว้ที่บ้านในขณะที่เกิดเหตุการณ์ล้อมปราบ ขณะที่หลังจากนั้นตัวเอกอีกคนสวมเสื้อเปื้อนเลือดบรรยายถึงเหตุการณ์ ‘สังหารหมู่’ ให้ตัวเอกที่อยู่ที่บ้านฟัง ฉากที่หมอปฏิเสธให้การรักษาผู้ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เหตุการณ์เหล่านี้ ล้วนมีส่วนทำให้ชีวิตของทุกตัวละครในภาพยนตร์เปลี่ยนไปตลอดกาล

เฉกเช่นเดียวกัน ‘วัยรุ่น’ และ ‘นักศึกษา’ ที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ล้วนเติบโตขึ้นจากเหตุการณ์ล้อมปราบ จำนวนไม่น้อยเลือกเข้าป่าเพื่อร่วมเส้นทางกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อีกจำนวนหนึ่งแม้ยังอยู่ที่เดิม แต่ชีวิตที่สูญเสียเพื่อน ชีวิตที่ผ่านเหตุการณ์สังหารหมู่ ย่อมเปลี่ยนพวกเขาไปเช่นเดียวกัน

เวลาในขวดแก้วเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ที่พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ตามหลังช่างมันฉันไม่แคร์ (2529) ของ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ซึ่งตัวละครเอกหญิงมีแบ็กกราวนด์ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มาเช่นเดียวกัน

14 ตุลาฯ สงครามประชาชน (2544) หนังกระแสหลักเรื่องแรกที่ฉายภาพพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ในครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้จะใช้ชื่อว่า คนล่าจันทร์ ตามหนังสืออัตชีวประวัติของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แต่ด้วยเหตุผลทางการตลาด บริษัทผู้สร้างเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะขายได้ยาก จึงเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็นชื่อนี้

ภาพยนตร์ตัดสลับเหตุการณ์ระหว่างช่วง 14 ตุลาฯ และช่วงชีวิตในป่าของเสกสรรค์ โดยเสกสรรค์ถือเป็นแกนนำที่ตัดสินใจ ‘เข้าป่า’ นับจากเกิดปฏิบัติการล่าสังหารแกนนำนักศึกษา เกษตรกร และผู้นำแรงงานในช่วงปี 2518-2519 ซึ่งแน่นอนว่าทั้งช่วง 14 ตุลาฯ และช่วงชีวิตในป่าของเสกสรรค์ล้วนเผชิญกับความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในแบบที่เหมือน และแตกต่างกันออกไป ที่สำคัญยังตั้งคำถามเรื่อง ‘อุดมการณ์ปฏิวัติ’ ได้อย่างแหลมคม

อีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือ การตัดสลับเรื่องราวระหว่างช่วง 14 ตุลาฯ โดยเรื่อง 14 ตุลาฯ แทนด้วยภาพขาวดำและเรื่องราวในป่าแทนด้วยภาพสี ซึ่งนับว่าใหม่สำหรับหนังไทย ขณะเดียวกันในบรรดาหนังไทย นี่คือหนังเรื่องแรกที่พูดถึงชีวิตในป่าของบรรดาแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ทั้งเรื่องอุดมการณ์ เรื่อยไปจนถึงเรื่องที่เกิดความขัดแย้งระหว่างแนวคิดของฝั่งนักศึกษากับฝั่งแกนนำ

6 ตุลาฯ ในเรื่องเล่าผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ โดยเสกสรรค์นำวิทยุไปให้แกนนำ พคท.ฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่ ทว่าแกนนำ พคท.กลับสนใจเรื่องราวที่ ‘แก๊งสี่คน’ ในจีน ถูกโค่นล่ม 1 เดือน ภายหลังการเสียชีวิตของ เหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) ซึ่งเท่ากับว่า ศูนย์กลางอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ในจีนกำลังเปลี่ยนมือมากกว่า

ฟ้าใส ใจชื่นบาน (2552) จากกลุ่มเพื่อนสู่ ‘สหาย’ เหตุการณ์ไม่คาดคิด และเสียงหัวเราะในป่าใหญ่

หนังรอมคอมอย่าง ฟ้าใส ใจชื่นบาน(2552) ของ 2 ผู้กำกับ เกริกชัย ใจมั่น และนภาพร พูลเจริญ คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 3 เดือน โดยเป็นการผจญภัยของกลุ่มเพื่อน 4 คนที่ตั้งใจจะไปเที่ยวป่า แต่บังเอิญเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดทำให้ทั้ง 4 ต้องร่วมล่มหัวจมท้ายไปกับสมาชิก พคท.ในป่า

แม้ว่าฟ้าใส ใจชื่นบานจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ในโทนเข้มข้นและจริงจัง กลับกันเล่าด้วยความตลกขำขัน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ไม่น้อยในเรื่องของความไม่สมจริง และลดทอนสาระสำคัญของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ลงไป

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความแหวกขนบของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมหันกลับมามองเรื่องราว 6 ตุลาฯ อยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังชวนเหล่าผู้ชมขบคิดกันไปตามๆ กันว่า ในห้วงเวลาที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและน่าหดหู่ ยังมีเสียงหัวเราะและเรื่องราวความรักเกิดขึ้นได้หรือไม่ในป่าใหญ่ที่เป็นที่พักพิงของเหล่านักศึกษา ผู้ถูกรัฐกดขี่ข่มเหง

October Sonata รักที่รอคอย (2552) การรอคอย ความรัก และการต่อสู้ทางการเมือง ในช่วงเดือนตุลาฯ

October Sonata (2552) ของ สมเกียรติ วิทุรานิช เล่าเรื่องของ แสงจันทร์ (ก้อย-รัชวิน คงมาลัย) ที่พบกับ รวี (โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) นักเรียนหนุ่มที่กำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอก ในงานศพของ มิตร ชัยบัญชา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 และหลังจากนั้นพวกเขายังนัดพบกันที่บังกะโลที่บางแสนเป็นประจำในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี โดยมี ลิ้ม (บอย-พิษณุ นิ่มสกุล) อีกหนึ่งตัวละครเถ้าแก่ที่หลงรักแสงจันทร์ และเข้ามาเป็นรักสามเส้า

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยอาศัยเค้าโครงของนวนิยายสงครามชีวิตของศรีบูรพา เล่าชีวิตรักโดยมีเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2513-2523 เป็นฉากหลัง เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มีบทบาทสำคัญในฐานะจุดพลิกผันสำคัญ ทำให้รวีต้องเลือกเข้าป่า เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และบ้านที่รวีสร้างขึ้นเพราะอยากเห็นสังคมดีขึ้นก็ถูกเผาจนไม่เหลือซาก

ตัวละครเอกของเรื่องกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังนโยบาย 66/23 แต่รวีก็ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม ป่าทำลายรวีและทำลายความฝันที่จะได้อยู่คู่กับแสงจันทร์ ฉากหลังทางการเมืองที่พลิกผันไปมา เปลี่ยนชีวิตตัวละครไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับได้เช่นเดียวกัน

October Sonataได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2565 และยังคงมีให้ชมใน Netflix วันนี้

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ในปี 2552 ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีมากถึง 4 เรื่อง นั่นคือ October Sonata, ฟ้าใสใจชื่นบาน, มหา’ลัยสยองขวัญและเชือดก่อนชิมหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อคนที่ปรับแก้บทให้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังคงมีกลิ่นอายหลงเหลืออยู่

บริบททางการเมืองในปี 2552 ตามหลังเหตุวุ่นวายทางการเมืองช่วงปี 2551 ทั้งการชุมนุมอันยาวนานของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (ซึ่งก็มีแกนนำจำนวนไม่น้อยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ) เหตุการณ์สลายการชุมนุม และความพยายามรัฐประหารที่ล้มเหลว ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 รวมถึงเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยการพลิกขั้วของกลุ่ม เนวิน ชิดชอบ และมีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่งตามมาด้วยเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองยาวนานอีกหลายปี

มหา’ลัยสยองขวัญ (2552) ตำนาน ‘ลิฟต์แดง’ ผีธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการสร้างความหมายใหม่ให้กับการต่อสู้ ‘6 ตุลาฯ’

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หนึ่งในตำนานที่เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘ลิฟต์แดง’ และตำนานนี้เองได้ถูกหยิบยกมาสร้างเป็นเรื่องราวในภาพยนตร์ชุดมหา’ลัยสยองขวัญ(2552) ของ 2 ผู้กำกับ ได้แก่ บรรจง สินธนมงคลกุล และสุทธิพร ทับทิม

เรื่องราวของลิฟต์แดงเป็นการฉายภาพความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กระทำการเกินกว่าเหตุในการบุกเข้ามายังพื้นที่สถานศึกษา และปิดชีวิตของเหล่านักศึกษา โดยเล่าผ่านชีวิตของ นกน้อย นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ผู้เป็นหลานสาวของจอมพลนายหนึ่งที่ออกคำสั่งปราบนักศึกษา ต่อมานกน้อยพบลิฟต์แดงที่พาเธอกลับไปยังยังเหตุการณ์สังหารนักศึกษาครั้งนั้น จนได้พบกับเหตุการณ์หลอนชวนขนหัวลุก จากผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตในลิฟต์แดงของอาคารคณะศิลปศาสตร์

แม้ภาพยนตร์จะเลือกนำเสนอเรื่องราว 6 ตุลาฯ ในฌ็อง Horror โดยใช้ ‘ผี’ เป็นตัวกลางในการเล่าเรื่องราวกลับไปยังเหตุการณ์ความทรงจำอันโหดร้าย แต่อีกนัยหนึ่ง ‘ความเป็นผี’ มักเป็นภาพแทนของ ‘สิ่งแปลกปลอม’ ที่น่ากลัวและอันตราย ดังนั้นการที่ภาพยนตร์เลือกนำเสนอเรื่องราวนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ โดยนำไปผูกติดกับความเป็นผี อาจเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างความหมายให้การต่อสู้ของนักศึกษา เป็นเรื่องที่น่ากลัวและแปลกปลอมสังคมได้อย่างแยบยล

ดาวคะนอง (2559) เศษเสี้ยวแห่งชีวิตหลังสังหารโหดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสุพรรณหงส์

ดาวคะนอง(2559) หนึ่งในภาพยนตร์อินดี้ที่ ‘ดูยาก’ มากที่สุดเรื่องหนึ่งในภาพยนตร์ที่นำเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มาเป็นปูมหลังของเรื่อง โดยดาวคะนองเป็นผลงานของ อโนชา สุวิชากรพงศ์และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2559

สำหรับดาวคะนองเป็นการเล่า ‘เศษเสี้ยว’ เรื่องราวของกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ร่วมกัน ภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ซึ่งสร้างบาดแผลให้กับผู้คนทุกชนชั้น ตั้งแต่ชีวิตของนักเขียน ปัญญาชน ตลอดจนชนชั้นแรงงาน

ตาคลีเจเนซิส (2567) ท่องเวลาไปสัมผัสบาดแผลแห่งประวัติศาสตร์

สำหรับภาพยนตร์ที่หยิบยกเอาเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มาเป็นหนึ่งในฉากหลังคือ ‘ตาคลีเจเนซิส’ ภาพยนตร์ไซ-ไฟของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่ได้พอลล่า เทเลอร์ เจ้าของบท ขวัญใจ-สเตลล่า พรหมประทาน จากซิทคอมเนื้อคู่มาเป็นนางเอกของเรื่อง โดยเธอมีชื่อว่า ‘สเตลล่า’

เรื่องราวตาคลีเจเนซิสจะเป็นการท่องเวลาของสเตลล่า เพื่อตามหาพ่อผ่านลูกอ๊อบสีทองอันหนึ่ง ที่เธอค้นพบในค่ายรามสูร อดีตฐานทัพสหรัฐฯ ที่มาตั้งในประเทศไทยครั้นโลกอยู่ในสภาวะสงครามเย็น

โดยตาคลีเจเนซิสจะเล่าย้อนท่องเวลาไปสัมผัสเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงของไทย ซึ่ง 6 ตุลาฯ เองก็โผล่ขึ้นมาช่วงหนึ่งของภาพยนตร์เช่นเดียวกัน รวมถึงยังมีเสียงปลุกระดมของ ‘ทมยันตี’ ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ สอดแทรกเข้ามาในภาพยนตร์ เท่ากับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เล่าเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ผ่านทั้งภาพความรุนแรงที่รัฐไทยได้กระทำต่อนักศึกษา เช่น เสียงจากสถานีวิทยุยานเกราะ, ภาพเด็กยืนหัวเราะใต้ต้นมะขาม รวมถึงการระดมยิงใส่นักศึกษา

Shine (2568) เกย์ ประชาธิปไตย การต่อสู้ ปฐมบท 6 ตุลาฯ เกย์ซีรีส์เรื่องแรกจาก Be On Cloud

หนึ่งในซีรีส์ที่มีกระแสร้อนแรงเป็นอย่างมากในปัจจุบันของสังคมไทยอย่าง Shine(2568) เกย์ซีรีส์เรื่องแรกจาก Be On Cloud ผลงานการกำกับการแสดงของ กฤษดา วิทยาขจรเดช, พันพัสสา ธูปเทียน และคำขวัญ ดวงมณี

Shine เป็นซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องราวในปี 2512 ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความครุกรุ่นทางการเมือง ตลอดจนการฉายภาพสังคมที่มีข้อจำกัดทางอิสระของความคิดความอ่าน ซึ่งสอดคล้องไปกับบริบทจริงทางการเมืองไทยในยุคนั้น โดย Shine เลือกเล่าผ่านชีวิตของ ตฤณ (รับบทโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) นักเศรษฐศาสตร์หัวก้าวหน้าที่ต้องการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และธันวา (รับบทโดย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง) นักร้องประจำวง Moonshine ซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดัง

โดยคาแรกเตอร์ของตฤณ ผู้เขียนบทของซีรีส์ได้เปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ชายผู้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก

แม้ในเส้นเรื่องของซีรีส์จะไม่ได้อยู่ในลำดับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ได้ฉายภาพ ‘สารตั้งต้น’ ของเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านความพยายามในการลุกฮือขึ้นมาต่อต้านกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ จอมพล ถนอม กิตติขจร ที่ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะประชาธิปไตยครึ่งใบ และอีกนัยหนึ่งคือ การวางลำดับเรื่องให้มีเหตุการณ์การประท้วงโรงงานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย ณ เวลานั้น ที่กลุ่มขบวนการนักศึกษาเริ่มมีพลังขับเคลื่อนทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งได้ส่งผลโดยตรงมาถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...